มาคราเม่ (Macramé) หรือศิลปะการมัดเชือกให้เกิดลวดลายโดยไม่ใช้เข็มหรือไม้ถัก เป็นหนึ่งในงานฝีมือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีการเดินทางผ่านกาลเวลาและวัฒนธรรม จุดเริ่มต้นชาวบาบิโลนและอัสซีเรียหลายพันปีก่อนคริสตกาล
ประวัติความเป็นมาของ มาคราเม่
หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดถูกพบในภาพแกะสลักโบราณของชาวอัสซีเรียและบาบิโลน โดยมีการนำเชือกมามัดเป็นปมและทำเป็นพู่ประดับตกแต่งเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายของกษัตริย์ รวมถึงผ้าคลุมม้า
ส่วนที่มาของชื่อมาจาก ช่างทอผ้าชาวอาหรับ คำว่า "Macramé" เชื่อว่ามาจากคำว่า "Migramah" (มิกรามาห์) ในภาษาอาหรับ แปลว่า "ผ้าคลุมหน้า" หรือ "พู่ขอบผ้า" ช่างทอผ้าชาวอาหรับจะมัดปลายเส้นด้ายที่เหลือจากการทอผ้า (เช่น ผ้าเช็ดตัวหรือผ้าคลุม) ให้เป็นเงื่อนและลวดลายเพื่อป้องกันไม่ให้ชายผ้าหลุดลุ่ย แถมยังได้ความสวยงามเพิ่มขึ้นด้วย
ต่อมาแพร่กระจายสู่ยุโรป ศตวรรษที่ 14 - 15เมื่อชาวมัวร์ (Moors) นำวัฒนธรรมนี้เข้าไปยังแถบคาบสมุทรไอบีเรีย (สเปนและโปรตุเกส) ศิลปะการมัดเชือกก็เริ่มขยายตัวเข้าสู่ยุโรป โดยเฉพาะในอิตาลีและฝรั่งเศส ซึ่งมักนำไปใช้ทำเป็นลูกไม้ตกแต่งเครื่องแต่งกายในราชสำนักและผ้าที่ใช้ในโบสถ์
ยุคทองของ มาคราเม่
และต่อมา ศตวรรษที่ 18 – 19 กะลาสีเรือมีบทบาทสำคัญที่สุดในการทำให้มาคราเม่แพร่ไปทั่วโลก ระหว่างการเดินทางที่ยาวนานในทะเล พวกเขาจะมัดเชือกแก้เบื่อ โดยสร้างสรรค์สิ่งของต่างๆ เช่น เปลญวน เข็มขัด และถุงใส่ของ เมื่อเรือเทียบท่าตามประเทศต่างๆ กะลาสีก็จะนำงานเชือกถักเหล่านี้ไปขายหรือแลกเปลี่ยนสินค้า ทำให้ศิลปะนี้กระจายไปสู่ประเทศจีนและอเมริกาและได้รับความนิยมสูงสุดในยุควิกตอเรียน ปลายศตวรรษที่ 19ในอังกฤษยุคพระนางเจ้าวิกตอเรีย มาคราเม่กลายเป็นงานอดิเรกยอดฮิตของสาวๆ ชนชั้นสูง มีการนำมาถักทำเป็นของตกแต่งบ้านแทบทุกชิ้น ตั้งแต่ผ้าปูโต๊ะ ผ้าม่าน ไปจนถึงร่มกันแดด
หลังจากเงียบหายไปนาน มาคราเม่กลับมาฮิตระเบิดอีกครั้งใน ช่วงปี ค.ศ. 1970 (ยุคฮิปปี้) ซึ่งเน้นวิถีชีวิตแบบธรรมชาติและงานทำมือ (Handmade) ในยุคนี้เราจึงได้เห็นเสื้อผ้าถัก ชิ้นงานแขวนผนัง (Wall Hanging) และที่แขวนต้นไม้ทำจากเชือกป่านสีธรรมชาติอยู่ทุกหนทุกแห่งและในปัจจุบัน มาคราเม่ถูกนำมาผสมผสานกับสไตล์ Boho-Chic และ Minimalist โดยปรับโทนสีให้ละมุนขึ้น เช่น สีครีม สีเบจ นำมาทำเป็นของแต่งบ้าน กระเป๋า และของใช้ต่างๆ
มาคราเม่ ในประเทศไทย
สำหรับในประเทศไทยจุดเริ่มต้นในไทยมาคราเม่ หากย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน คนไทยอาจไม่ได้เรียกงานชนิดนี้ด้วยคำทับศัพท์ว่า "มาคราเม่" แต่เราจะคุ้นเคยกันในรูปแบบของ งานถักเชือกร่ม ที่นิยมนำมาถักเป็น สร้อยพระ ห้อยพระเครื่อง หรือถักหุ้มกรอบพระ รวมถึงการถักกระเป๋าถือของกลุ่มแม่บ้าน
ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มาคราเม่ในไทยได้รับความนิยมมากขึ้น จากกระแสคาเฟ่ฮิปสเตอร์ (Hipster Café) และการแต่งบ้านสไตล์มินิมอล (Minimalist) / มูจิ (Muji) / โบฮีเมียน (Boho-Chic) ศิลปินและช่างฝีมือไทยได้ปรับเปลี่ยนมาคราเม่ให้เข้ากับรสนิยมคนรุ่นใหม่ โดยเน้นใช้ เชือกฝ้าย (Cotton Cord) สีธรรมชาติ เช่น สีครีม สีเบจ หรือโทนสีพาสเทล ชิ้นงานยอดนิยมในไทย ได้แก่ สายแขวนกระถางต้นไม้ (Plant Hangers): ฮิตมากในช่วงที่คนไทยหันมาปลูกต้นไม้ฟอกอากาศในบ้าน (เช่น ไทรใบสัก, มอนสเตอร่า) ผ้าม่านและฉากกั้นห้อง นิยมใช้ตกแต่งในร้านกาแฟริมทะเล หรือโฮมสเตย์ต่างจังหวัด และแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ กระเป๋าถักตาข่ายสำหรับไปเที่ยวทะเล, เคสใส่แก้วน้ำเยติ (Yeti), และสายคล้องโทรศัพท์มือถือ
ในประเทศไทย Macramé เป็นงานฝีมือ ที่จะพบเห็นได้ในกลุ่มแม่บ้าน และคนชื่นชอบการทำงานฝีมือ ที่มีการทำงานฝีมือประเภทนี้ ออกมาจำหน่าย ถ้าได้มีโอกาสไปเดินงานคราฟท์ หรือ งานโอทอป ก็จะได้เห็นผลงานถักเชือก Macramé วางจำหน่ายอยู่ และในช่วงเวลาที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ งานฝีมือประเภทนี้ ก็เริ่มกลับมานิยมในกลุ่มของผู้สูงอายุ ทำเป็นงานอดิเรก คลายเหงาในช่วงอายุที่ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมอะไรที่ต้องใช้พละกำลังได้ กลุ่มผู้สุงอายุ จะมารวมตัวกันหางานฝีมือเบาๆทำ ได้ออกกำลัง และทำให้ไม่เป็นโรคคนแก่ ด้วย
สจ๊วตสายการบินตกงาน เปิดสอน“มาคราเม่” บรรเทาอาการซึมเศร้า
ศักดิ์ชัย วงค์พานิชย์ ครูสอนงานถักเชือก Macramé สมาคมบ้านปันรัก เล่าให้ฟังว่า ตนเองก็เริ่มเข้าสู่วงการเชือกถัก Macramé ได้ประมาณ 4 ปี เริ่มมาจากตนเองตกงาน เดิมทำงานเป็นสจ๊วต สายการบินแห่งหนึ่ง ทำมากว่า 20 ปี พอสายการบินปิดตัวลง ตนเองก็เลยตกงาน แต่มาตกงานตอนอายุเยอะ 40 กว่า ทำให้ไปเริ่มต้นทำงานอะไรก็เริ่มยาก ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะรู้สึกว่า งานใหม่ที่ได้ทำเป็นงานที่ได้ชอบด้วย จนได้มาเจองานถักเชือก Macramé ตามคำแนะนำของเพื่อน พอได้ทำรู้สึกว่า เป็นสิ่งที่เราชอบ เพราะได้อยู่กับตัวเอง ได้ทำงานศิลปะที่เราชอบ ตอนนั้น ไม่ได้มองเรื่องการหารายได้เลย แค่ได้ทำอะไรที่ชอบ และได้มีโอกาสเป็นครูสอนที่สมาคมบ้านปันรัก เป็นลักษณะครูอาสาสอนให้ฟรี ไม่ได้มีรายได้เข้ามาจากการสอน
ย้อนกลับไปก็เกือบ 4 ปี ในการทำงานฝีมือและเป็นครูอาสา หลายคนถามว่า แล้วครูโอ๋ มีรายได้จากอะไร ก็ต้องบอกว่า รายได้มาจากการนำอุปกรณ์มาขาย ไม่ว่าจะเป็นเชือก และอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งนี้ ด้วยความที่ Macramé ไม่ได้รับความนิยมมากนัก ในประเทศไทย การหาซื้ออุปกรณ์เหมือนกับ งานถักโครเชต์ หรือ อื่นๆ ก็จะหาซื้อยากหน่อย อย่างครูโอ๋ เองก้ต้องนำเข้าเชือกมาจากประเทศจีน ส่วนอุปกรณ์แท่นรองถัก เป็นอุปกรณ์ที่ครูโอ๋ได้ออกแบบและไปจ้างช่างให้ช่วยทำให้ และนำมาจำหน่าย สำหรับคนที่ต้องการภายใต้แบรนด์ Resetcasper
สำหรับ ชิ้นงานที่ทำออกมา ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ที่ใส่กระติกน้ำ พวงกุญแจ และอื่นๆ รวมถึงเครื่องแต่งกาย ทางครูโอ๋ ทำออกมาจำหน่าย ภายใต้แบรนด์ Resetcasper โดยนำผลงานไปวางจำหน่ายในงานที่ได้รับเชิญให้ไปร่วมสอน เป็นกิจกรรมที่ทางผู้จัดงานจัดให้กับคนทั่วไป ที่มาเดินชมงานได้เรียน ซึ่งบางงานทางผู้จัดว่าจ้างไป บางงานให้เชิญให้ไปร่วมสอน โดยไม่ได้มีค่าจ้างให้ แต่เราก็สามารถที่จะนำชิ้นงานวางไปจำหน่ายด้วย
ครูโอ๋ พูดถึง คนที่มาเรียนว่า ที่ผ่านมา ตนเองได้สอนมากว่า 4 ปี คนที่มาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ มาเรียนเพื่อนำไปทำแก้เหงา เป็นกิจกรรมหลังเกษียณอายุ เป็นกิจกรรมของผู้สูงอายุ ส่วนการนำไปเป็นอาชีพไม่เยอะ อาจจะด้วยเป็นงานฝีมือ ที่ต้องใช้เวลาในการทำ การนำไปทำเป็นอาชีพเพื่อจำหน่าย จะไม่ค่อยคุ้ม และราคาค่อนข้างสูง เพราะตัววัตถุดิบ อย่างเชือกถักเอง ราคาค่อนข้างสูง ผู้สูงอายุที่มาเรียน บางคนมีทำจำหน่ายบ้าง พอทำเสร็จและหิ้วไปใช้งานพอคนอื่นๆ ได้เห็นชื่นชอบ ก็มาสั่งทำ ก็มีรายได้ ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ ลูกหลานก็ซื้ออุปกรณ์ ต่างๆ ให้
“ส่วนผมเอง เรียนรู้การทำ Resetcasper มาจาก ทางช่องทางายูทูบ การได้มาเป็นครูสอนครั้งนี้ เท่ากับได้ฝึกฝนฝีมือการทำของตัวเองไปในตัว ด้วย ส่วนการออกแบบ หรือการสร้างลวดลายใหม่ ก็ค่อยเรียนรู้จากไปดูในช่องยูทูบบ้าง การคิดและออกแบบเองบ้าง ที่ผมชอบและเลือกทำมาคาเม่ ส่วนหนึ่งมาจากเป็นงานฝีมือที่ไม่ได้ละเอียดเหมือน งานถักโครเชต หรือ งานถักเน็ตติ้งอื่นๆ ผู้ชายอย่างผมก็ทำได้ เพราะงานฝีมือที่ไม่ได้เป็นแบบผู้หญิง ผู้หญิง ลูกศิษย์บางคนที่มาเรียน ก็มีผู้ชายมาเรียนด้วย”
โดยปัจจุบัน ผมสอนประจำอยู่ที่บ้านปันรักทุกวันพฤหัส ฯ ส่วนใครที่สนใจ ต้องการเรียน และนำไปต่อยอดทำอาชีพ ก็มาเรียนได้ฟรี การสอนจะเป็นการสอนพื้นฐานขั้นตอนการทำแบบเริ่มต้น และผู้ที่มาเรียน นำไปดัดแปลงต่อยอดในการทำในแบบต่างๆ เอง ตามความถนัด และความตั้งใจของตัวเอง
ติดต่อ Facebook , Tiktok ,IG // Resetcasper


