“ชีวิตนี้สร้างให้คนอื่นมาเยอะแยะ เราต้องสร้างให้ลูกเราบ้าง หลังโควิดฯ เนี่ยทุกบ้านได้รับผลกระทบหมดบางบ้านมีคนตาย และทุกบ้านมีคนตกงาน เด็กจบไม่มีงานทำ เพราะงั้นสิ่งที่ทำ ณ วันนี้ก็คือ ก็เลยกลับมามองใหม่ว่าสินค้าตัวไหนที่มันจะยั่งยืนต่อยาว ๆ
ก็เลยมามองที่ “ขนมปังกรอบ” ขนมปังกรอบก็เลยจะเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน จะเห็นว่าป้ายหน้าตึกจะขึ้นเลย “ปังกรอบปากทาง” คำว่าปากทางคือไม่ใช่อะไรหรอก ลูกค้าเขาบอกกันร้านขนมปังปากทาง อ้าวปากทางก็ปากทางวะ! ก็เลยอ้าวปากทางก็เลยกลายเป็นร้านขนมปังปากทางไป เป็นชื่อแบรนด์แล้วก็เลยทำตัวนี้ หวังว่าวันหนึ่งมันจะกลายเป็นธุรกิจให้ลูกได้ต่อยอด” ครูตุ๊ก-ขนิษฐา ชัยชาญกุล วิทยากรสอนด้านวิชาอาชีพการทำกินโดยเฉพาะหลักสูตร “น้ำพริก” ต่าง ๆ รวมไปถึงการแปรรูปอาหารสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหลาย ๆ แบรนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีลูกศิษย์ลูกหามากมายที่เคยมาได้รับโอกาสในการเริ่มต้นสร้างอาชีพจากครูตุ๊ก อดีตแม่บ้านที่วันหนึ่งธุรกิจหลักของครอบครัวคือ “ร้านหนังสือ” มาถึงจุดที่ไปต่อไม่ไหวแล้ว ต้องดิ้นรนเพื่อหาทางรอดให้กับชีวิตไปพร้อมกันกับสามี จากคนมี “หนี้” ที่ค่อย ๆ ปลดเปลื้องลงได้ในที่สุดด้วยวิถีการทำกินหลากหลายมากและหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของอาหารด้วย และไม่ใช่แค่สร้างทางรอดให้กับตัวเองแต่ในขณะเดียวกันยังเผื่อแผ่ไปสู่คนอื่น ๆ ด้วยการเป็นครูสอนตามคำเรียกร้องของคนที่อยากจะได้วิชาเพื่อไปทำมาหากิน ครูตุ๊กบอกว่าชีวิตนี้มาไกลมากแบบไม่ได้เคยคิดฝันเอาไว้มาก่อน ไม่คิดว่าจากคนที่เหมือนคนกำลังจมน้ำในวันนั้นจะกลายมาเป็น “ผู้รอดชีวิต” ได้และยังสามารถให้ “ชีวิตใหม่” กับคนอื่นเรื่องการทำมาหากินอีกด้วย
วิกฤตธุรกิจ “ร้านหนังสือ” ในยุคที่ไปต่อไม่ไหวแล้ว!
มันเริ่มจาก พอแต่งงานก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ซึ่งที่นี่เป็นยี่ปั๊วหนังสือก็ถือว่าใช้ได้ ไม่ต้องทำอะไรก็ได้เขาก็เลี้ยงเราได้ แต่พอปี 2540
ที่เศรษฐกิจมันตกต่ำ ทุกคนเป็นหนี้หมด! รวมถึงเราเพราะว่าเก็บตังค์ไม่ได้บ้าง จากที่เคยค้าขายดี ๆ ก็ไม่ดี มันก็เลยกลายเป็นว่าต้องคิดแล้วว่าเราจะทำอะไรช่วยครอบครัว เพราะว่าลูกก็ยังเล็กตอนนั้นลูกยังเรียนประถมอยู่เลย (ป.4-ป.5) ก็เลยลุกขึ้นมาทำกับข้าวขาย“แต่ต้องบอกก่อนว่าก่อนหน้านี้ ก็เรียนทำอาหารเหมือนทุกคน ทุกคนต้องมีครู เราก็เรียนทำอาหารเราก็เรียนรู้ ทำโน่นทำนี่ไปเราก็มาคิดดูว่าเราจะเอาอะไรในนั้นมาทำ” จังหวะว่าเออเราทำกับข้าวให้ลูกให้สามีกินมันก็พอกินได้เนาะ ทำน้ำสลัดก็อร่อย ตัวแรกที่ทำคือขายสลัด แต่ก่อนไม่มีคนขายสลัดเยอะแยะมากมาย เราก็ตีน้ำสลัดครีมมะนาวแล้วก็ขายสลัดหน้าบ้าน“วันแรกที่ขายสลัดได้ 10 กล่อง ดีใจ! เงิน 200 บาทดีใจมาก ถือแบงก์ 200 ว่าฉันนั่งขายสลัดชั่วโมงเดียวฉันได้ตั้ง 200 มันก็เลยเป็นจุดประกายว่า ของกินเนี่ยแหละมันทำให้เรารอด”
จริง ๆ ตอนนั้นก็มี “ตัดเสื้อ” ด้วยนะ เปิดร้านตัดเสื้อด้วย เรียนตัดเสื้อค่ะเรียนของ กทม. ต้องบอกว่าราชการมีบุญคุณกับประชาชนนะ ที่เขาเปิดอบรมอาชีพที่ฟรีน่ะ เราก็ไปลงทะเบียนเรียนตัดเสื้อ เรียน 2 คอร์ส 3 คอร์สแล้วเราก็มา เป็นคนที่ถ้าเรียนปุ๊บแล้วต้องทำเลย พอเรียนปุ๊บเราก็มาเปิดร้านตัดเสื้อ ก็เปิดตัดเสื้อก็ดีนะคะ เพราะว่าน้องทำงานราชการก็ตัดก็ได้ลูกค้าจากน้องมาสั่งตัดชุด ชุดนึง 250 บาท“ก็ทำควบคู่กันไป แล้วก็ทำขนมขายด้วย ทำขนมปังใส่ตู้”ก็รอดนะ พยุงในช่วงนั้นมาได้ เพราะถ้าหากว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลยท่าทางจะแย่ เพราะว่าทุกคนมีหนี้ แล้วปี 2540 เนี่ยถามว่า สาหัสไหม? สาหัสนะ แต่ปีนี้สาหัสกว่า
หาทางรอดใหม่เพื่อไปต่อ... ด้วย “น้ำพริก” สูตรครูตุ๊ก
อันนี้ต้องพูดก่อนว่า เราอยากมีช่องทางการค้าขาย เราก็ต้องแสวงหา“วันนั้นเราก็เข้าไป เห็นเขาออกบูธกันในห้างเดอะมอลล์ อุ๊ยขายดีเว้ย เราจะขายอะไรในเดอะมอลล์เนาะ”ตอนนั้นขายข้าวแกงเราไม่ไหวอยู่แล้ว เราขายน้ำพริกดีกว่า เพราะน้ำพริกมันสต็อกสินค้าได้ เราก็วิ่งเข้าไปคุยกับฝ่าย(อยู่ ๆ ก็เข้าไปเลย) เราเสิร์ชหาว่าฝ่ายการตลาดคือใคร ๆ“ก็อยู่ที่เดอะมอลล์รามคำแหงก็เข้าไปข้างบนฝ่ายการตลาดก็ไปเจอกับแผนกนั้นน่ะ เราก็บอกว่าเราน่ะทำน้ำพริกอร่อยนะ เราทำสลัดอร่อยนะ เตรียมสลัดเอาน้ำแข็งฟอร์มไปอย่างดีเลย เอาน้ำพริกใส่กระปุกอย่างสวย น้ำสลัดอย่างสวย เขาไม่มองเราเลย!”เพราะเราไม่มี “แบรนด์” ไม่มี อย. ไม่มีมาตรฐานสินค้า กลับมาวันนั้น คือเดินกลับมาเนี่ยห่อเหี่ยวมากเลยว่า เฮ้ยทำไมวะ ทำไมเราถึงไปไม่ถึงจุดสักที กลับมาปุ๊บ สร้างเลยค่ะ
“สร้างแบรนด์ ในเมื่อทุกคนเรียกเราว่า ป้าตุ๊ก หน้าบ้าน ครูตุ๊ก เราก็ตั้งเลย “น้ำพริกครูตุ๊ก” ล่ะวะใช่ไหมพอดีช่วงนั้นได้สอนที่ มติชน ด้วย(มติชนและธุรกิจ) ตอนนั้นก็เข้าไปโดย เดินเข้าไปเราก็บอกมติชนว่าเราทำน้ำพริกอร่อยนะ เหมือนกับที่เราไปที่เดอะมอลล์ นำเสนอเลยค่ะใครจะเห็นเราล่ะ อะไรอร่อยแล้วมันอยู่หลังบ้าน ไม่มีใครเห็นหรอกค่ะ ถ้าคุณไม่ออกไปนำเสนอ ต่อให้คุณทำอร่อย เลอค่าขนาดไหน คุณไม่ออกไปเปิดตัว ไม่มีทาง ไม่มีทางที่ใครจะเห็น” ก็ไปนำเสนอ พอนำเสนอเสร็จจังหวะที่มติชนเขาเปิดเป็นศูนย์ธุรกิจฯ เราก็เลยได้ “สอน” เราก็สอนเต็มที่เลย สอนแบบไม่กั๊ก คอร์สน้ำพริกก่อน จะมีน้ำพริกตาแดงแมงดา น้ำพริกเผา แล้วคอร์สสอนเนี่ยเป็นน้ำพริกแห้งพวกนรก(นรกของแห้งคั่ว) จนกระทั่งได้ทำเป็น “ตำรา” ออกมาด้วย พอเปิดคอร์สคนลงเรียนมาล้นหลามเลย 2 ปี 3 ปีคืออยู่มติชน “เสาร์-อาทิตย์” ไม่ได้อยู่บ้านเลย สอน คนเรียนที 20 คน สอนจนลูกศิษย์ลูกหาเต็มไปหมด เอาว่าแจ้งเกิด แจ้งเกิดจาก “น้ำพริก”
การที่เราจะเข้าเทรดดิ้ง สินค้าคุณต้องมี “มาตรฐาน” มาตรฐานคุณต้องมีอย่างแบรนด์คุณชื่อ ครูตุ๊ก แต่มาตรฐานล่ะ? มีอะไรที่รองรับ ทีนี้การที่เรายังไม่มีสตางค์การที่เราจะได้ “อย.” มันไม่ใช่ได้เพราะว่าเรามีสินค้าแล้วเราจะไปขอ อย. แต่มันคือ “โรงงาน” ต้องเข้าใจก่อนว่าคุณจะต้องมีสถานที่ที่เป็นโรงงานให้ได้ “เราไม่มีโรงงาน เราไม่มีทุน วิสาหกิจชุมชน จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ทางลัดของประชาชนทั่วไปที่ยังไม่มีสตางค์ที่จะสร้างโรงงาน พอเราจดเป็นวิสาหกิจชุมชนปุ๊บ สิ่งที่เราได้คือ “มผช.” มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน”แล้วเราก็พยายามคัดสรรเข้าประกวด ประกวดจนได้เป็น OTOP (3 ดาว) ได้ไปโชว์ที่เมืองทองฯ อันนี้คือทางลัดของคนที่ไม่มีสตางค์
น้ำพริก “พลิก” ชีวิต! จนกระทั่งมาเจอน้ำท่วมใหญ่ปี 2554
ตอนแรกให้ลงสาขาเดียวก่อน เดอะมอลล์บางแค วัดดูซิว่ามันจะไหวไหม“สาขาแรกเราลงเรื่องงานวันหยุดของ วันเฉลิมฯ ในชื่อTheme ว่า อาหารวันแม่ เราก็ตำน้ำพริกค่ะ ตำน้ำพริกกะปิ โขลกกันตรงนั้นเลย แต่ก่อนไม่มีใครโขลกน้ำพริกขายกันสด ๆ โขลกกันกลางห้างฯ น้ำพริกกะปิคุณอยากได้รสอะไรบอกมา คนนี้กินหวาน กินเปรี้ยว ถ้ากินหวานเดี๋ยวเราเติมเพราะว่าเรามีสูตรมาตรฐาน ปรากฏว่า โอ้โห! ล็อตนั้นเราขาย 7 วัน วีคนั้นได้แสนกว่าบาท ขายดีมาก”แล้วก็ยังมีน้ำพริกอื่น ๆ ด้วยใส่โถดินเผาที่สั่งมาจากเกาะเกร็ดอย่างดีเลย รอบนี้ไปไหน ไปเดอะมอลล์บางกะปิ เดอะมอลล์รามคำแหง รอบนี้งานจัดที่นี่ ๆ เราหมุนงานค่ะ เหมือนงานวัดแต่ว่าขายในห้างฯ แล้วก็ค่าเช่าที่ไม่มีแต่จะเป็นลักษณะของการตัดจาก GP เป็นหลักแทน เราก็สู้ไหว เราก็ค่อย ๆ หมุนไป ค่อย ๆ ค้าขายไป ขายดีมาก ขายดีแบบลูกอยากได้คอมพ์อย่างเงี้ยก็ เดี๋ยวรอแป๊บนึงนะลูก เดี๋ยวแม่เก็บตังค์ซื้อคอมพ์เงินสด ถ้าออกอีเว้นต์นี้ได้เราจะเหลือเงิน(กำไร) เท่านี้ เราก็จะซื้อของที่เราอยากซื้อ ไม่ผ่อน ซื้อด้วยเงินสด เริ่มหายใจออก
ขายในห้างเดอะมอลล์มาจนกระทั่ง “น้ำท่วมปี 2554” กรุงเทพฯ น้ำท่วมใหญ่ หยุดขายน้ำพริกเพราะว่าน้ำท่วม! ไม่เท่าไหร่
แค่เอว ใครถามว่าน้ำท่วมบ้านครูลึกเท่าไหร่ ไม่เท่าไหร่ค่ะ แค่เอว“ทีนี้เครื่องจักรของเรา เครื่องกวนน้ำพริกของเรามันจมน้ำหมด ถ้าเราจะเปิดธุรกิจหลังน้ำท่วมใหม่นั่นคือเรา ต้องลงทุนใหม่ แล้วเราต้องเป็นหนี้ จากเครื่องกวนน้ำพริก เครื่องบด เครื่องโม่
มันก็เลยไม่เอาดีกว่า” แล้วที่สำคัญก็คือ ลูกเรียนจบแล้ว ลูกคนเล็กเรียนจบแล้ว วันที่เขาเรียนจบวิศวะมหิดล วันที่เขาเรียนจบนะคะเทอมสุดท้ายที่จ่าย หายใจโล่งเลย!
กลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ด้วยขนมปังไส้แน่นราคาเข้าถึงง่าย
ก็เปิดหน้าบ้าน ต้องบอกก่อนว่าก่อนหน้านี้เราก็สะสมนะ เตาอบ พวกอุปกรณ์ทำขนมต่าง ๆ สิ่งที่เราทำอยู่บ้านก็คือ เรายังมี“อยากมีอะไรให้ลูกเป็นสมบัติ เพราะว่าสมบัติที่ดีที่สุดคือ อาชีพ มาเปิดเนี่ยทำขนมปัง”ขนมปังก้อนเล็ก ๆ ตอนแรกเลยทำก้อนใหญ่เลย แล้วก็ขาย 65 บาท ขายดี ก่อนโควิดฯ นะ“จนมาโควิดฯ คนไม่มีตังค์ ถึงได้เริ่มมาเป็นก้อนเล็ก เพื่อให้คนซื้อได้ ลูกค้าไม่มีตังค์ค่ะไม่มีตังค์ พอเขาเดินผ่านมาเขาบอกไม่มีก้อนเล็กเหรอ เราก็โอเค”เราก็เลยลดขนาดจากก้อนโต ๆ เป็นก้อนที่จับต้องได้ เขาก็ซื้อ 100 เหมือนเดิมแต่ได้ หลากหลายไส้(เมื่อก่อนได้ไส้เดียว) แต่ว่าเราก็จะทำงานวุ่นวายหน่อย ปรับตามตลาดทุกอย่าง อย่างช่วงโควิดฯ จะบอกว่าความที่เขาปิดเมืองหรือว่า ล็อคดาวน์ รู้ไหมทำอะไรขาย ทำหมูแดดเดียว หมูสวรรค์ หมูเค็ม อบแห้งใช้เตาอบ อบเสร็จเราก็ส่งเพราะว่าไลน์แมนยังอยู่ ไลน์แมนก็ยังวิ่ง ขายดี ทำหมูวันหนึ่ง ๆ ประมาณ 50 กิโล
งานสอนก็ยังไม่ทิ้ง Up Skill สู่การเป็น “ผู้คุมสอบเชฟ” ของพัฒนาฝีมือแรงงาน
เราก็ไม่ได้หยุดสอน ก็ไปเป็นอาจารย์พิเศษอยู่ “สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา” ก็ไปสอนที่จิตรลดาอยู่ 3 ปี 4 ปี จนโควิดฯ“ต่อจาก มติชน เขามาเชิญไป จริง ๆ ต้องบอกว่าเราชอบเรียนรู้ ชอบอบรม เรียนนู่นเรียนนี่ เรียนอบรมเก็บใบเซอร์ฯ ใบวุฒิบัตรไปเรื่อย ก็เรียนจนเขาก็มาเชิญ เชิญเอาจริง ๆ เราเป็นอะไรล่ะ เขาเรียกว่า อยู่ในสมาคมเชฟฯ เป็นผู้ตรวจประเมินครัว” ลงอบรมไปเรื่อยจนเราก็ไม่รู้ว่าคอร์สนี้ มันทำให้เรากลายเป็น Assessor ผู้ประเมินผู้สอบ จนทุกวันนี้กลายเป็นผู้คุมสอบ Chef ระดับ 1 ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับคนที่จะไปทำงานที่ต่างประเทศ เรามี License“มันมาด้วย ชีวิตไม่เคยคาดหวังว่าตัวเองจะต้องไปอะไร แต่ทำตามสเต็ปที่เขาออกแบบชีวิตให้เรา ไม่รู้ใคร(หัวเราะ) ถ้าเป็นคนอื่นก็จะบอก พระเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่เราก็ไม่รู้ใคร? เราไปตามสเต็ป เราอบรม เราขึ้น แล้วมันก็อัพเราขึ้นไป”
ต่างประเทศก็มีเข้ามาด้วย เริ่มจากพม่าเนี่ยเขามาขอเรียน มาขอเรียนทำขนมปังที่นี่ก่อน ทีนี้พอมาเรียนปุ๊บ เขาก็บอกว่าเขากำลังจะเปิดโรงงานเบเกอรี่จะชวนไปที่ย่างกุ้งด้วย“เราก็ถามว่าฟรีไหม เขาบอกว่าเนี่ยไปดูโรงงานเขา แล้วดูซิว่าโรงงานเขาต้องปรับปรุงอะไรบ้าง” ไปปีนั้นเราก็ไปครั้งแรกเนาะ สแกมเมอร์หรือเปล่าวะ ตูจะได้กลับมาเมืองไทยหรือเปล่าเนี่ย แต่ก็ใจสู้! ไป เอาลูกศิษย์ไปเป็นเพื่อนด้วยคนหนึ่ง เราก็ไปลุย แล้วพอเราได้ไปเห็นโรงงานเขา เราก็เดินเขาทั่วโรงงาน เขาถามเราว่าเนี่ยทั้งโรงงานเนี่ยโรงงานนี้ขาดอะไร? เราบอกคุณเป็นโรงงานเบเกอรี่เราเดินคุณทั้งโรงงาน สิ่งที่คุณขาดคือ smell กลิ่นหอมของเบเกอรี่ เราไม่เคยได้เลย ทั้ง ๆ ที่คุณเป็นโรงงานระดับใหญ่ เพราะฉะนั้น “กลิ่น” มาจากไหน กลิ่นมาจาก Ingredient ที่คุณใช้ ถ้าวัตถุดิบของคุณไม่ดี มันทำให้กลิ่นไม่มา ฉะนั้นเบเกอรี่ของคุณก็จะไม่หอม“โอ้โหเราก็ได้ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าทันใจ นู่นนี่นั่นเราก็ไปมู มู ๆ ขอ ขอ ๆ แล้วเราก็ได้กลายเป็น ที่ปรึกษาเป็น consult ให้กับโรงงาน” ก็ 1 โรงงานแรกคือเบเกอรี่เราก็ทำไป พอเขาเปิดโรงงานที่ 2 คือโรงงานแปรรูปทำไส้กรอกเราก็ได้อีก พอโรงงานที่ 3 เดี๋ยวจะไป(อีกเดือนสองเดือนนี้) เพราะจะไปทำไก่หยอง เครื่องจักรมาจากจีนแล้ว เราก็เซ็ตเครื่องจักรให้เซ็ตสูตรให้เดี๋ยวเราก็ไปสอนต่อ อันนั้นก็เป็นโรงงานแปรรูป“ทีนี้ต่อเนื่องจากพม่า Ingredient พวกแป้ง นม เนย ทุกอย่างเขาต้องสั่งจากเรา ก็เลยเปิดบริษัทฯ ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย เปิดบริษัท จ่าย VAT เสียภาษี ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง”
เพราะว่า “สมบัติที่ดี” ที่สุด คือ “อาชีพ”
ครูตุ๊ก-ขนิษฐา ชัยชาญกุล บอกด้วย ตอนนี้ก็มี “ลูกศิษย์” ที่ขอมาเรียนอยู่เรื่อย ๆ เขาก็ทักมาเรียน ส่วนมากจะเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการจะรู้จักแล้วก็เจาะมาเรียน “ก็เมื่อสองวันนี้เด็กเขาบอกว่า เขาเรียนอยู่เกษตรศรีราชา แล้วเขาไม่เคยกลับบ้านเลย 10 ปี พอวันหนึ่งเขาตกงานเขากลับบ้านเขาก็ไปทำ ที่บ้านเขาทำหมู เขาบอกเขาทำหมูเนาะ แล้วเขาก็พยายามที่จะหัดทำพวกไส้กรอกอีสานแล้วมันไม่ดี เขาไม่ได้ใส่ตัวเติม(เราเรียกว่าตัวเติมเดี๋ยวคนจะตกใจ) พอเขามาเรียน เขามาวันหนึ่งปุ๊บ เรียนเสร็จกลับเลย แล้วกลับไปเธอทำแล้วเธอก็โพสต์ใน TikTok ไส้กรอกบ้านหมูอ้วน” น่ารัก ไส้กรอกสวย เพราะว่าอย่างสูตรแปรรูปต้องเข้าใจก่อนว่าเราต้องใส่ โซเดียมไนเตรท โซเดียมอีริทอร์เบต ฟอสเฟต ซึ่งองค์ความรู้ตรงนี้บางทีคนไทยทั่วไปก็ยังขาดความรู้ ประเทศเพื่อนบ้านเราก็ขาด ผู้ประกอบการหลาย ๆ รายก็ยังขาดอยู่
“ก็บางทีถ้าอยู่บ้าน วันไหนเรารู้ว่าวันนี้เราจะอยู่บ้านใช่ไหม เราก็จะเปิดคอร์สไม่แพง คอร์สไหนที่ต้นทุนสูงก็จะอยู่ที่ 1,000 ต้นทุนต่ำ ๆ อย่างคราวที่แล้วสอนกาแฟโบราณ คนมา 10 กว่าคนเต็มห้องเลย 599 อะไรอย่างเงี้ยต่อคน”ตุ๊กใช้คำว่า ชวนเพื่อนมาเที่ยวบ้าน เดี๋ยวว่าจะเปิดคอร์ส “ขนมเทียน-ขนมเข่ง” อาจจะขอสัก 899 บาท ขนมเทียน 2 ไส้(หวาน&เค็ม) ขนมเข่ง(น้ำตาลขาว& มะพร้าวอ่อน) เราใช้คำว่า หาคนมาช่วยทำขนมให้กินหน่อย เพราะว่าถ้าเราอยากกินแล้วทำคนเดียวไม่ดีมั้ง มันเยอะ มันกินไม่หมด เอาตังค์มาแชร์กันแล้วมาทำขนม เอาสูตรไปด้วย เรียนไปด้วย เอาขนมที่ทำเสร็จแล้วกลับไปกินที่บ้านด้วย แล้วก็เหลือให้ครูกินสักหน่อยนึง
“ความภูมิใจคือ ได้เป็นอาจารย์พิเศษสอนที่สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา วันที่เหยียบเข้าไปในสำนักพระราชวังแบบ ขนลุกน่ะ! ฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ขนลุกน่ะขนลุกว่าเออเนาะ ใครจะไปคิดว่าแม่ค้าธรรมดา ไม่มีอะไรเลยแต่ว่าทำไมจิตรลดาให้เกียรติเราขนาดนี้” ชีวิตนี้สร้างให้คนอื่นมาเยอะแยะ เราต้องสร้างให้ลูกเราบ้าง ขนมปังกรอบเลยจะเป็นซิกเนเจอร์ของร้านจะเห็นว่าป้ายหน้าตึกขึ้นเลย “ปังกรอบปากทาง” ก็เลยกลายเป็นร้านขนมปังกรอบปากทาง เราก็เลยทำตัวนี้หวังว่าวันหนึ่งมันจะกลายเป็นธุรกิจให้ลูกได้ต่อยอด ก็ไปหาร้านไปฝากส่ง หน้าร้านขายไม่ดีหรอกค่ะ เนี่ยเงี๊ยบเงียบแต่เราวิ่งเข้าหาลูกค้าคือไปเจอร้านเราก็เอาไปฝากวาง ฝากวาง แล้วเดี๋ยวสิ้นเดือนเราก็ไปเก็บตังค์ ปรากฏว่าเขาก็อยู่ได้
เพราะว่าสมบัติที่ดีที่สุดคือ “อาชีพ” กว่าจะมาเป็น “ครูตุ๊ก” ขวัญใจคนอยากได้วิชาอาชีพการทำกิน ใครที่กำลังมองหาแหล่งเรียนรู้สำหรับการเริ่มต้นทำอาชีพเล็ก ๆ ในช่วงแรก อยากมีวิชาทำกินติดตัว หรืออยากจะลองทำอะไรขายสักอย่างหนึ่งสามารถทักเข้าไปขอเรียนกับครูตุ๊กได้ซึ่งขอบอกว่าค่าคอร์สเรียนแต่ละอย่างสามารถเข้าถึงได้ทุกคนมาก ๆ เหมาะกับยุคนี้ที่ใครอยากจะเรียนอะไรแล้วก็ได้เรียนโดยไม่ต้องมีอุปสรรคเรื่องค่าเรียนที่แพงมาขวางกั้นอีกต่อไป หรือสนใจอุดหนุนขนมปังกรอบและขนมปังไส้ต่าง ๆ ที่ครูตุ๊กจัดเต็มมากแถมราคาก็น่ารักน่าซื้อสุด ๆ ติดตามได้ทาง FB : ครัวครูตุ๊กTikTok : ครูตุ๊ก สอนแปรรูป หรือโทร. 085-536-1964
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด


