คาเฟ่แอนด์คูซีน Café & Cuisine ร้านอาหาร ตกแต่งสไตล์คาเฟ่ กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะร้านอาหารหลายร้าน ถ้าจะอาหารอร่อยอย่างเดียวไม่ได้ บรรยากาศของร้านก็ต้องได้ด้วย ก็เลยออกมาเป็น Café & Cuisine
Café & Cuisine ตอบโจทย์คนทำร้านอาหาร และลูกค้าในยุคนี้
ปัจจุบันการเปิดรูปแบบของคาเฟ่ เป็นร้านขายเครื่องดื่ม เบเกอรี่ อาหารว่าง ไม่ได้เน้นอาหารมื้อหลัก เน้นให้ลูกค้ามาชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่แต่ละคาเฟ่จะออกแบบ ทั้งธรรมชาติ หรือ อื่นๆ ตามสไตล์ของเจ้าของคาเฟ่ที่ต้องการจะนำเสนอ ในขณะที่ Cuisine เน้นการขายอาหารมื้อหลักที่เน้นอาหารรสชาติจัดจ้านแต่จัดจานให้ออกมาดูสไตล์ฟิวชั่น
แต่พอทั้งสองรูปแบบมารวมกัน ทำให้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าได้ไม่ยาก เฉกเช่น ประกาย คาเฟ่ แอนด์ คูซีน” Prakai cafe & cuisine เป็นร้านบรรยากาศธรรมชาติฟีล แคมป์ปิ้ง เหมือนอยู่ต่างจังหวัด แต่อยู่ในกรุงเทพ แลนมาร์คย่านมีนบุรี ที่เน้นเสิร์ฟ อาหารไทยรสชาติจัดจ้านสไตล์อาหารอีสาน ร้านนี้ ลงทุนไปกว่า 17 ล้านบาท ด้วยรสชาติอาหารรวมกับบรรยากาศโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติทั้งต้นไม้และทะเลสอบในพื้นที่ คืนทุนได้ในเวลาเพียงแค่ 2 ปีแรก
มารู้จัก ประกายคาเฟ่แอนด์คูซีน ทำไมลูกค้าให้การตอบรับอย่างรวดเร็ว
คุุณสโรชา รุ่งรัศมี เจ้าของ บริษัทประกาย คาเฟ่ แอนด์ คูซีน จำกัด เล่าว่า ตนเองทำธุรกิจร้านอาหารรูปแบบของคาเฟ่ เน้นอาหารอีสานสไตล์โฮมเมด เปิดอยู่ 2 สาขา ที่มีนบุรี และ สาขาเปิดใหม่ บางใหญ่ ทั้งสองสาขารองรับลูกค้าได้กว่า 200 คน มีทีจอดรถ 70-100 คัน สาขามีนบุรี ลงทุนไป 17 ล้านบาท และ สาขาบางใหญ่ลงทุนไปกว่า 30 ล้านบาท สาขามีนบุรี เปิดมา 6 ปี สาขาบางใหญ่เปิดมาได้ 1 ปี
โดย ได้รับการตอบรับดีทั้งสองสาขา เพราะด้วยจุดเด่น รสชาติอาหาร และราคาที่เหมาะสม และยังมีพื้นที่จอดรถ ที่รองรับลูกค้าจำนวนมากได้ และที่สำคัญเหนืออื่นใด คือ บรรยากาศที่ตั้งใจที่จะทำให้ลูกค้าที่มากินที่ร้านของเราได้กินอาหารท่ามกลางธรรมชาติที่เราได้จัดเอาไว้ให้ ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดี จากกลุ่มลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว อย่างสาขามีนบุรี เปิดมาได้ 1-2 ปี ก็สามารถคืนทุนได้แล้ว กับเงินที่ลงทุนไปกว่า 17 ล้านบาท
ประกายคาเฟ่แอนด์คูซีน สาขามีนบุรี ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่ ติดทะเลสาบ หลังตลาดต้นไม้เจ้าจอม ถนนร่มเกล้า บรรยากาศที่ติดทะเลสาบ และโอบล้อมไห้ด้วยธรรมชาติ ฟีลแคมปิ้ง และมีที่จอดรถรองรับลูกค้าได้ไม่ต่ำกว่า 100 คัน ทำให้ลูกค้าที่ชื่นชอบ ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่ และรสชาติอาหารที่โดนใจ ได้รับการตอบรับดี ตั้งแต่ปีแรกที่เปิด โดยไม่ได้ทำประชาสัมพันธ์อะไรเยอะมาก นอกจากช่องทางออนไลน์ และ การบอกกันแบบปากต่อปาก
จากพนักงานออฟฟิศ ไม่ได้เคยทำธุรกิจ แค่ชอบและตั้งใจ
คุณสโรชา เล่าว่า เธอเองไม่ได้มีประสบการณ์ด้านการทำร้านอาหาร เพียงแค่รู้สึกว่าชอบทำอาหาร โดยเฉพาะคุณแม่มีฝีมือในการทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารอีสานก็เลยเลือกมาทำธุรกิจร้านอาหาร เพราะยุคสมัยนี้ ถ้าตัวเองไปทำกิจการอย่างอื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าทำไปแล้วจะประสบความสำเร็จไหม ก่อนจะทำได้ศึกษาทั้งเรื่องทำเล และเรื่องอาหารมาอย่างดี การทำร้านอาหารไม่ใช่เรื่องง่ายจะต้องมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีถึงจะอยู่รอดได้
ที่ผ่านมา กำไร อยู่ที่ 20-30 เปอร์เซ็นต์ การทำร้านอาหาร นอกจาก รสชาติอาหาร บรรยากาศ ภายในร้าน และ สิ่งสำคัญ งานบริการ เพราะถ้าลูกค้าประทับใจไม่ว่าจะเป็นสถานที่ และอาหารต้องไปด้วยกัน จะต้องประทับใจทั้งสองอย่างเค้าจะบอกต่อและกลับมาซ้ำ
การทำร้านอาหารยุคนี้ไม่ง่าย วัตถุดิบราคาไม่แน่นอน
“สโรชา” ได้ให้มุมมองของการเปิดร้านอาหารของเธอว่า ส่วนตัว ก็ยังมองเห็นโอกาสทางธุรกิจนี้ เพราะอาหารการกินยังไง คนก็ยังเลือกที่จะกิน และคาเฟ่ตอบโจทย์ คนยุคปัจจุบัน ที่มองหาร้านอาหาร แต่จะต้องเผชิญกับการแข่งขัน และความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่ไม่แน่นอน ต้องบริหารจัดการให้เป็น
หยิบเมนูอาหารอีสานตามที่ตัวเองถนัด
สำหรับเมนูอาหารของที่ร้าน เป็นเมนูพื้นบ้านทั่วไป และเกิดจากตัวเองและแม่ช่วยคิด บางเมนู จะเป็นเมนูหายาก ไม่สามารถหารับประทานได้ทั่วไป จะต้องมากินที่ร้านเราเท่านั้น ถ้าสามารถทำเมนูหายากเหล่านี้ โดนใจลูกค้า ก็จะกลับมาหาเราอีก หรือ ได้ลูกค้าใหม่ เรื่อย เมนูหาทานยากของทางร้าน เช่น ยำส้มโอกระทงทอง แกงเขียวหวานปลากราย เนื้อทอด 1 นาที ขนมไทย เช่น น้อยหน่า น้ำกะทิ เป็นต้น
ในส่วนของช่องทางแนะนำในยุคนี้ ก็ต้องโซเชียลฯ และการบอกต่อของคนที่เคยมากิน หรือ คนที่ผ่านไปผ่านมา และแวะเข้ามา สำหรับสถานการณ์ น้ำท่วม ในช่วงนี้ ได้รับผลกระทบหนักเหมือนกัน อย่าง สาขามีนบุรี แม้ร้านของเราจะไม่ได้โดนน้ำท่วม แต่พื้นที่โดยรอบของเราก็โดนน้ำท่วมเกือบทั้งหมด ลูกค้าก็เลยลดน้อยลงไปเยอะมาก จนเราเองก็ต้องปิดร้านบ้าง เปิดไม่เต็มเวลาเหมือนเดิม เพราะหาวัตถุดิบไม่ค่อยได้ คนที่ส่งวัตถุดิบเจอน้ำท่วมทำให้มาส่งไม่ได้ ผักบางชนิดเจอน้ำท่วมขาดตลาดราคาสูงมาก ลูกค้าเองหายไปเยอะ ก็คงมาจากหลายคนไม่มีกะจิตกะใจอยากจะออกจากบ้าน หรือมากินอาหารนอกบ้าน
“กว่าจะมาถึงวันนี้ที่ทำมาเกือบ 6 ปี ก็ต้องผ่านเหตุการณ์ทั้งมีความสุข ทั้งสนุก มันส์ทุกวัน แต่ละวันพันเหตุการณ์ เรื่องราวเยอะมาก ที่ทำให้ต้องแก้ทุกวัน แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เราเติบโตขึ้น เพราะการทำร้านอาหารถ้าไม่ทุ่มเทโอกาสจะผิดพลาดมีสูง จากวันแรกที่เริ่มต้นจาก 0 มันไม่ง่ายเลย เหนื่อย แต่เชื่อเหอะ คุ้ม ไม่ใช่คุ้มเรื่องเงินอย่างเดียว แต่ประสบการณ์ชีวิตคุ้มมาก จะเป็นเจ้าของธุรกิจต้องทุ่มเทจริงๆ จากทำงานเงินเดือน ทำแค่จันทร์ ถึงศุกร์ พอมาเปิดร้าน ทำงานทุกวันเลยแต่ก็ดีใจที่ทำสำเร็จไปอีกขั้น โดยไม่ได้หยุดแค่นี้ จะพัฒนาไปเรื่อย”
ติดต่อ Facebook : ประกายมีนบุรี Prakai Café & Cuisine Minburi
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* *


