ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาฯ เผยยอดผู้ป่วยจากเหตุการณ์ไฟใต้เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่ "เป็นโรคเครียดเรื้อรัง"ที่เริ่มชาชินกับเหตุการณ์ ระบุบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาขาดแคลนหนักคนเดียวต้องดูแลผู้ป่วยทั้ง 3 จังหวัด ในขณะที่สถานการณ์น่าเป็นห่วง ชี้ในระยะยาวอาจเกิดผลกระทบที่ไม่คาดฝันตามมาหากเป็นความชาชินแบบเก็บกด
นพ.เอนก สุภีรนันท์ ผอ.โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ เปิดเผยกับ “ผู้จัดการรายวัน ศูนย์ข่าวหาดใหญ่”ว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชฯ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณ 9-10% ซึ่งจำนวนดังกล่าวเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร มากกว่าที่จะมาจากสาเหตุผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาส่วนใหญ่จะมีอาการเครียด หวาดผวา นอนไม่หลับ วิตก กังวล ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้คำแนะนำและให้ยาไปรับประทาน ส่วนสาเหตุที่จำนวนของผู้ป่วยไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักนั้นเพราะชาวบ้านในพื้นที่เริ่มมีความชาชินกับเหตุการณ์จนดูว่าเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นเท่านั้น”
นพ.เอนก กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ต้นปี 47 กรมสุขภาพจิต ได้เร่งผลิตบุคลากรทางด้านจิตวิทยามาคอยให้คำปรึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดประกอบด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส ด้วยการฝึกอบรมบุคลากรจากสถานีอนามัยในชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขและพยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจในการให้คำปรึกษาแก่ประชาชนในเบื้องต้น
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดูแลประชาชนในพื้นที่ในกรณีที่เกิดอาการทางจิต ซึ่งจะสามารถช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางมารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชฯ ที่ จ.สงขลา แต่หากผู้ป่วยรายใดที่มีอาการน่าเป็นห่วง ก็จะส่งตัวให้จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ที่มีอยู่เพียงคนเดียวทำการรักษาพยาบาล หรืออาจจะนำส่งโรงพยาบาลจิตเวชฯ สงขลา เพื่อรับการฟื้นฟูสภาพจิตใจต่อไป
ด้าน นพ.ดำรงค์ แวอาลี จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ของผู้ป่วยโดยรวมในขณะนี้มีเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ซึ่งแพทย์ไม่สามารถระบุจำนวนได้ เนื่องจากยังไม่ได้มีการเก็บตัวเลขไว้อย่างเป็นระบบ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต และได้รับการรักษาจากแพทย์แล้วเมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติและไปเจอกับเหตุการณ์ความไม่สงบอีกก็จะทำให้เกิดอาการกำเริบขึ้นได้อีก ซึ่งแพทย์จะต้องปรับวิธีการรักษาใหม่ ผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ มักจะมีอาการทางความเครียดเรื้อรัง ที่ส่งผลต่อสภาพร่างกายทำให้นอนไม่หลับ และวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา
“การรักษาก็แล้วแต่กรณีของผู้ป่วย ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป และให้คำแนะนำตามสภาพที่จะทำได้ ให้มองโลกในแง่ดี พยายามให้ใช้หลักคิดต่างๆ ตามที่ผู้ป่วยแต่ละรายเชื่อถือ เช่น หลักศาสนา ซึ่งผู้ป่วยชาวไทยมุสลิมจะเข้าถึงตรงจุดนี้ได้ดีและสิ่งที่นับว่าเป็นจุดแข็งคือการมีระบบเครือข่ายญาติมิตร เพื่อนฝูงที่เหนียวแน่น กลมเกลียวกัน จะช่วยทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจที่ดีขึ้นการติดตามผลการรักษาผู้ป่วยนั้นจะมีการนัดมาดูอาการเป็นระยะๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยว่าหนักเบาแค่ไหน” นพ.ดำรงค์ กล่าวและว่า
ปัจจุบันนี้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังขาดแคลนจิตแพทย์ที่จะมาคอยให้การรักษาผู้ป่วย โดยตนเป็นจิตแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด ซึ่งการจัดอบรมให้ความรู้บุคลากรทางด้านสาธารณสุขสามารถช่วยได้แค่ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้เป็นผลจากที่ประเทศไทยยังมีจำนวนแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาไม่มากนัก ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วจำนวนจิตแพทย์เพียง 1 คนนั้น นับว่าเป็นความขาดแคลนอย่างยิ่ง
“สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้ คือ ความเรื้อรังของปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น ซึ่งยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะสงบลง ทำให้ประชาชนเกิดอาการกระวนกระวายใจ วิตกกังวล ส่งผลทางอ้อมต่อสภาพทางร่างกาย เพราะพื้นที่แตกต่างกับเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านพ้นไปแล้วและมีการฟื้นฟูจนทำให้ประชาชนคลายความกังวลใจลงไปได้ แต่สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นทุกวัน” นพ.ดำรง กล่าว
นพ.เอนก สุภีรนันท์ ผอ.โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ เปิดเผยกับ “ผู้จัดการรายวัน ศูนย์ข่าวหาดใหญ่”ว่า ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชฯ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณ 9-10% ซึ่งจำนวนดังกล่าวเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร มากกว่าที่จะมาจากสาเหตุผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาส่วนใหญ่จะมีอาการเครียด หวาดผวา นอนไม่หลับ วิตก กังวล ซึ่งแพทย์ก็ได้ให้คำแนะนำและให้ยาไปรับประทาน ส่วนสาเหตุที่จำนวนของผู้ป่วยไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักนั้นเพราะชาวบ้านในพื้นที่เริ่มมีความชาชินกับเหตุการณ์จนดูว่าเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นเท่านั้น”
นพ.เอนก กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ต้นปี 47 กรมสุขภาพจิต ได้เร่งผลิตบุคลากรทางด้านจิตวิทยามาคอยให้คำปรึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดประกอบด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส ด้วยการฝึกอบรมบุคลากรจากสถานีอนามัยในชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขและพยาบาลในโรงพยาบาลต่างๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจในการให้คำปรึกษาแก่ประชาชนในเบื้องต้น
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดูแลประชาชนในพื้นที่ในกรณีที่เกิดอาการทางจิต ซึ่งจะสามารถช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางมารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชฯ ที่ จ.สงขลา แต่หากผู้ป่วยรายใดที่มีอาการน่าเป็นห่วง ก็จะส่งตัวให้จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ที่มีอยู่เพียงคนเดียวทำการรักษาพยาบาล หรืออาจจะนำส่งโรงพยาบาลจิตเวชฯ สงขลา เพื่อรับการฟื้นฟูสภาพจิตใจต่อไป
ด้าน นพ.ดำรงค์ แวอาลี จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ของผู้ป่วยโดยรวมในขณะนี้มีเพิ่มขึ้นไม่มากนัก ซึ่งแพทย์ไม่สามารถระบุจำนวนได้ เนื่องจากยังไม่ได้มีการเก็บตัวเลขไว้อย่างเป็นระบบ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต และได้รับการรักษาจากแพทย์แล้วเมื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติและไปเจอกับเหตุการณ์ความไม่สงบอีกก็จะทำให้เกิดอาการกำเริบขึ้นได้อีก ซึ่งแพทย์จะต้องปรับวิธีการรักษาใหม่ ผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ มักจะมีอาการทางความเครียดเรื้อรัง ที่ส่งผลต่อสภาพร่างกายทำให้นอนไม่หลับ และวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา
“การรักษาก็แล้วแต่กรณีของผู้ป่วย ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป และให้คำแนะนำตามสภาพที่จะทำได้ ให้มองโลกในแง่ดี พยายามให้ใช้หลักคิดต่างๆ ตามที่ผู้ป่วยแต่ละรายเชื่อถือ เช่น หลักศาสนา ซึ่งผู้ป่วยชาวไทยมุสลิมจะเข้าถึงตรงจุดนี้ได้ดีและสิ่งที่นับว่าเป็นจุดแข็งคือการมีระบบเครือข่ายญาติมิตร เพื่อนฝูงที่เหนียวแน่น กลมเกลียวกัน จะช่วยทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจที่ดีขึ้นการติดตามผลการรักษาผู้ป่วยนั้นจะมีการนัดมาดูอาการเป็นระยะๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยว่าหนักเบาแค่ไหน” นพ.ดำรงค์ กล่าวและว่า
ปัจจุบันนี้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังขาดแคลนจิตแพทย์ที่จะมาคอยให้การรักษาผู้ป่วย โดยตนเป็นจิตแพทย์ที่ต้องดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด ซึ่งการจัดอบรมให้ความรู้บุคลากรทางด้านสาธารณสุขสามารถช่วยได้แค่ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้เป็นผลจากที่ประเทศไทยยังมีจำนวนแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาไม่มากนัก ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วจำนวนจิตแพทย์เพียง 1 คนนั้น นับว่าเป็นความขาดแคลนอย่างยิ่ง
“สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในขณะนี้ คือ ความเรื้อรังของปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น ซึ่งยังไม่รู้ว่าเมื่อไรจะสงบลง ทำให้ประชาชนเกิดอาการกระวนกระวายใจ วิตกกังวล ส่งผลทางอ้อมต่อสภาพทางร่างกาย เพราะพื้นที่แตกต่างกับเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านพ้นไปแล้วและมีการฟื้นฟูจนทำให้ประชาชนคลายความกังวลใจลงไปได้ แต่สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นทุกวัน” นพ.ดำรง กล่าว


