xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) ลาออกจากครู ปั้น Bee Fruits จากใต้ถุนบ้านสู่โรงงานแปรรูปผลไม้ 30 ปี เปลี่ยนของตกเกรดเป็นสินค้าส่งออกจีน-เวียดนาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อดีตข้าราชการครูพลิกบทบาทสู่ผู้ประกอบการ ก่อตั้ง Bee Fruits แปรรูปผลไม้ตกเกรดเพิ่มมูลค่า จากธุรกิจเล็กใต้ถุนบ้านสู่โรงงานแปรรูปครบวงจร รับผลิต OEM และส่งออกจีน-เวียดนาม ชูทุเรียนฟรีซดรายเป็นสินค้าขายดี พร้อมเดินหน้าขยายกำลังผลิตรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ


นายบุญเที่ยง พฤกษากิจ เจ้าของแบรนด์ Bee Fruits และกรรมการผู้จัดการ บจก. จันทบุรี ฟรุ๊ต โปรดักส์ เล่าว่า เดิมทีรับราชการครูมาก่อนบวกกับทางบ้านมีสวนทุเรียนเป็นทุนเดิม เขาเติบโตมาท่ามกลางสวนผลไม้มาตั้งแต่เด็ก ซึมซับและเรียนรู้การเป็นผู้ปลูกผลไม้มาจนถึงปัจจุบัน อาชีพรับราชการครูเขาไม่ได้ทำงานจนถึงเกษียณและลาออกมาก่อนเวลาที่กำหนด ซึ่งเขาไม่ได้กลับมาเป็นชาวสวนเต็มตัวแต่ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการเป็นเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้มาเป็นผู้ประกอบการแปรรูปผลไม้แทน โดยเริ่มต้นจากใต้ถุนบ้าน และพัฒนาต่อยอดจนเริ่มจัดตั้งโรงงานตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบันประมาณ 30 ปี


การปรับเปลี่ยนจากเกษตรกรผู้ปลูกมาเป็นเจ้าของโรงงานเจ้าของธุรกิจให้เหตุผลว่าการทำเกษตรรายได้ไม่ค่อยดีนักจึงเปลี่ยนแนวคิดมาทำเป็นโรงงานแปรรูปผลไม้แทน รวมถึงการขายผลสดในช่วงนั้นต้องประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจและตลาดไม่รับซื้อ ทำให้ต้องเปลี่ยนมาแปรรูปแทนเพียงเพราะต้องการสร้างรายได้ให้เติบโตเลี้ยงดูครอบครัวได้ ซึ่งจะเน้นรับผลไม้จากพ่อค้าคนกลางมากกว่าที่ปลูกเอง ซึ่งที่ปลูกเองเป็นเพียงส่วนน้อย เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ และอื่นๆ


สำหรับผลไม้แปรรูปนั้นทางแบรนด์เปิดเผยว่าผลไม้ที่นำมาแปรรูปจะเป็นผลไม้ตกเกรด แล้วนำมาแปรรูปใหม่ให้เกิดการเพิ่มมูลค่า แต่การทำโรงงานเป็นของตัวเองก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่กลายเป็นความท้าทายให้กับผู้ประกอบการได้ลงสนามทดสอบ ปัจจุบันทางแบรนด์ผลิตและรับ OEM ให้กับผู้ประกอบการรายอื่นที่ต้องการแปรรูปผลไม้ โดยสามารถแปรรูปได้หลายรูปแบบ เช่น อบกรอบ ทอดกรอบ อบแห้ง กวน ฟรีซดราย แช่แข็ง และ Vacuum Frying เป็นต้น


แน่นอนว่าการทำโรงงานแปรรูปผลไม้นอกจากจะขายในประเทศแล้วยังมีส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งเจ้าของแบรนด์ได้ลูกชายเข้ามาดูแลในส่วนของการตลาดส่งออก โดยจะเน้นไปที่เวียดนามและประเทศจีนเป็นหลัก ทั้งนี้ทุเรียนฟรีซดรายจะเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ รองลงมาคือทุเรียนทอดและมังคุดฟรีซดรายตามลำดับ นอกจากนี้สินค้าตัวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมคือ มะพร้าวฟรีซดราย ปัจจุบันมีทั้งส่งออกและวางขายตามห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย รวมถึงร้านขายของฝากและขายออนไลน์


ในส่วนของกลุ่มลูกค้าในประเทศส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้ากรุ๊ปทัวร์ที่มาท่องเที่ยวในไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวเหล่านี้ชื่นชอบผลไม้ไทยเป็นอย่างมาก และนิยมซื้อกลับแม้จะเป็นในรูปแบบผลไม้แปรรูปแต่ก็สามารถขายดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่เป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของไทยแต่ผลไม้แปรรูปจากแบรนด์กลับขาย เนื่องจากมีลูกค้าจากกรุ๊ปทัวร์เข้าไทยจำนวนมากทำให้สินค้าขายดีเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ในช่วงโควิด-19 กลายเป็นวิกฤตใหญ่ที่ทางแบรนด์ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่มีลูกค้าและต้องปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐอย่างเข้มงวดทำให้ทางแบรนด์ได้รู้จักกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ที่เข้ามาสนับสนุนเรื่องเงินทุนสินเชื่อเพื่อนำมาบริหารจัดการในโรงงานและเครื่องผลิตให้ผู้ประกอบการได้พยุงธุรกิจให้สามารถก้าวต่อไปได้


ในส่วนของกำลังผลิตเจ้าของแบรนด์เปิดเผยว่าในช่วงนี้กำลังการผลิตทุเรียนแปรรูปอยู่ที่ประมาณ 4-5 ตัน มากสุดจะอยู่ที่ประมาณ 7 ตันและผลิตทุกวัน โดยมีพนักงานประมาณ 50-60 คน และแผนในอนาคตทางแบรนด์ได้วางแผนถึงการต่อยอดและพัฒนาโรงงานให้สามารถรองรับการผลิตที่มากขึ้น เพื่อให้ได้สินค้าแปรรูปเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม แบรนด์ Bee Fruits ที่เริ่มต้นจากใต้ถุนบ้านสู่โรงงานแปรรูปผลไม้ที่ครบวงจรที่ทำธุรกิจมากว่า 30 ปี สามารถยืนในตลาดได้เพราะทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกับรองรับการแปรรูปหลายรูปแบบเพื่อสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งทางแบรนด์มองว่าจะยืนหยัดในธุรกิจแปรรูปเอาไว้และวางแผนต่อยอดพร้อมกับพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องในปัจจุบันและในอนาคต

ติดต่อเพิ่มเติม
Facebook :
Bee Fruits ผลไม้แปรรูป



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *