ในช่วงวิกฤติ โรคระบาดโควิด -19 ทำให้เส้นทางชีวิตหลายคนเปลี่ยนไป บางคนปรับตัวได้ และหาช่องทางสร้างรายได้ใหม่ เร็วๆ รวยกว่าเดิมก็มี ในขณะที่บางคน รอว่าสถานการณ์ กลับมาเหมือนเดิม และไม่ได้ลงมือทำอะไร ทำให้พลาดไปที่เริ่มช้า และอาจจะต้องเปลี่ยนอาชีพไปเลย ในขณะที่หลายคนพร้อมกับอาชีพใหม่ และปรับตัวได้ กับรายได้ที่น้อยลงไป
ขายบัวลอย และขนมหวานตลาดนัด
คุณนุสรา อินตะนัย เจ้าของร้าน บ้านบัวลอย จังหวัดปทุมธานี เล่าว่า ร้านบ้านบัวลอยเป็นร้านขายขนมหวาน และเครื่องดื่ม เช่น บัวลอยมะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวมูนหน้าต่างๆ ลอดช่องสิงคโปร์ แตงไทยเผือกน้ำกะทิ ข้าวเม่า และอื่นฯลฯ รวมถึงมีเมนูเครื่องดื่ม เช่น น้ำลำไย น้ำสับปะรด น้ำเฉาก๋วย และอื่นๆ การที่มีเมนูออกมาขายเยอะแบบนี้ ไม่ได้ ทำออกมาพร้อมกันทุกวัน ใช้การสลับสับเปลี่ยน ไปเพื่อให้ลูกค้าประจำของเราได้เปลี่ยนเมนูไม่กินอะไรซ้ำๆทุกวัน
โดยเปิดขายอยู่ที่ตลาดนัดวัดนาวง วันพระ และตลาดนัดนาวง วันปกติ ตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี และที่ชื่อร้านบ้านบัวลอย มาจากเราเปิดตัวด้วยเมนู บัวลอย ตอนเปิดครั้งแรก ขายเมนูบัวลอยเผือก ขายเป็นถ้วย เราเป็นรายแรกที่ทำบัวลอยใส่ถ้วยขาย เมื่อย้อนไปตั้งแต่ช่วงโควิด ที่เริ่มมาขายบัวลอย หน้าวัดนาวง
จากธุรกิจเสื้อผ้าประตูน้ำ สู่แม่ค้าขายขนมหวาน
ส่วนที่มาของการเปิดร้านบัวลอย เริ่มมาจากตนเองเคยเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ พอเกิดสถานการณ์โควิด ต้องปิดร้าน ช่วงนั้น ไม่มีรายได้ แต่ค่าใช้จ่ายยังต้องมีอยู่ และมีลูกที่ต้องเรียนหนังสือ ไม่คิดว่าสถานการณ์ โควิดจะยาวนาน ทำให้เราใช้เงินที่เก็บไว้จนหมด เพราะคิดว่าเดียวคงจะได้มาเปิดร้าน แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น รอว่าจะได้กลับมาขายเสื้อผ้าอีก แต่ปรากฎว่าโควิดยาวเป็นปี เงินที่มีอยู่เริ่มหมดไปเรื่อย ทำให้ต้องตัดสินใจ ว่าต้องออกมาหารายได้ และ มาทำขนมขาย เพราะส่วนตัวชอบทำขนมอยู่แล้ว
ทั้งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้น ที่มาลองทำขนมขายเพราะส่วนตัวชอบทำขนมอยู่แล้ว เริ่มจากทำบัวลอยไปขายหน้าวัด ช่วงวันพระ ปรากฎว่า ลูกค้าชอบ และขอให้ทำมาขายอีก จึงเป็นจุดเริ่มต้นว่า ถ้าอย่างนั้น ลองขายจริงจัง จากทำขายหน้าวัด ช่วงเช้าสำหรับคนที่มาซื้อไปใส่บาตร ก็ไปขายจริงจังเลยที่ตลาดนัด ผลตอบรับก็ออกมาดีมากในช่วงแรก เพราะเราเป็นขนมบัวลอยที่ทำใส่ถ้วยที่มีฝาปิด เมื่อก่อน ส่วนใหญ่จะทำใส่ถุง ทำให้เราแตกต่างได้รับการตอบรับดีมาก
รายได้ต่อวัน 1-2 พันบาท
แต่พอหลังๆ เริ่มขายไม่ค่อยดี เพราะคนอาจจะเบื่อ มีคนอื่นๆ มาขายเหมือนกัน ก็เลยต้องหาขนมอื่นๆ มาเสริม ซึ่งพอมีขนมอื่นๆ มาเสริม ยอดขายก็กลับมาดีขึ้น ปัจจุบัน มีรายได้ต่อวัน ไม่แน่นอน อย่างต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป สูงสุดก็ได้ถึง 2,000 บาท กำไรก็จะเป็นค่าวัตถุดิบ ที่นำมาทำ ซึ่งปรับราคาขึ้นบ้าง กำไรได้น้อยลงไป แต่การขายตลาดนัด ข้อดี ค่าเช่าไม่ได้สูง อย่างที่ตลาดนัดที่ขายอยู่ทุกวันนี้ ค่าเช่า ประมาณ100-150 บาท ไม่เกินนี้ และเก็บเป็นรายวัน เป็นการเริ่มต้นเล็ก แต่ได้มีรายได้เข้าบ้านทุกวัน
เปรียบเทียบ แม่ค้าตลาดนัด กับเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าประตูน้ำ
“นุสรา” ได้พูดถึงข้อดี การเป็นแม่ค้าตลาดนัด ความเสี่ยงต่ำ ค่าเช่าที่ถูก และที่เลือกขายอาหารเพราะขายง่าย และคนเลือกที่จะใช้จ่ายกับอาหารการกินก่อน และขายอาหารลงทุนไม่สูง ไม่ต้องสต็อกวัตถุดิบ สามารถซื้อแบบวันต่อวันได้ แต่ด้วยความที่เราเน้นอาหารที่สดปรุงแบบวันต่อวัน ทำให้เวลาขายไม่หมด ก็อาจจะต้องเข้าเนื้อ หรือ กำไร น้อยลง แต่ส่วนตัวตั้งแต่ขายอาหารมา ขายหมด หรือ เกือบหมดทุกครั้งที่มาเปิดร้านขาย เพราะลูกค้าที่เคยซื้อเราไป ก็มาซื้อซ้ำ เน้นรสชาติ และคุณภาพ ในราคาที่ไม่แพง เป็นราคาตลาดนัด แต่ถามว่า การแข่งขันสูงไหม ก็สูง เพราะถ้าขนมแบบไหน ร้านไหนขายดี ก็จะมีคนทำขายเหมือนกับเรา เป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องเปลี่ยน ชนิดของขนมออกไปเรื่อย ตามที่กล่าวมาข้างต้น
ถ้าถามถึงรายได้เมื่อเทียบกับ ตอนเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ ต้องยอมรับว่า รายได้ไม่เท่า แต่ก็ได้ความสบายใจ ไม่ต้องแข่งขันมาก ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องเหนื่อย รายได้แค่พอเลี้ยงตัวเอง และครอบครัว ไม่ได้เงินก้อน เหมือนในอดีต รายได้ต่อเดือนประมาณเกือบ 2 หมื่นบาท ในขณะที่เปิดร้านเสื้อผ้าในอดีตวันเดียวก็มีรายได้เกือบหลักหมื่นบาทแล้ว แต่ข้อเสียการขายเสื้อผ้า เสื้อผ้าสต็อกสูง แฟขั่นมาเร็วไปเร็ว ข้อดีของ การขายเสื้อผ้ากำไรดีกว่า ของไม่เน่าเสีย
โทร.08-7252-6562
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *


