xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) พลิกเกมจากน้ำส้มสู่ชา-กาแฟ "พยัคฆ์" ขวดละ 20 บาท ปั้นยอดขายเซเว่นฯ วันละ 6 หมื่นขวด คว้า SME ดาวรุ่ง 2026

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากธุรกิจผลิตน้ำส้มที่เคยเผชิญความท้าทายในช่วงโควิด-19 สู่การพลิกเกมครั้งสำคัญด้วยการพัฒนา "ชาและกาแฟพร้อมดื่ม" แบรนด์ พยัคฆ์ ในราคาขวดละ 20 บาท จนกลายเป็นสินค้าขายดีในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ด้วยยอดผลิตกว่า 50,000-60,000 ขวดต่อวัน พร้อมคว้ารางวัล 7-ELEVEN SME AWARDS 2026 สาขา SME ดาวรุ่ง สะท้อนความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยที่เติบโตจากโรงงานเล็กสู่แบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภค ด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพ ราคาเข้าถึงง่าย และการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง


นายธิติ พัววรานุเคราะห์ CEO บริษัท เก้าหมิง กรุ๊ป จำกัด เล่าว่า เดิมทีผลิต “น้ำส้ม” วางขายตามห้างโมเดิร์นเทรดทั่วไปอย่างวิลล่า มาร์เก็ต ฟู้ดส์แลนด์ และงานแสดงสินค้าต่างๆ แล้วมีทีมงานจากเซเว่น อีเลฟเว่นไปเจอและได้ชักชวนมาเป็นพันธมิตรผลิตสินค้าและส่งขายในชั้นวางของเซเว่น อีเลฟเว่น หลังจากทำไปได้สักพักเทรนด์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากยิ่งเฉพาะช่วงที่มีวิกฤติโควิด-19 ทำให้ผลตอบรับที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้มีการหารือถึงเรื่องสินค้าใหม่


ทำให้ทางแบรนด์เกิดไอเดียในการพัฒนาเมนูชาและกาแฟขึ้นมาในรูปแบบขวดพร้อมดื่มโดยไม่ต้องใส่น้ำแข็ง สามารถเปิดฝาและยกดื่มได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากต้องการให้เกิดความสะดวกต่อผู้บริโภค จึงเข้าไปเสนอและวางขายได้ประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นก็มีการนำสินค้าไปออกบูธขาย พร้อมกับนำสินค้าตัวใหม่ที่เริ่มวางขายในห้างสรรพสินค้าโลตัสอย่าง “พยัคฆ์” มาวางข้างกันและได้เสนอนำไปขายให้ทางเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีกลับมาทำให้กาแฟและชาภายใต้แบรนด์ “พยัคฆ์” ถูกวางขายในชั้นวางของร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ในราคาขวดละ 20 บาท ซึ่งเมนูแรกที่วางขายคือ “ชาไทย” ปัจจุบันขายมาได้ประมาณ 2 ปี มีสินค้าประมาณ 5-6 รสชาติ


จากโรงงานขนาดเล็กสู่โรงงานใหม่เพราะมีสินค้าตราพยัคฆ์เข้าไปวางขายให้กับทางร้านสะดวกซื้อ ทำให้มีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้ในส่วนของการทำการตลาดนั้นส่วนใหญ่จะเน้นทำโปรโมชั่นกับทางร้านสะดวกซื้อมากกว่าโปรโมตตามแพลตฟอร์มออนไลน์ เนื่องจากสินค้ามีราคาถูกจึงทำให้เก็บงบการตลาดไปทุ่มเทกับการผลิตสินค้าให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้สูตรเมนูต่างๆ ทางแบรนด์เป็นคนคิดค้นรสชาติขึ้นมาเอง รวบรวมชาต่างๆ ในไทยที่หาได้มาทดลองจนได้สูตรที่ลงตัวและอร่อยถูกปากลูกค้า ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันผลิตส่งขายเซเว่นฯ วันละประมาณ 50,000-60,000 ขวดวางทุกสาขา ซึ่งในแต่ละสาขาจะมีเมนูที่แตกต่างกัน


ถ้าหากจะบอกว่าอะไรที่เป็นจุดแข็งให้แบรนด์ “พยัคฆ์” ยืนในตลาดชาและกาแฟพร้อมดื่มได้ก็คงจะเป็นเรื่อง “ราคา” ที่สามารถเข้าถึงได้ในราคาขวดละ 20 บาท และคุณภาพที่ได้ ซึ่งผู้บริโภคมองว่าชาหรือกาแฟเย็นในราคา 20 บาท เป็นราคาที่ค่อนข้างคุ้ม สามารถควักเงินในกระเป๋าซื้อได้อย่างสบายใจ บวกกับเศรษฐกิจในปัจจุบันสินค้าที่มีราคาถูกแต่มีคุณภาพจึงตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันชาและกาแฟตรา “พยัคฆ์” ได้รับรางวัล “7-ELEVEN SME AWARDS 2026” สาขา SME ดาวรุ่ง ซึ่งเป็นสิ่งการันตีถึงคุณภาพและเครื่องหมายการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงวางแผนต่อยอดและแตกไลน์สินค้าเพิ่มในอนาคต ซึ่งการต่อยอดจะยังอยู่ในพื้นฐานของชาแต่เน้นเรื่องสุขภาพมากขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการรายเล็กอย่าง SME ที่ต้องการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นทางแบรนด์ให้ข้อแนะนำมาว่า “ความอดทน” เป็นสิ่งสำคัญในการยืนหยัดทำธุรกิจ ทำจากเล็กไปใหญ่ เนื่องจากเอสเอ็มอีหลายรายมีเงินทุนไม่เพียงพอที่จะทำธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นลองเริ่มจากเล็กไปใหญ่แล้วพัฒนาอย่างต่อเนื่อง


ปัจจุบันตลาดชานมยังเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในประเทศไทย คนส่วนใหญ่ก็ยังคงนิยมซื้อรับประทาน ซึ่งจะสังเกตได้จากร้านชานมมีจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยร้านที่สามารถยืนแข่งขันในตลาดได้จะต้องเป็นร้านชานมที่มีคุณภาพ ไม่ใส่สีหรือกลิ่นสังเคราะห์มากจนเกินไปเพราะผู้บริโภครับรู้ได้ถึงสิ่งเหล่านี้ บวกกับเทรนด์สุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมอีกด้วย

นอกจากนี้ชาและกาแฟตราพยัคฆ์ที่วางขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มีอายุการเก็บรักษาในตู้เย็นได้ประมาณ 12 วัน ขนาด 250 กรัมต่อขวด อย่างไรก็ตาม แม้ในตลาดชาและกาแฟเกิดการแข่งขันอย่างดุเดือด มีผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นจำนวนมากแต่สิ่งที่ทำให้แบรนด์ยืนหยัดในตลาดนี้ได้และนำสินค้าเข้าวางขายที่ร้านสะดวกซื้อคือ “ราคา” ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีและลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *