xs
xsm
sm
md
lg

“ชัยชาดา” คว้า Thailand Top Entrepreneur Awards 2026 ชูโมเดล “ภูมิปัญญาไทยสู่มาตรฐานโลก” เดินหน้าพาสมุนไพรไทยสู่ตลาดสากล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัท ชัยชาดา จำกัด ได้รับรางวัล Thailand Top Entrepreneur Awards 2026 สาขา “รางวัลส่งเสริมภูมิปัญญาชุมชนแห่งปี”จากแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการนำวัตถุดิบสมุนไพรไทย และองค์ความรู้จากชุมชนพื้นบ้านนำมาต่อยอดด้วยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมกระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสให้ผลิตภัณฑ์จากพืชและสมุนไพรไทยสามารถพัฒนาไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น

สำหรับบริษัท รางวัลครั้งนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้กับทีมงานและชุมชนที่ร่วมกันพัฒนางานมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นกำลังใจให้บริษัทเดินหน้าสิ่งที่พยายามทำมาโดยตลอด นั่นคือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาและวัตถุดิบของไทย โดยไม่ทิ้งรากฐานของชุมชน


ภูมิปัญญาไทยมีคุณค่าอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่มอีกทางหนึ่ง

คุณวสันต์ ฉายสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยชาดา จำกัด กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าภูมิปัญญาและวัตถุดิบพื้นบ้านของไทยมีคุณค่าและมีเอกลักษณ์ในตัวเองอยู่แล้ว สิ่งที่บริษัทพยายามทำคือเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อทำความเข้าใจจุดแข็งของวัตถุดิบและองค์ความรู้เหล่านั้น ก่อนนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการผลิตเข้ามาช่วยต่อยอด

“ภูมิปัญญาไทยมีคุณค่ามหาศาลอยู่แล้ว หน้าที่ของเราคือการนำนวัตกรรมและมาตรฐานสากลเข้าไปเติมเต็ม เพื่อให้สินค้าไทยมีโอกาสไปยืนในเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ”

แนวคิดการดำเนินธุรกิจส่วนหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็งจากสิ่งที่มีอยู่ การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งบริษัทพยายามนำมาปรับใช้กับการทำงานร่วมกับชุมชนและการพัฒนาวัตถุดิบไทย

“เราไม่ได้มองว่าภูมิปัญญาชุมชนเป็นเพียงสินค้าดั้งเดิมหรือเรื่องเล่าท้องถิ่น แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีคุณค่ามาก สิ่งที่เราทำคือการเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อดึงจุดแข็งของวัตถุดิบและองค์ความรู้พื้นบ้านขึ้นมาเป็นจุดตั้งต้น แล้วค่อย ๆ นำวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และกระบวนการผลิตเข้ามาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม”


จากสมุนไพรไทย สู่มูลค่าที่แท้จริง ด้วยสารสกัดที่สามารถระบุและควบคุมสารสำคัญได้


หนึ่งในงานที่บริษัทให้ความสำคัญ คือการพัฒนาสมุนไพรตั้งแต่การคัดเลือกและพัฒนาวัตถุดิบ การสกัด การวิเคราะห์สารสำคัญ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต เพื่อให้เราสามารถเข้าใจและควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบได้มากขึ้น
องค์ความรู้ส่วนหนึ่งเกิดจากประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี รวมถึงการทำงานร่วมกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ ทำให้บริษัทได้เรียนรู้แนวคิด วิธีการคัดเลือกและพัฒนาวัตถุดิบ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีและกระบวนการต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้กับพืชและสมุนไพรประสบการณ์เหล่านี้ทำให้บริษัทค่อย ๆ สะสมและพัฒนาองค์ความรู้ของตนเอง โดยนำสิ่งที่เรียนรู้มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุดิบและบริบทของประเทศไทย

หนึ่งในสิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการทำให้เรารู้จักวัตถุดิบของตัวเองมากขึ้น ว่าสารสำคัญคืออะไร มีอยู่ในปริมาณเท่าใด และสามารถควบคุมให้ตรวจสอบได้อย่างไร เพราะเราเชื่อว่าการสร้างมูลค่าให้สมุนไพรไทย ไม่ได้เริ่มจากการนำไปขายให้ไกลขึ้นเท่านั้น แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจสิ่งที่เรามี และพัฒนาสิ่งนั้นให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เราอาจยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ครับ แต่สิ่งที่เราเชื่อคือ ถ้าเราเริ่มจากการรู้จักวัตถุดิบของเราให้ดีขึ้น ค่อย ๆ พัฒนาองค์ความรู้และมาตรฐานของเราเอง เราจะสามารถสร้างมูลค่าให้สมุนไพรไทยได้มากขึ้น และสร้างโอกาสให้วัตถุดิบจากชุมชนก้าวไปได้ไกลกว่าเดิมครับ”


ต่อยอดจากวัตถุดิบ สู่ผลิตภัณฑ์และแบรนด์

จากการพัฒนาวัตถุดิบและสารสกัด บริษัทได้ต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ภายใต้เครือ โดยแต่ละแบรนด์มีบทบาทและแนวทางที่แตกต่างกันในการนำพืชและสมุนไพรไทยไปสร้างคุณค่าและตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม
“ชาดาสุวรรณ์ CHADASUWANNA” มุ่งนำเสนอสมุนไพรแห้งและสมุนไพรบดผงจากวัตถุดิบไทย ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายสำหรับใช้ในครัวเรือน รวมถึงตลาดค้าปลีกและค้าส่ง เป็นการนำสมุนไพรไทยมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเรียบง่าย

“ฌาดา CHADA” นำสมุนไพรไทยมาพัฒนาเป็นชาสมุนไพร โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การดื่มและการนำสมุนไพรมาเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

“ดี ฌาดา D’CHADA” ต่อยอดสู่แนวคิด Botanical Living มองพืชและสมุนไพรในมิติที่กว้างขึ้น นำวัตถุดิบและองค์ความรู้จากธรรมชาติมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิต พร้อมสร้างรูปแบบและประสบการณ์ใหม่ให้กับสมุนไพรไทย
“ไฟว์อี 5E” มุ่งยกระดับสมุนไพรไทยด้วยวิทยาศาสตร์ ผ่านการพัฒนาสารสกัดด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมของบริษัท รวมถึงการควบคุมสารสำคัญ การทำ Standardization และการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยที่มีคุณภาพและตรวจสอบได้

การพัฒนาตั้งแต่วัตถุดิบ สารสกัด ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงแบรนด์ จึงเป็นความพยายามของบริษัทในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทยในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น สร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้สมุนไพร ไปจนถึงการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เข้ามายกระดับผลิตภัณฑ์ และเรียนรู้จากตลาดไปพร้อมกัน


รางวัลที่เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่าย


บริษัทมองว่าเป็นรางวัลที่ไม่ได้สะท้อนเพียงการทำงานของบริษัท แต่เป็นผลจากความร่วมมือของหลายฝ่าย ตั้งแต่เกษตรกรและชุมชนต้นน้ำ ทีมฝ่ายจัดซื้อและฟาร์มมิ่ง ทีมวิจัยและพัฒนา ฝ่ายผลิต ตลอดจนลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงหน่อยงานภาครัฐและหน่วยงานต่างๆที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาและผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ก้าวไปข้างหน้า

รางวัลนี้ถือเป็นกำลังใจให้กับทีมงานทุกคนที่ทำงานร่วมกัน ทั้งฝ่ายผลิต เกษตรกร และชุมชน เพราะกว่าที่วัตถุดิบหนึ่งอย่างจะพัฒนาไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย การพัฒนาสมุนไพรไทยให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่เรื่องที่ใครคนใดคนหนึ่งทำได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกันตลอดทั้งกระบวนการ


ก้าวต่อไป คือการเรียนรู้จากตลาดสากล

สำหรับทิศทางต่อไป บริษัทตั้งใจที่จะค่อย ๆ ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดญี่ปุ่น ยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อเรียนรู้ความต้องการของตลาด และนำผลิตภัณฑ์จากพืชและสมุนไพรไทยไปเปิดโอกาสในตลาดใหม่ ๆ

เป้าหมายของบริษัทฯ ไม่ใช่เพียงการนำสินค้าไทยออกไปขายในต่างประเทศเท่านั้น แต่ต้องการเรียนรู้ว่า ตลาดต่างประเทศสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบอย่างไร ทั้งในด้านมาตรฐาน แนวทางการพัฒนา เทคโนโลยี และความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับมาพัฒนากระบวนการทำงาน ความสามารถ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้ดีขึ้น โดยยังคงมีวัตถุดิบไทย ภูมิปัญญาไทย และชุมชนเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม

“เราอยากเห็นสมุนไพรไทยมีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้ครับ แต่เราก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ การออกไปพบตลาดและผู้คนในต่างประเทศ สำหรับเราไม่ใช่เพียงการนำสินค้าไปขาย แต่เป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ว่าเขาพัฒนาวัตถุดิบอย่างไร สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างไร แล้วนำสิ่งที่ได้กลับมาพัฒนาสิ่งที่เรามีอยู่ในประเทศไทยให้ดีขึ้น โดยยังคงมีชุมชน วัตถุดิบไทย และภูมิปัญญาไทยเป็นรากฐานสำคัญ”