xs
xsm
sm
md
lg

“กาแฟโรบัสต้า” ความหวังใหม่เกษตรกรภาคอีสาน 4 Dee coffee ชี้ เทรนด์ร้านกาแฟยุคนี้มาพร้อมโรงคั่ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปลูกทุเรียนภาคอีสานไม่ใช่เวลานี้ เพราะเกษตรกรภาคอีสานกำลังจะถูกเติมเต็มด้วยรายได้จากการปลูกกาแฟ หลังผลผลิตที่ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกเมื่อ 2-3 ปีก่อน เริ่มเก็บผลผลิตได้ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมีรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำ จากการขายเมล็ดกาแฟ ที่กิโลกรัมละ 190-200 บาท และมีพ่อค้ามาตั้งรับซื้อถึงที่ ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสาน หันมาปลูกกาแฟเพิ่มขึ้น ด้วยผลตอบแทนที่ค่อนข้างดี เพราะปัจจุบันความต้องการบริโภคกาแฟเมืองไทยมากกว่า ผลผลิตที่มีอยู่ในประเทศ



มารู้จัก กาแฟ พื้นที่ปลูกภาคอีสาน


สำหรับการปลูกกาแฟในพื้นที่ภาคอีสาน ปัจจุบันยังคงเป็นในลักษณะการปลูกแบบผสมผสานแซมในสวนผลไม้ ยางพารา หรือ คันนา เพื่อใช้น้ำและร่มเงาร่วมกัน และลดความเสี่ยงด้านรายได้เชิงเดี่ยว ส่วนสายพันธุ์ที่นิยม: อาราบิก้า: ปลูกในพื้นที่สูงและอากาศเย็น เช่น อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย, อำเภอเขาค้อ/ดงพญาเย็น, อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ (ภูเขาไฟ) ส่วน โรบัสต้า: ปลูกในพื้นที่ราบหรือความสูงระดับปานกลางที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น เช่น อุบลราชธานี, สุรินทร์, บุรีรัมย์

ความท้าทายในการปลูกกาแฟพื้นที่อีสาน สภาพอากาศแห้งแล้งยาวนานและปริมาณน้ำฝนที่ไม่แน่นอน ทำให้เกษตรกรต้องวางระบบน้ำอย่างรอบคอบ กาแฟที่ปลูกในอีสานเริ่มมีชื่อเสียงในกลุ่ม Specialty Coffee เช่น "กาแฟภูเขาไฟศรีสะเกษ" หรือกาแฟโทน Local Craft ที่ให้รสชาตินุ่มนวล หวานปลาย และความกรดต่ำกว่ากาแฟภาคเหนือ พื้นที่การปลูกกาแฟในภาคอีสานปัจจุบัน อยู่ จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ เลย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และ นครราชสีมา ฯลฯ จำนวนพื้นที่การปลูกตอนนี้ อยู่ที่ 4,000-5,000 ไร่ ราคาเมล็ดกาแฟดิบ 195-200 บาท ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 64 กิโลกรัมต่อไร่ กรณีการปลูกแบบผสมผสานปลูกแซมในสวนยาง สวนผลไม้ คิดเป็นรายได้ต่อไร่ประมาณ 12,000 บาท ถึง 15,000 บาท


ปลูกกาแฟ ต้นทุนต่ำ ไม่ต้องดูแลมาก

ในส่วนของต้นทุนของการปลูกกาแฟ ถ้าปลูกเต็มพื้นที่ 1 ไร่ สายพันธุ์โรบัสต้า 150-200 ต้น อาราบิก้า 300-400 ต้น ต้นทุนปีแรกอยู่ที่ ค่าต้นกล้าต้นละ 15 บาท ถึง 35 บาท และค่าดูแลอื่นๆ รวมค่าใช้จ่ายประมาณ ไร่ละ 15,000-25,000 บาท และปีที่ 2 ค่าใช้จ่ายในการดูแล ตั้งแต่ 5,000-8,000 บาท ต่อไร่ ต่อปี ซึ่งการปลูกกาแฟในพื้นที่ภาคอีสานมีเพียงไม่ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ ของการปลูกกาแฟทั้งประเทศ


4 dee coffee จากโรงคั่วกาแฟ สู่จำหน่ายเมล็ดกาแฟดิบ

คุณพจนี กาญจนพันธุ์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงคั่วกาแฟ4 dee coffee จังหวัดอุบลราชธานี เล่าว่า โรงคั่วกาแฟ4 dee coffee ดำเนินธุรกิจ จัดจำหน่ายเมล็ดกาแฟ เครื่องชงกาแฟ และบริการหลังการขาย รับซ่อมเครื่องชงกาแฟด้วย รวมถึงรับสกรีนแก้วกาแฟ จุดเริ่มต้นมาจากตนเองเคยทำงานและอยู่ในวงกาแฟมาหลายปี โดยได้ทำหน้าที่ในการคอยเซ็ทระบบให้ร้านกาแฟชื่อดังหลายๆ แบรนด์ และวันหนึ่งได้กลับมาทำงานที่ บ้านเกิดของเราอีสาน ซึ่งหลายคนมองว่า ภาคอีสานไม่มีกาแฟ แต่จริงๆ แล้ว ภาคอีสานมีการปลูกกาแฟหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า

ซึ่งย้อนกลับไป ในช่วงแรกที่ภาคอีสานมีการปลูกกาแฟไม่เยอะมาก ตนเองได้นำกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า มาจากภาคใต้มาส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสานปลูก หลังจากนั้น ภาคอีสานก็มีการปลูกกาแฟโรบัสต้ากันเยอะมาก และตนเองได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ โดยได้มีการรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกร และมีโรงคั่วกาแฟ เพื่อผลิตกาแฟส่งให้กับร้านกาแฟทั่วจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงจำหน่าย อุปกรณ์และเครื่องชงกาแฟ ฯลฯ


เทรนด์ร้านกาแฟภาคอีสาน

คุณพจนี เล่าว่า ในปีนี้ เทรนด์ร้านกาแฟ จะออกมาในรูปแบบโรงคั่วกาแฟ เพราะราคาเครื่องคั่วกาแฟไม่แพง จากเดิมราคา 400,000 บาท เหลือ 40,000-50,000 บาท เป็นต้น ทำให้ ร้านกาแฟถ้าจะให้อยู่ได้ ก็จะชู ความเป็นโรงคั่วกาแฟ ทำแบบครบวงจร เพราะถ้าไม่ทำแบบนั้น ไม่สามารถสู้แบรนด์ดังได้ และพอชูจุดขายความเป็นโรงคั่วกาแฟช่วยดึงลูกค้าได้เยอะ และช่วยประหยัดต้นทุนด้วย เพราะถ้าซื้อแบบคั่วสำเร็จมาราคากิโลกรัมละกว่า 500 บาท แต่ถ้าซื้อเมล็ดกาแฟมาคั่วเอง กิโลกรัมละไม่เกิน 250-270 บาท

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เราต้องหันมาเน้นขายเมล็ดกาแฟดิบ มากกว่า ปัจจุบันเมล็ดกาแฟดิบนำเข้ามาจาก สปป.ลาว เพราะได้ราคาที่ถูกกว่า 20-30 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งมีทั้งสายพันธุ์อาราบิก้า และโรบัสต้า สำหรับพื้นที่ภาคอีสานการดื่มกาแฟ ก็ยังคงมีเหมือนเดิม ลดลงไปบ้างตามสภาพการแข่งขัน ของแบรนด์ดัง ที่เข้ามาเปิดในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็น กาแฟในร้านเซเว่น หรือ คาเฟ่อะเมซอน ในส่วนของร้านกาแฟ ที่เป็นโรงคั่วกาแฟด้วย แม้จะเป็นกาแฟสด ต้องปรับราคาลงสู้ หาต้นทุนที่ต่ำที่สุด


เกษตรกรอีสานหันมาปลูกกาแฟกันมากขึ้น

สำหรับพื้นที่การปลูกกาแฟในภาคอีสาน ตั้งแต่มีการส่งเสริมการปลูก ก็จะมีเกษตรกรหันมาปลูกกาแฟกันมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่อีสานตอนบน สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ฯลฯ หันมาปลูกกาแฟกันเยอะขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริม และมีการปลูกไป และสามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว และมีกำไร เกษตรกรรายอื่นๆ ก็เลยจะปลูกตาม เพราะราคากาแฟ ค่อนข้างจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องราคาตก เนื่องจากมีคนรับซื้อที่แน่นอน จะมีผู้ประกอบการจากภาคใต้ก็ขึ้นมาตั้งโต๊ะ รับซื้อ กันถึงพื้นที่


ในส่วนของราคาในช่วงที่ผ่านมา อยู่ที่กิโลกรัมละ 195 บาท ถึง 200 บาท เกษตรกร ไม่ต้องดูแลเยอะ ใช้เวลาในการปลูก 2-3 ปี เก็บผลผลิตได้ ซึ่งปัจจุบันการบริโภคกาแฟในประเทศไทย อยู่กว่า 70,000 ตันต่อปี แต่ผลิตได้ไม่ถึง ต้องนำเข้าจากประเทศเวียดนาม โดยส่วนตัวมองว่า เกษตรกรปลูกกาแฟ ยังไง ก็ขายได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนมารับซื้อ และราคาก็ค่อนข้างแน่นอน โดยอิงราคาจาก บริษัทเนสเล่ย์ ซึ่งรัฐ ไม่ต้องเข้ามาควบคุมราคา

โทร. 08-9061-8130
FACEBOOK : โรงคั่วกาแฟ4Dee coffee ubontatchatanee




* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *