xs
xsm
sm
md
lg

"ยางมัดผมหอมผ่อนคลาย" จากเศษผ้าขาวม้า นวัตกรรมตอบโจทย์เพลนพ้อยท์ สาวผมหอม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยางมัดผมมีกลิ่น ไอเดียของ โรงงานผลิตผ้าขาวม้าอิมปานะ ร่วม มหาวิทยาลัยศิลปกรณ์ คิดนวัตกรรมกักเก็บความหอมด้วยเม็ดแป้งลงบนผืนผ้า ก่อนนำมาตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงสินค้าตัวใหม่ของอิมปานะ อย่าง ยางมัดผม ของใช้ที่ช่วยให้สาวมีผมที่หอม


ยกระดับนวัตกรรมสิ่งทอ

นายเอกสิทธิ์ โกมลกิตติพงศ์ (คุณเอก) เจ้าของแบรนด์ผ้าขาวม้า "อิมปานิ" (IMPANI) จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ล่าสุด IMPANI ได้ยกระดับนวัตกรรมสิ่งทอรักษ์โลกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “IMPANI Bio-Aroma Upcycled Scrunchie” ยางมัดผมและสินค้าไลฟ์สไตล์หอมผ่อนคลาย ซึ่งเกิดจากการผสานความร่วมมือระหว่าง คณะวิทยาศาสตร์ และ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยนำเศษผ้าที่เหลือจากกระบวนการตัดเย็บผ้าขาวม้า มาหมุนเวียนสร้างมูลค่าใหม่ (Upcycling) ตามโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

พร้อมประยุกต์ใช้นวัตกรรมกักเก็บความหอมด้วย "เม็ดแป้ง" Signature Scent กลิ่นโมกสยาม (Mok Siam) ตรึงลงบนผืนผ้า ช่วยคายกลิ่นหอมเย็น ละมุน และผ่อนคลายออกมาอย่างสม่ำเสมอ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการเพิ่มความสดชื่นหอมละมุนให้เส้นผมและสัมผัสใกล้ตัวได้ในทุกๆ วัน


พวงกุญแจผ้าหอม

นอกจากยางมัดผมแล้ว ผลิตภัณฑ์ในชุดนี้ยังมี 'พวงกุญแจผ้าหอม' ที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการเติมความสดชื่น ผ่อนคลาย ให้กับกระเป๋าสัมภาระหรือพื้นที่ใกล้ตัว โดยวางจำหน่ายใน ราคาจับต้องได้ง่าย เพียงหลักสิบเท่านั้น ซึ่งการพัฒนานวัตกรรมเติมกลิ่นในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์ความหอมรูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของการนำเศษผ้าเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต กลับมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าสูงสุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) และขับเคลื่อนรายได้ใหม่ตามแนวทาง Zero Waste ให้กับ IMPANI อย่างยั่งยืน

สำหรับเหตุผลที่เลือกเปิดตัวด้วย 'ยางมัดผม' นั้น เกิดจากการวิเคราะห์อินไซต์ผู้บริโภค พบว่ายางมัดผมเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีอัตราการซื้อซ้ำสูง (Turnover Rate) และเป็นของจำเป็นสำหรับคนผมยาวที่มักจะซื้อเก็บไว้ครั้งละหลายชิ้นเพื่อเปลี่ยนตามเทรนด์ การทำยางมัดผมจึงมีโอกาสทางการขายและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าสินค้าแฟชั่นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น


ทั้งนี้ IMPANI มีแผนทดลองตลาดผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่นี้เป็นครั้งแรก ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ในงาน 'ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี' ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมถึง 'งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร' และ 'งาน Thailand Local SDGs Plus Expo' ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก่อนจะขยายการจัดจำหน่ายผ่าน เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ www.impani.com และผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce ชั้นนำของแบรนด์ต่อไป

สำหรับยุทธศาสตร์การจัดจำหน่าย เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องได้ทดลองสัมผัสกลิ่นหอมและรับคำแนะนำการใช้งานจริง IMPANI จึงมุ่งเน้นการจำหน่ายผ่านการออกบูธในงานแสดงสินค้าเป็นหลัก เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์จริง และเมื่อผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักติดตลาดแล้ว จึงพร้อมขยายช่องทางจัดจำหน่ายเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ


กลิ่นอิมปานะเลือกใช้ ตั้งใจให้เป็น ซิกเนเจอร์ประจำแบรนด์

ในส่วนของกลิ่นหอม ทางแบรนด์ได้ดีไซน์ 'กลิ่นโมก สยาม' (Mok Siam) ขึ้นเป็นกลิ่นเปิดตัวและตั้งใจพัฒนา ให้เป็น Signature Scent อัตลักษณ์เฉพาะประจำแบรนด์ IMPANI ที่เมื่อใครได้สัมผัสกลิ่นก็จะนึกถึงแบรนด์เราทันที จุดเด่นคือความหอมละมุน ละเอียดอ่อน ไม่ฉุนรุนแรง มอบความรู้สึกผ่อนคลายและไม่รบกวนผู้คนรอบข้าง โดยกลิ่นหอมจะติดทนนานประมาณ 2–3 สัปดาห์ และอาจยาวนานได้ถึง 1 เดือนหากเก็บรักษาอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ ในอนาคต IMPANI ยังเตรียมต่อยอดพัฒนาน้ำหอมและน้ำมันหอมระเหย กลิ่นโมกสยาม เพื่อตอกย้ำอัตลักษณ์ความหอมรักษ์โลกของแบรนด์อย่างครบวงจร

นายเอกสิทธิ์ เล่าถึงเส้นทางของแบรนด์ว่า IMPANI เติบโตมาจากธุรกิจครอบครัวที่สั่งสมภูมิปัญญางานผ้าขาวม้าในจังหวัดราชบุรีมายาวนานกว่า 50 ปี จนกระทั่งตนเองเข้ามาสานต่อและรับช่วงดูแลกิจการ พร้อมจดทะเบียนสร้างแบรนด์ "อิมปานิ" (IMPANI) อย่างเป็นทางการ เกือบ 20 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ได้มุ่งมั่นยกระดับและดีไซน์ลวดลายผ้าขาวม้าให้มีความร่วมสมัย สามารถสวมใส่และใช้งานได้หลากหลายมิติกว่าผ้าขาวม้าแบบดั้งเดิม


ร่วมงานกับแบรนด์ชั้นนำของญี่ปุ่น

อย่างล่าสุด IMPANI ได้รับความไว้วางใจจาก 'niko and ...' แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ให้เป็นผู้ดูแลงานผลิตกระเป๋าผ้าแบบครบวงจร (One-Stop Service) โดยนำผืนผ้าขาวม้าอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาตัดเย็บและสกรีนลาย ซึ่งผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ (QC) อย่างเข้มงวดตามมาตรฐานญี่ปุ่น และได้ วางจำหน่ายจริงในตลาดประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่พิสูจน์ว่า งานผ้าทอและศักยภาพการผลิตจากราชบุรี สามารถก้าวสู่วงการแฟชั่นระดับสากลได้อย่างภาคภูมิ

นอกจากงาน OEM และความร่วมมือระดับสากลแล้ว ที่ผ่านมา IMPANI ยังได้รับความไว้วางใจจากองค์กร แบรนด์ชั้นนำ และศิลปินชื่อดังหลากหลายวงการ ในการออกแบบพัฒนาลวดลายผ้าขาวม้าเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Custom Design) รวมถึงการผลิตสินค้าพรีเมียมเฉพาะโปรเจกต์ (Exclusive Collection) ซึ่งทำให้แบรนด์มีฐานลูกค้า B2B และงานรับจ้างผลิตเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ภาพรวมตลาดผ้าขาวม้าโดยทั่วไป ช่วงเทศกาลอย่างสงกรานต์ก็ยังคงทำยอดขายได้สม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี แม้จะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจซบเซาอยู่บ้าง แต่ด้วยการปรับตัว มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และขยายสู่ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง IMPANI จึงยังคงรักษาอัตราการเติบโตและขับเคลื่อนมรดกผ้าทอเมืองราชบุรีให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเราตั้งใจที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ผ้าขาวม้าไทยไม่ได้เป็นเพียงสินค้าดั้งเดิมในอดีต แต่สามารถพัฒนานวัตกรรมและคุณค่าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง

ติดต่อโทร.08-9666-9550, 08-0898-9858