ศูนย์ข่าวภูเก็ต –ภูเก็ตเตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญร่องน้ำ ประชุมหาทางป้องกันนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิต หลังหนังสือพิมพ์สิงคโปร์พาดหัวข่าวใหญ่ “ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวจมน้ำปีหนึ่งไม่น้อยกว่า10คน” ขณะที่ตำรวจเผย ตั้งแต่ต้นนักท่องเที่ยวเสียชีวิตแล้ว 27 คน เสียชีวิตจากการจมน้ำ13 คน เชื่อหลังอบจ.อบรมไลฟ์การ์ดเสร็จหมดปัญหา
นางสาวอโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้เขต 4 (ททท.) กล่าวในการประชุมคณะกรรมการซีอีโอจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจัดให้มีการประชุมขึ้นที่ ศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ตวันนี้(8 ก.ย) ถึงปัญหาผู้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในช่วงฤดูมรสุม ว่า
ปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยว ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต ที่จังหวัดภูเก็ต ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนในต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในรายของนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ ที่จมน้ำพร้อมกันถึง 3 คน ที่บริเวณหาดกะตะ-กะรน และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน ซึ่งเรื่องนี้มีการพาดหัวข่าวใหญ่ของหนังสือพิมพ์ที่สิงคโปร์ และกล่าวว่าภูเก็ตมีผู้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 ราย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เสียหายต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต
อย่างไรก็ตามในการแก้ไขปัญหา และป้องกันไม่ให้มีผู้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเกิดขึ้น มีหลายหน่วยงานที่เสนอแนวทางในการป้องกันมายัง ททท. โดยเฉพาะในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่ได้เสนอแนวทางการป้องกันไม่ให้คนจมน้ำ ว่า จะใช้เพียงธงแดงบอกเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะบางครั้งนักท่องเที่ยวไม่เชื่อฟัง และฝ่าฝืนลงเล่นน้ำอยู่
เพราะฉะนั้นควรที่จะเพิ่มในเรื่องของป้ายเตือน เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น และจะต้องระบุด้วยว่าร่องน้ำและกระแสน้ำของภูเก็ตนั้น มีความแตกต่างไม่เหมือนกับที่อื่น แม้ว่าจะเห็นคลื่นไม่แรงแต่จริงๆแล้วภูเก็ตจะมีคลื่นใต้น้ำซึ่งมีความอันตรายมาก และในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอชนควรที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่
ขณะที่นายอุดมศักดิ์ อัศวรางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตนก็อยากทราบเช่นกันว่าทำไมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงมีปัญหาในเรื่องของนักท่องเที่ยวและประชาชน จมน้ำเสียชีวิตจำนวนมาก และในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อยากให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของร่องน้ำมาร่วมประชุม เพื่อกำหนดมาตรการออกมาดูแลนักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้น ลดปัญหาอุบัติเหตุจมน้ำให้เหลือน้อยที่สุด เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องแก้ไข ส่วนกรณีที่มีการฝ่าฝืนป้ายสัญลักษณ์ประกาศเตือน ก็ให้หามาตรการมาดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ฝ่าฝืน
ด้าน พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจมน้ำที่จังหวัดภูเก็ต ว่าตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีจำนวน 13 คน จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตทั้งหมด 27 ราย ส่วนที่เหลืออีก 14 รายเป็นการเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย และเป็นโรคประจำตัว ส่วนการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต ขณะนี้ อบจ.ภูเก็ตได้จัดให้มีการอบรมไลฟ์การ์ดเพื่อดูแลความปลอดภัยบริเวณชายหาดต่างๆแล้ว จำนวน 61 คน เชื่อว่าหลังจากผ่านการอบรมปัญหานักท่องเที่ยวจมน้ำก็จะลดน้อยลง
ส่วนกรณีที่นักท่องเที่ยวฝ่าฝืนป้ายเตือน ถือเป็นปัญหาที่สามารถแก้ได้ เพราะที่ผ่านมผู้ว่าราชการจังหวัดคนก่อนได้ออกประกาศของผู้อำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ห้ามไม่ให้มีการฝ่าฝืนป้ายเตือน หากนักท่องเที่ยวคนใดฝ่าฝืนสามารถจับกุมดำเนินคดีได้
ขณะที่นายปมุข อัจฉะริยฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าสาเหตุที่ปีนี้มีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตจำนวนมาก ก็เนื่องมาจากความขาดช่วงในเรื่องของการบริหารงาน อบจ.ที่มีการขาดช่วงไป เพราะถ้าย้อนหลังไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จะเห็นว่าปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตน้อยมาก เนื่องจากมีการตั้งงบประมาณจ้างบีชการ์ดดูแล แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีการจ้างบีชการ์ด และมีการยกเลิกงบประมาณในส่วนนี้ไป จึงอยากฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลในเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต
นางสาวอโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้เขต 4 (ททท.) กล่าวในการประชุมคณะกรรมการซีอีโอจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจัดให้มีการประชุมขึ้นที่ ศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ตวันนี้(8 ก.ย) ถึงปัญหาผู้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในช่วงฤดูมรสุม ว่า
ปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยว ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต ที่จังหวัดภูเก็ต ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนในต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในรายของนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ ที่จมน้ำพร้อมกันถึง 3 คน ที่บริเวณหาดกะตะ-กะรน และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน ซึ่งเรื่องนี้มีการพาดหัวข่าวใหญ่ของหนังสือพิมพ์ที่สิงคโปร์ และกล่าวว่าภูเก็ตมีผู้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 10 ราย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เสียหายต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต
อย่างไรก็ตามในการแก้ไขปัญหา และป้องกันไม่ให้มีผู้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเกิดขึ้น มีหลายหน่วยงานที่เสนอแนวทางในการป้องกันมายัง ททท. โดยเฉพาะในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่ได้เสนอแนวทางการป้องกันไม่ให้คนจมน้ำ ว่า จะใช้เพียงธงแดงบอกเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะบางครั้งนักท่องเที่ยวไม่เชื่อฟัง และฝ่าฝืนลงเล่นน้ำอยู่
เพราะฉะนั้นควรที่จะเพิ่มในเรื่องของป้ายเตือน เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น และจะต้องระบุด้วยว่าร่องน้ำและกระแสน้ำของภูเก็ตนั้น มีความแตกต่างไม่เหมือนกับที่อื่น แม้ว่าจะเห็นคลื่นไม่แรงแต่จริงๆแล้วภูเก็ตจะมีคลื่นใต้น้ำซึ่งมีความอันตรายมาก และในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอชนควรที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่
ขณะที่นายอุดมศักดิ์ อัศวรางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตนก็อยากทราบเช่นกันว่าทำไมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จึงมีปัญหาในเรื่องของนักท่องเที่ยวและประชาชน จมน้ำเสียชีวิตจำนวนมาก และในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อยากให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของร่องน้ำมาร่วมประชุม เพื่อกำหนดมาตรการออกมาดูแลนักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้น ลดปัญหาอุบัติเหตุจมน้ำให้เหลือน้อยที่สุด เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องแก้ไข ส่วนกรณีที่มีการฝ่าฝืนป้ายสัญลักษณ์ประกาศเตือน ก็ให้หามาตรการมาดำเนินการ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ฝ่าฝืน
ด้าน พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจมน้ำที่จังหวัดภูเก็ต ว่าตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีจำนวน 13 คน จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิตทั้งหมด 27 ราย ส่วนที่เหลืออีก 14 รายเป็นการเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย และเป็นโรคประจำตัว ส่วนการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิต ขณะนี้ อบจ.ภูเก็ตได้จัดให้มีการอบรมไลฟ์การ์ดเพื่อดูแลความปลอดภัยบริเวณชายหาดต่างๆแล้ว จำนวน 61 คน เชื่อว่าหลังจากผ่านการอบรมปัญหานักท่องเที่ยวจมน้ำก็จะลดน้อยลง
ส่วนกรณีที่นักท่องเที่ยวฝ่าฝืนป้ายเตือน ถือเป็นปัญหาที่สามารถแก้ได้ เพราะที่ผ่านมผู้ว่าราชการจังหวัดคนก่อนได้ออกประกาศของผู้อำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ห้ามไม่ให้มีการฝ่าฝืนป้ายเตือน หากนักท่องเที่ยวคนใดฝ่าฝืนสามารถจับกุมดำเนินคดีได้
ขณะที่นายปมุข อัจฉะริยฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าสาเหตุที่ปีนี้มีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตจำนวนมาก ก็เนื่องมาจากความขาดช่วงในเรื่องของการบริหารงาน อบจ.ที่มีการขาดช่วงไป เพราะถ้าย้อนหลังไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จะเห็นว่าปัญหาเรื่องนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิตน้อยมาก เนื่องจากมีการตั้งงบประมาณจ้างบีชการ์ดดูแล แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีการจ้างบีชการ์ด และมีการยกเลิกงบประมาณในส่วนนี้ไป จึงอยากฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลในเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต


