หลังจากที่รัฐบาล ประกาศให้มีการบริการเทเลฟาร์มาซี มีร้านยาหลายแห่งได้เข้าร่วมโครงการ วันนี้ มารู้จักกับ ร้านยาภาคเหนือ ที่เปิดให้บริการเทเลฟาร์มาซี ซึ่งได้รับการตอบรับจากคนไข้ ที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่ร้าน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ คือ คนไข้ที่ต้องการยากับอาการป่วยเล็กๆ น้อย
ภก.ณัฐพงษ์ บุญมี เภสัชกรและผู้ประกอบการร้านยาในจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า บริการเภสัชกรรมทางไกล หรือเทเลฟาร์มาซี (Telepharmacy) ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถปรึกษาเภสัชกรได้โดยไม่ต้องเดินทางมาที่ร้าน อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ให้บริการในจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบว่า ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลบางส่วนยังเข้าไม่ถึงบริการ เนื่องจากอยู่นอกพื้นที่จัดส่งของแพลตฟอร์ม
ภก.ณัฐพงษ์เป็นผู้ดำเนินกิจการร้านขายยาในภาคเหนือ โดยมีร้านเฮินยาเภสัชเป็นหนึ่งในกิจการที่เปิดดำเนินการมาแล้วกว่า 4 ปี จำหน่ายยา เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมมีเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลาทำการ
ภายหลังประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมชุมชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ร้านขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) ที่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สามารถให้บริการเภสัชกรรมทางไกลผ่านโปรแกรมประยุกต์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รับรองได้
บริการดังกล่าวไม่ใช่การจำหน่ายยาผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่มีการควบคุม แต่เป็นการให้บริการวิชาชีพเภสัชกรรมผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารทางไกล เช่น วิดีโอคอล การสนทนาด้วยเสียง หรือข้อความแบบเรียลไทม์ โดยเภสัชกรต้องยืนยันตัวตนผู้รับบริการ ซักประวัติ ประเมินอาการ ตรวจสอบความเหมาะสมและความปลอดภัยของยา ให้คำแนะนำ ติดตามผลการใช้ยา และส่งต่อผู้ป่วยเมื่อพบอาการที่เกินขอบเขตการดูแลของร้านยา
ร้านขายยาที่ประสงค์ให้บริการต้องดำเนินการตามกฎหมาย มีเภสัชกรที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานวิชาชีพ ให้บริการภายในเวลาทำการของร้าน รวมถึงมีระบบบันทึกข้อมูล คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจัดส่งยาด้วยวิธีที่สามารถรักษาคุณภาพและตรวจสอบติดตามได้
ตามประกาศ อย. เรื่องรายการโปรแกรมประยุกต์สำหรับการให้บริการเภสัชกรรมทางไกล พ.ศ. 2569 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีแพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองรวม 9 แพลตฟอร์ม ได้แก่
1. Telehealth Thailand โดยสภาเภสัชกรรม
2. PharmCare Telepharmacy โดยบริษัท ฟาร์มแคร์ กรุ๊ป จำกัด
3. AskMacy by Fascino โดยบริษัท โปรฟาสซิโน จำกัด
4. ALL PharmaSee โดยบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
5. ร้านยากรุงเทพ โดยบริษัท กรุงเทพดรักสโตร์ จำกัด
6. Shopee โดยบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด
7. LINE MAN โดยบริษัท ไลน์แมน (ประเทศไทย) จำกัด
8. BeDee โดยบริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด
9. Watsons Telepharmacy โดยบริษัท เซ็นทรัล วัตสัน จำกัด
สำหรับร้านเฮินยาเภสัช ปัจจุบันเปิดให้บริการเภสัชกรรมทางไกลในจังหวัดแม่ฮ่องสอนผ่านแพลตฟอร์ม LINE MAN เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมารับบริการที่ร้านได้
“เทเลฟาร์มาซีช่วยให้ผู้รับบริการพูดคุยและขอคำแนะนำจากเภสัชกรได้โดยไม่ต้องเดินทางมาที่ร้าน แต่ในทางปฏิบัติ พื้นที่ห่างไกลบางแห่งยังอยู่นอกเขตจัดส่งของ LINE MAN ทำให้ร้านยังไม่สามารถจัดส่งยาผ่านช่องทางนี้ได้อย่างครอบคลุม ขณะนี้ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จึงยังอยู่ในอำเภอเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง” ภก.ณัฐพงษ์กล่าว
จากประสบการณ์ของร้าน ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล ขณะที่ผู้สูงอายุบางส่วนยังมีข้อจำกัดในการใช้แอปพลิเคชัน และอาจต้องอาศัยสมาชิกในครอบครัวช่วยดำเนินการ
อาการที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีน้ำมูก อย่างไรก็ตาม ก่อนพิจารณาจ่ายยา เภสัชกรต้องสอบถามระยะเวลาที่มีอาการ ความรุนแรง อายุ โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาที่ใช้อยู่ ตลอดจนตรวจหาสัญญาณอันตราย เพื่อพิจารณาว่าผู้รับบริการสามารถดูแลตนเองได้ ควรได้รับยา หรือจำเป็นต้องส่งต่อไปยังสถานพยาบาล
การปรึกษาเภสัชกรผ่านบริการของร้านไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนค่ายาและค่าจัดส่งแยกออกจากค่าปรึกษา โดยค่าจัดส่งขึ้นอยู่กับระยะทาง พื้นที่ให้บริการ และเงื่อนไขของแพลตฟอร์มในแต่ละช่วงเวลา
นอกจากบริการเทเลฟาร์มาซีแล้ว ร้านยังเข้าร่วมโครงการ “30 บาทรักษาทุกที่” ให้บริการดูแลอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย 32 กลุ่มอาการร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งเป็นบริการอีกประเภทหนึ่งและควรแยกออกจากการจำหน่ายยาผ่านช่องทางออนไลน์
ผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสิทธิบัตรทองสามารถแสดงบัตรประชาชนที่ร้านยาคุณภาพซึ่งเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ร้านตรวจสอบสิทธิและรับการประเมินจากเภสัชกร หากอาการอยู่ในขอบเขตและเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ ผู้รับบริการสามารถรับยาและคำแนะนำโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ภก.ณัฐพงษ์กล่าวว่า บริการร้านยาภายใต้โครงการของ สปสช. เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ทำให้ไม่จำเป็นต้องรอรับบริการที่โรงพยาบาลในทุกกรณี และอาจมีส่วนช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาลรัฐ ขณะเดียวกัน หากเภสัชกรประเมินแล้วพบว่าอาการรุนแรง ซับซ้อน หรือมีสัญญาณอันตราย จะต้องแนะนำให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์หรือส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม
ปัจจุบันผู้รับบริการส่วนใหญ่ยังเลือกเดินทางมาที่ร้าน เนื่องจากต้องการพูดคุยและสอบถามอาการกับเภสัชกรโดยตรง โดย ภก.ณัฐพงษ์ประเมินว่า จำนวนผู้รับบริการผ่านเทเลฟาร์มาซีและโครงการของ สปสช. เมื่อรวมกันแล้วยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของผู้รับบริการทั้งหมด
ในส่วนของการจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ร้านได้ขยายไปยังช่องทางออนไลน์ รวมถึง Shopee โดยประเมินว่ายอดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์คิดเป็นประมาณร้อยละ 30 ของยอดจำหน่ายสินค้าทั้งหมด ทั้งนี้ การจำหน่ายยาและการให้บริการด้านยายังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของเทเลฟาร์มาซีโดยเฉพาะ
ภก.ณัฐพงษ์มองว่า ในอนาคตประชาชนน่าจะใช้บริการเทเลฟาร์มาซีเพิ่มขึ้น เนื่องจากสะดวกและช่วยให้เข้าถึงเภสัชกรได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางและมีอาการเจ็บป่วยที่สามารถประเมินทางไกลได้
อย่างไรก็ตาม เทเลฟาร์มาซีไม่สามารถทดแทนการตรวจร่างกายหรือการรักษาที่โรงพยาบาลได้ในทุกกรณี หลักสำคัญของบริการจึงต้องเริ่มจากการประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยของผู้รับบริการ ไม่ใช่เริ่มจากการจำหน่ายยา หากพบอาการซับซ้อน รุนแรง หรือมีสัญญาณอันตราย เภสัชกรจะต้องแนะนำให้ไปพบแพทย์หรือส่งต่อไปยังสถานพยาบาลโดยเร็ว


