“ปีแรกที่เราทำ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เรารู้สึกว่าการจะทำให้ “ผำ” ติดตลาดได้เนี่ย มันดูมีหนทางที่ยาก ทีนี้เราก็พยายามคิดค้นว่าทำยังไงให้ผำเนี่ย เป็นที่ยอมรับกับผู้บริโภค สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือว่า ต้องทำให้เขาอยู่ในไลฟ์สไตล์ถูกไหมคะ ไลฟ์สไตล์ก็คือต้องทำให้ดูทันสมัย ดูเข้ากับกลุ่มวัยรุ่นได้ กลุ่มของคนทำงานได้แล้วก็มี เขาเรียกมีสุขภาพที่ดีได้ด้วย เพราะฉะนั้น เราก็เลยดีไซน์ผำให้กลายเป็น “ผำฉะ” ขึ้นมา”
คุณไก่-ภัคภร วนธนานนท์ เจ้าของแบรนด์ KREEN Pham Cha Signature และยังเป็นหนึ่งในแกนนำการก่อตั้ง “สมาคมการค้าอุตสาหกรรมผำไทย” ร่วมกับ ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นำโดย ผศ.ดร.อารักษ์ ธีรอำพน สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มทส. เพื่อผลักดัน “ผำ” (Wolffia) สุดยอดซูเปอร์ฟู้ดของไทย ภายใต้ชื่อทีม #ผำไทยแลนด์ ออกไปสู่ตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป พี่ไก่เล่าให้ฟังอีกว่า ณ ปัจจุบันนี้เรื่องของ “ผำ” มันไปไกลมาก มันไปไกลมากกว่าที่หลาย ๆ คนเห็นแค่เพียงแค่มันเป็นผง เป็นการเลี้ยงหรือว่าเป็นเพียงแค่ภาคเกษตรกร คือมันมี “นวัตกรรม” เรื่องของการเลี้ยง ที่ให้ได้ “โปรตีน” ที่เสถียร การ “อบ” ให้ได้โปรตีนที่ยังคงคุณค่าทางโภชนาการสูงอยู่ แล้วก็ “บด” เพื่อทำให้ลูกค้าเนี่ยได้กินง่ายขึ้น ลื่นคอขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะมาก มันไปไกลมาก
“ผำฉะ” มีเกรดต่าง ๆ ที่เลือกได้ตามความต้องการนำไปใช้
ก็เลยอยู่ในภาคของ “เครื่องดื่ม” ก็คือเป็นทั้งเครื่องดื่มแล้วไปเป็น Ingredient ของพวกเบเกอรี่ ขนม หรืออื่น ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นทั้งของหวานได้ด้วย หรือเป็นของคาวก็ได้ด้วย“แล้วจริง ๆ มัทฉะ กับ ผำฉะ กินด้วยกันยิ่งเสริมประโยชน์ในเรื่องของ “โปรตีน” คือมัทฉะใช่ไหมคะมี คาเฟอีน มี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ต่าง ๆ ในขณะที่อันนี้ เราก็ไปเสริมโปรตีนให้กับเขาได้” ในกระบวนการบดเราบดเหมือน “มัทฉะ” ทุกอย่าง แต่ไม่มี “คาเฟอีน” ซึ่งนี่คือข้อดี ไม่มีคาเฟอีนแต่ว่ามีโปรตีนสูง“ตอนแรกเราคิดว่าเอ๊ะ คนรุ่นใหม่ จะไม่ตอบรับใช่ไหมคะ ปรากฏว่าพอเอาเข้าจริง ๆ คนรุ่นใหม่กลับชอบนะคะ! ชอบเพราะว่ามันเป็น เขารู้จักมัทฉะอยู่แล้ว พอฟอร์มมันเหมือนมัทฉะใช่ไหมคะ เขาก็เปิดใจได้เลย”
ของเราก็จะมีเป็น “เกรด” ต่าง ๆ เหมือนกันอย่างเช่นเกรดแรกเลย คือ Elixir Grade (อิลิเซอร์400 เมซ) สี สีสวย(สีเขียวสด) แล้วก็ความละเอียดสูง แล้วก็โปรตีนจะต้องเสถียรอยู่ที่ 40% ขึ้นไป แล้วก็สองก็คือเป็นเขาเรียกว่า Culinary Grade (คูลิน่า200) สำหรับ “อาหาร” เวลาที่เขานำไปประกอบอาหารมีเม็ดเล็ก ๆ ให้เห็น texture หน่อย ๆ หรือบางทีมันอาจจะโปรตีนอาจจะไม่ถึง 40 แต่ก็ไม่ต่ำกว่า 35% อันนี้ก็จะเป็นคูลิน่า อีกอันหนึ่งก็คือฟีดดาร์ 150( หรือFeed Grade) ก็คือว่าเป็นเกรดที่เป็น “อาหารสัตว์” เป็นอาหารแมว อาหารหมา ได้หมดเลย“เราออกแบบเพื่อให้การใช้งาน มันเหมาะ แล้วก็เหมาะกับเรื่องราคา การใช้งาน แล้วก็บางครั้งเหมาะกับวอลลุ่มที่มันสูงขึ้นด้วย”
ชิมรางตลาด ด้วย “ราคาเปิดใจ” สำหรับคนยังไม่เคย
ส่วนในเรื่องของราคาจำหน่าย จะขึ้นอยู่กับว่าถ้าซื้อแบบ B2B ก็จะเป็นราคาขายส่ง แต่ถ้าเป็นราคาขายปลีกก็จะเป็นแบบนี้ อย่างกระปุกนี้(50กรัม) ราคาจะอยู่ที่ 490 บาท แต่ถ้าซื้อ 2 กระปุกก็ลดราคาให้เหลือเพียง 900 บาท แล้วถ้าเป็นไซซ์นี้ “เป็นราคาเปิดใจ”(30กรัม) อันนี้จะ 259 บาท แต่ถ้าเป็น “ซอง” สำหรับคนที่มีกระปุกแล้ว(ไม่อยากได้แบบกระปุก) อันนี้ก็ราคา 390 บาท จะไปรีฟิลหรือว่าเก็บให้ดี ๆ ไม่โดนแสงหรือความร้อน หรือความชื้น ก็สามารถที่จะอยู่ได้นานหลายเดือน แต่ถ้ายังไม่ได้เปิดออกมาใช้เลยก็สามารถเก็บไว้นานถึงเป็นปีได้
เจ้าแรกในไทยกับ “ผำฉะ” คาเฟ่ ใจกลางกรุงเทพฯ
KREEN Pham Cha Signature อันนี้เป็นแบรนด์ใหม่ที่เราเพิ่งตั้งขึ้นมา เพื่อเอาไปทำเป็นร้านคาเฟ่ที่กำลังจะเปิดขึ้นที่ N9 (รัชดา) วันที่ 10 เดือน 10 ที่กำลังจะถึงนี้“เป็นร้านแรกใช่ค่ะ ก็คือทั้งร้านเนี่ยก็คือขายเครื่องดื่มที่เป็น “ผำ” ทั้งหมดเลย แล้วก็เราต่อไปในอนาคตใช่ไหมคะ เฟสต่อไปเราก็จะมีพวกเบเกอรี่ อาหาร เข้าไปในร้านด้วยแต่ว่าจะมี ส่วนประกอบที่เป็นผำนะคะ ผำฉะค่ะ” การมี “หน้าร้าน” เพราะเหตุผลคือลูกค้าอย่างสมมติว่า เขามาซื้อที่งานแบบนี้แล้ว อยากไปซื้อที่ร้านด้วยซื้อได้ที่ไหน? ตอนนั้นเราก็เลยรู้สึกว่า เราอยากที่จะมีสักที่หนึ่งสำหรับทำให้คนได้รู้จักมากขึ้น แล้วในอนาคตเราตั้งใจไว้ว่าเราจะขยายประมาณสัก4-5 สาขา ในประเทศไทยก่อน เสร็จแล้วเราก็มี “พาร์ทเนอร์” ที่เป็นชาวญี่ปุ่น ที่ชอบผำฉะมาก เขาบอกว่าถ้าเกิดสมมติระบบมันอยู่ตัวแล้ว เขาอยากเอาผำฉะไปเปิดที่โตเกียว“เขาบอกชอบมากเพราะว่า มันไม่ขม มันไม่มีคาเฟอีน ซึ่งเขาแพ้ “คาเฟอีน” เขาก็เลยบอกว่าอันนี้ เป็นเครื่องดื่มที่ดีมาก”
หลังจากงานแรกที่เราเปิดตัวเรื่องของเครื่องดื่ม ก็คืองาน Farm Expo 2025 ปีที่แล้วนี่คือเราเพิ่งจะเปิดตัว “ผำฉะ”ปีแรก ลูกค้าต่อแถวแบบเยอะมาก เพราะว่าลูกค้าเข้าใจว่าเป็นมัทฉะใช่ไหม พอเขามาแล้วปรากฏว่าเขาบอกว่า อ๊ะ ๆ ลองก็ได้! พอเขาลองเสร็จปุ๊บ รีแอ็คที่เกิดขึ้น เขารู้สึกว่ามันไม่เป็นอย่างที่คิดไว้เลย!(เรื่องกลิ่นดิน) อันนี้คือจากลูกค้าในปีแรกที่เราทำ พอต่อ ๆ ไปเราก็ไปงานโน้นงานนี้ มันนี่เอ็กซ์โป ไทยเฟกซ์ โดยเฉพาะงานไทยเฟกซ์ “ลูกค้า” ตอบรับดีมาก คือเตรียมไปเนี่ยคือหมดเลย! เพราะลูกค้าพอชิม บางคนซื้อ 2 กระปุกอย่างเงี้ย ก็ชิมหมดเลย
ไปด้วยกัน... ไปได้ไกลกว่าภายใต้ทีม#ผำไทยแลนด์
คุณไก่-ภัคภร วนธนานนท์ เจ้าของแบรนด์ KREEN Pham Cha Signature บอกด้วยว่าตนเองเป็นคนที่สนใจเรื่อง “สุขภาพ” มาตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือ หลังจบจาก มศว. เราก็สนใจเรื่องนี้มาตลอด ทีนี้ เราก็กลับไปอยู่โคราชตอนปี 2540 (ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง) บ้านเกิด เราก็ไปทำงานเป็นกราฟิกดีไซน์“คือจริง ๆ แล้วเป็นอาร์ทไดเร็กเตอร์มาก่อน เราเคยทำงานในบริษัทโฆษณามาก่อน แล้วก็ทำกราฟิกดีไซน์เอง งานทั้งหมดที่เห็นที่ดีไซน์เนี่ยคือทำเองค่ะ” ทีนี้ทาง มทส. หรือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เขามีการทำวิจัยเรื่องผำอยู่ เขาก็มาถามว่าอยากทำการตลาดผำไหม? ตอนนั้นก็ยังรู้สึกว่ามันไม่รู้จักเนาะ ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยไม่เป็นไรเดี๋ยวลอง เพราะว่าเป็นคนชอบลองอยู่แล้ว เราเป็นครีเอทีฟเนาะ เราก็จะดีไซน์โปรดักได้ เราจะดีไซน์แพคเก็จได้ ดีไซน์การตลาดได้ เราก็เลยคุยกับ มทส.แล้วก็ร่วมกันเปิดตัวปีแรกเลยก็คือตุลาคม 2567 “นี่คือจับมือกันเพื่อที่จะผลักดัน “ผำ” แต่ตอนนั้นยังไม่มีผำให้ขายเลย มทส. ก็เลยเปิดอบรม”ทีนี้เราก็เริ่มคุยกับเกษตรกรว่าใครที่จะเป็นคนที่จะเลี้ยง เราจะได้เอามาทำการตลาดใช่ไหมคะ
ปรากฏว่าไม่มีใครเลี้ยงให้ จนกระทั่งผ่านไปประมาณสักต้นปี 2568 เราเพิ่งได้คอนแทคฟาร์มมา 1 ราย พอมกราฯ เปิดตัวฟาร์มได้ปรากฏว่า เดือนพฤษภาเราได้เข้าไปจำหน่ายในห้างฯ แม็คโคร โลตัส “ก็ส่งผำสด ป้อนเข้าสาขาต่าง ๆ ตอนนั้นเราก็ส่งทั่วประเทศนะคะ ทีนี้ ต่อมาก็เป็นบิ๊กซี วิลล่ามาร์เก็ต ตอนนั้นผำกำลังเป็นกระแสด้วย เป็นซูเปอร์ฟู้ดค่ะ ต่างประเทศยอมรับก็เลยเข้าห้างฯ ครั้งแรก”คือหมายถึงว่าได้กระจายสินค้าครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 2568 แล้วจากพฤษภาจนถึงปีนี้(ก.ย.) ก็ปีกว่าใช่ไหมคะ เราก็เริ่มพัฒนา “ผำแห้ง” ควบคู่กันมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเมื่อประมาณสัก 3-4 เดือนที่แล้วเราเปิดตลาด (งานฟาร์มเอ็กซ์โปปีที่แล้วเปิดตลาดผำฉะ) ยอดขายดีมาก การตอบรับดีมาก มันเลยทำให้เกิดการรวมพลของคนที่ทำ “ผำ” ในงานปีนี้ขึ้นมา“ปีที่แล้วนี่เรามากระจัดกระจาย มาประมาณ 2-3 แบรนด์ที่อยู่ในงานนะคะ พอปีนี้ นี่คือความเข้มแข็งที่เกิดขึ้นมาร่วมงานกันกว่า 20 แบรนด์ ทุกคนนี่คือแลกเปลี่ยนกัน วงการเราน่ารักวงการผำน่ารักมาก คือเราแชร์ประสบการณ์ เราแชร์ตลาดเขาเรียกใครถนัดอะไร ทำอันนั้น เราไม่กีดกันว่าทำเหมือนกันแล้ว เขาเรียกเป็นคู่แข่งกัน เราไม่ได้มองอย่างนั้น เรามองว่าเป็นเพื่อนกันทั้งหมด เพราะอะไรรู้ไหมคะ การผลักดัน “ผำ” ให้กลายเป็นตลาดโลกได้เนี่ย ไม่ใช่เราคนเดียว ไม่ใช่แบรนด์เราแบรนด์เดียว มันหมายถึงวงการทั้งหมดที่มีต้องช่วยกัน Push ออกไปให้ต่างชาติรู้จัก”
ถ้าเฉพาะของพี่ไก่ตอนนี้กำลังการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ เดือนละประมาณ 4 ตัน(สด) แต่ว่าจริง ๆ เป้าหมายของเราคือ 80 ตัน(สด) ยังสามารถรับคอนแทคฟาร์มเพิ่มได้อีก “ตอนนี้คือพี่ไก่เซ็นคอนแทคฯ ไปแล้ว 1 รายใช่ไหมคะ แล้วก็อีกรายหนึ่งเพิ่งจะเซ็นไป แล้วอีกรายหนึ่งอยู่ในช่วงของการปรับฟาร์มเพื่อให้อยู่ใน SOP ของพี่ คือมาตรฐานของพี่ค่ะ”โดยการเลี้ยงซึ่งก็จะต้องเป็น “โรงเรือนแบบปิด” มีการใช้น้ำที่สะอาด มีปุ๋ยที่ได้มาตรฐาน(ไม่มีการปนเปื้อน) แล้วก็ “การเก็บเกี่ยว” จะต้องอยู่ในภาคของความที่เช็กความสะอาดได้ องค์ความรู้ในเรื่องของระบบการเลี้ยงและการจัดการโดยมี มทส. เป็นพี่เลี้ยงคอยซับพอร์ตให้ตลอดระยะเวลาในการเลี้ยง
เขียวนี้ไม่ใช่มัทฉะนี่ “ผำฉะ” ไม่มีคาเฟอีน โปรตีนสูงมาก! Superfood Ingredient ที่ทำได้มากกว่าการเป็นเครื่องดื่มสามารถติดตามร้านหรือสนใจ “ผำฉะ” นำไปสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ได้ที่ FB : Kreen Wolffia หรือโทร. 093-996-4226
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *


