xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) จากโต๊ะทำงานสู่โรงเรือน! "ไร่ชรินทร์พรรณ" ปั้น “เมล่อนฮอกไกโด” ด้วยน้ำจากยอดดอยส่งโมเดิร์นเทรด สร้างแบรนด์เกษตรพรีเมียม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลังลาออกจากงานออฟฟิศและอาจารย์มหาวิทยาลัย "ณัฐนิช กิตยานุรักษ์" ตัดสินใจกลับบ้านที่เชียงใหม่ สานต่อพื้นที่ของครอบครัวด้วยการปลูกเมล่อนฮอกไกโดสายพันธุ์ญี่ปุ่น ก่อนต่อยอดเป็นแบรนด์ "ไร่ชรินทร์พรรณ" ที่โดดเด่นด้วยการปลูกแบบ 1 ต้น 1 ลูก ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน ส่งขายใน 7-Eleven และโมเดิร์นเทรด พร้อมสร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน กระจายรายได้สู่เกษตรกรในภาคเหนือ จนคว้ารางวัล 7-ELEVEN SME AWARDS 2026 และ OTOP 5 ดาว ตอกย้ำความสำเร็จของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนผลไม้ท้องถิ่นให้กลายเป็นแบรนด์พรีเมียมของไทย


นางสาวณัฐนิช กิตยานุรักษ์ หรือ เดียร์ เจ้าของไร่ชรินทร์พรรณ เล่าว่า ชื่อชรินทร์พรรณมาจากชื่อคุณพ่อคุณแม่รวมกัน โดยคุณพ่อเป็นผู้ให้พื้นที่ในการเพาะปลูก ส่วนคุณแม่เป็นผู้สนับสนุนเรื่องเงินทุน เดิมทีคุณเดียร์เธอทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศและอาจารย์สอนพิเศษมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่แต่ต้องการกลับบ้านไปดูแลพ่อแม่ พร้อมกับมองหาโอกาสในการทำธุรกิจในช่วงนั้นเมล่อนยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในพื้นที่เชียงใหม่ เธอจึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาและต่อยอดการปลูกเมล่อนโดยนำเข้าเมล็ดพันธุ์ต่างประเทศเข้ามา เช่น สายพันธุ์ฮอกไกโด และได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขึ้นมาเพื่อสร้างเครือข่ายและสร้างรายได้คืนสู่ชุมชน ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมาได้ประมาณ 10 ปี มีสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจประมาณ 10 โรงเรือน


จากเดิมที่เคยเป็นพนักงานออฟฟิศและอาจารย์สอนพิเศษกลับผันตัวมาเป็นเกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนสายพันธุ์ฮอกไกโด เธอมองว่าต้องการยกระดับผลผลิตเกษตรให้สามารถเติบโตในตลาดโมเดิร์นเทรดได้ ดังนั้นเธอจึงมุ่งมั่นและพัฒนาจนสามารถนำผลเมล่อนเข้าไปวางขายในเซเว่น อีเลฟเว่นได้เมื่อช่วงก่อนเริ่มวิกฤตโควิด-19 ซึ่งสามารถส่งผลผลิตให้เซเว่นฯ ได้รอบละประมาณ 1 ตัน

สำหรับเมล่อนสายพันธุ์ฮอกไกโดนั้นจะมีลักษณะพิเศษคือ “เนื้อสีส้ม” และมี “ตาข่ายสีเขียว” ซึ่งแตกต่างจากเมล่อนสายพันธุ์อื่นตรงที่พื้นที่และระบบการปลูก ซึ่งทางไร่จะควบคุมคุณภาพการปลูกคือ 1 ต้นจะมีผลเมล่อนเพียง 1 ลูกเท่านั้น และทำน้ำหนักให้เท่ากันทุกลูก ส่วนผลที่ไม่ได้คุณภาพตามาตรฐานก็จะกลายเป็นผลเกรด B รองลงมา


จุดเด่นของเมล่อนฮอกไกโดนั้นทางไร่จะใช้น้ำจากยอดดอยออบขาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เธออาศัยอยู่ เป็นน้ำที่มาจากธรรมชาติและปลูกอยู่ที่ระดับเหนือน้ำทะเล พร้อมกับจำลองสภาพอากาศด้วยการปลูกในโรงเรือน นอกจากนี้พื้นที่การปลูกมีทั้งหมด 1 ไร่ ประมาณ 2,000 ต้น และสามารถปลูกเมล่อนได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากในโรงเรือนจะถูกควบคุมสภาพอากาศและอุณภูมิไม่ให้หนาวจนเกินไป จึงทำให้สามารถปลูกเมล่อนได้ตลอดทั้งปี

ทั้งนี้นอกจากเมล่อนแล้วยังมีผลไม้เมืองเหนืออย่าง อาโวคาโด ส้ม มะม่วงและบัวหิมะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นเป็นผลไม้เมืองเหนือ ส่วนสินค้าฮีโร่โปรดักส์ยังคงเป็น เมล่อน นอกจากนี้ในส่วนของช่องทางการขายจะมีทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ร้านค้าออฟไลน์จะมีวางขายที่ร้านท็อปส์ซุปเปอร์มาร์เก็ตและห้างในพื้นที่เชียงใหม่ ส่วนออนไลน์จะวางขายที่ออลล์ออนไลน์ของทางเซเว่น อีเลฟเว่น


เปลี่ยนเกษตรมาเป็นธุรกิจ คุณเดียร์ให้ข้อมูลว่า “เราเป็น SME เกษตรและเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ด้วย เราอยากสร้างแบรนด์เมล่อนให้เป็นที่รู้จักแล้วก็ทำให้คุณภาพคงที่ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป เพราะเราอยากให้คนไทยได้รับประทานของดีไม่ต้องนำเข้า” คุณเดียร์ ระบุ

ด้านกำลังการผลิต ทางไร่สามารถมีผลผลิตส่งขายได้เพียงพอต่อความต้องการของพันธมิตรและความต้องการของกลุ่มลูกค้าตลอดทั้งปี เนื่องจากมีการวางแผนการปลูกกว่า 1 ปี และมีเครือข่ายวิสาหกิจในพื้นที่จังหวัดลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอนและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้มีผลผลิตในสต็อคเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน นอกจากนี้ใช้เวลา 3 เดือนในการปลูกไปจนถึงเก็บเกี่ยว


สำหรับกลุ่มลูกค้านั้นคุณเดียร์ เปิดเผยว่า เน้นขายให้ลูกค้าคนไทยและส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อฝากเนื่องในวันสำคัญต่างๆ ซื้อฝากญาติผู้ใหญ่หรือในโอกาสที่สำคัญ เมล่อน ของทางไร่จะเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ทำให้ทางไร่มีการจัดโปรโมชั่นกับพันธมิตรอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้การทำธุรกิจสินค้าเกษตรย่อมมีปัญหาและอุปสรรคด้าน “โรคพืช” บวกกับเมล่อนเป็นพืชที่ค่อนข้างอ่อนแอ ทำให้ต้องควบคุมในโรงเรือนและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิตตั้งแต่ การให้ปุ๋ย น้ำ การคัดผลผลิต ไปจนถึงนำผลผลิตตกเกรดแปรรูปเป็นน้ำปั่นสมูทตี้และเมล่อนทอดกรอบอย่างที่กล่าวข้างต้น นอกจากนี้สินค้าแปรรูปยังไม่มีวางจำหน่ายเพราะยังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์


จุดยืนในตลาดผลไม้ของทางไร่คุณเดียร์จะเน้นสร้างแบรนด์ให้เมล่อนและทำให้ลูกค้าจำแบรนด์ได้และกลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งราคาปลีกทางแบรนด์จะขายลูกละ 279 บาท (ในร้านออลล์ออนไลน์) ขนาด 1.5 กิโลกรัม ทั้งนี้นอกจากเมล่อนสายพันธุ์ฮอกไกโดจากญี่ปุ่นแล้วยังมีอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมคือสายพันธุ์จากฝรั่งเศส ซึ่งจุดเด่นคือสามารถปลูกได้เฉพาะพื้นที่ฤดูหนาว นอกจากนี้ผลผลิตของทางแบรนด์เป็นผลผลิตปลอดสารเคมี GAP

ปัจจุบันทางแบรนด์ได้รับรางวัลการันตีจากงาน 7-ELEVEN SME AWARDS 2026 ด้าน SME สินค้าเกษตร ซึ่งเป็นรางวัลที่พิสูจน์ว่าสินค้าของทางแบรนด์เป็นสินค้าที่มีคุณภาพและโดดเด่นด้านเกษตร พร้อมกับสามารถมีผลผลิตขายส่งให้กับพันธมิตรได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ยังได้รางวัล OTOP 5 ดาวมาครองอีกด้วย ทั้งนี้ในอนาคตทางแบรนด์ได้มีการวางแผนพัฒนาและต่อยอดธุรกิจให้ไปในทิศทางของการควบคุมคุณภาพให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตามจากความชื่นชอบส่วนตัวสู่ผู้ปลูกและผันตัวเป็นเจ้าของธุรกิจสินค้าเกษตรอย่าง “เมล่อน” สายพันธุ์ต่างประเทศ ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้เมล่อนเป็นสินค้าพรีเมี่ยมที่ส่งต่อให้คนไทยได้ลิ้มลองพร้อมกับยกระดับสินค้าเกษตรให้เติบโตในตลาดโมเดิร์นเทรด รวมถึงวางแผนแตกไลน์สินค้าให้มีมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับตลาดและความต้องการของกลุ่มลูกค้า

ติดต่อเพิ่มเติม
Facebook :
เมล่อนญี่ปุ่น ฟาร์ม เมล่อนเชียงใหม่ ไร่ชรินทร์พรรณ



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *