xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) เปิดโจทย์ “แรงงานหายาก” รถตัดอ้อยตอบเกมเกษตรยุคใหม่ ลดต้นทุน-เร่งเก็บเกี่ยว สู่ยุคอ้อยสด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แรงงานขาดแคลน ต้นทุนสูง แถมต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่อ้อยสด “สยามคูโบต้า” ส่ง SH-K1 รถตัดอ้อย 173 แรงม้า ช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน ตัดได้ 15–30 ตัน/ชม. พร้อมระบบตัดโคนอัตโนมัติ ลดความเสียหายต่อตออ้อย หนุนเกษตรกรลดต้นทุนราว 30% และเดินหน้าสู่ Zero Burn – เกษตร Low Carbon


อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในภาคเกษตรไทย เมื่อ “สยามคูโบต้า” เปิดตัวรถตัดอ้อยรุ่นใหม่ “SH-K1” หวังเข้ามาช่วยแก้โจทย์สำคัญของชาวไร่อ้อย ทั้งเรื่องแรงงาน ต้นทุน และการเปลี่ยนผ่านไปสู่การเก็บเกี่ยวอ้อยสด

ต้องบอกว่าอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลถือเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจสำคัญของไทย มีมูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี แต่เกษตรกรยังต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาเก็บเกี่ยว

รถตัดอ้อย SH-K1 จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวได้เร็วและลดการพึ่งพาแรงงานคน โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 173 แรงม้า สามารถตัดอ้อยได้สูงสุด 15–30 ตันต่อชั่วโมง หรือประมาณ 12–24 ไร่ต่อวัน และรองรับพื้นที่เก็บเกี่ยวรวมกว่า 1,000 ไร่ต่อฤดูการผลิต


จุดที่น่าสนใจคือ สยามคูโบต้าระบุว่า รถรุ่นนี้สามารถช่วยลดต้นทุนได้ประมาณ 30% เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคน ซึ่งถือเป็นประโยชน์โดยตรงกับเกษตรกร โดยเฉพาะในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวที่ต้องเร่งทำงานภายในเวลาจำกัด

นอกจากนี้ SH-K1 ยังมีระบบตัดโคนอัตโนมัติ ช่วยควบคุมระดับความลึกในการตัด ลดความเสียหายต่อตออ้อย ทำให้ตออ้อยยังสามารถเติบโตต่อในรอบการผลิตถัดไป ขณะที่เกลียวแยกอ้อยช่วยจัดการอ้อยล้ม และลดโอกาสการตัดผิดร่อง

อีกประเด็นสำคัญคือ รถตัดอ้อยเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนการเก็บเกี่ยว “อ้อยสด” ซึ่งกำลังเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรม เพราะการลดการเผาอ้อยไม่เพียงช่วยลดปัญหา PM2.5 และการปล่อยคาร์บอน แต่ยังช่วยรักษาคุณภาพของวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต


ข้อมูลภาครัฐระบุว่า ฤดูการผลิตปี 2568/2569 ประเทศไทยมีอ้อยเข้าหีบกว่า 105.86 ล้านตัน และเป็นอ้อยสดถึง 96.20% ขณะที่อ้อยเผาลดลงเหลือ 3.80%

ดังนั้น หากมองในมุมของเกษตรกร สิ่งที่ SH-K1 เข้ามาช่วยไม่ใช่แค่ “ตัดอ้อยให้เร็วขึ้น” แต่คือการลดภาระเรื่องแรงงาน ลดต้นทุน รักษาตออ้อย และช่วยให้สามารถเก็บเกี่ยวอ้อยสดได้มากขึ้น

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับทิศทางการผลักดันภาคเกษตรไทยไปสู่ “Zero Burn” และเกษตรคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Agriculture ซึ่งในระยะยาวก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของชาวไร่อ้อยไทยในการเพิ่มประสิทธิภาพและรักษาความสามารถในการแข่งขัน



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *