บนโลกของกีฬายุคใหม่ เส้นแบ่งระหว่าง “ความหลงใหล” และ “โอกาสทางธุรกิจ” เริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมกีฬากอล์ฟของประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ “กอล์ฟบูม” อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ภาพจำเดิม ๆ ของกอล์ฟที่เป็นเพียงกีฬาของผู้บริหารระดับสูงได้ถูกทลายลง ก่อนถูกแทนที่ด้วยคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้าสู่สนามหญ้าสีเขียวภายใต้ความต้องการที่อาจต่างออกไป หนึ่งในตัวแทนภาพลักษณ์ที่ชัดเจนและน่าติดตามคนหนึ่ง นั่นคือ “เต๋า-เศรษฐพงศ์ เพียงพอ” นักร้องและนักแสดงหนุ่มผู้ก้าวข้ามการเป็นเพียงแฟนกอล์ฟและผู้เล่นที่หลงรักในเสน่ห์ของวงสวิง ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่กับกีฬาที่เขารัก
เส้นทางของเขาน่าสนใจโดยมีจุดเริ่มต้นจากวิกฤตในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อหลายปีก่อน หลังกิจกรรมกลางแจ้งประเภทอื่นถูกจำกัด กอล์ฟกลายเป็นหน้าต่างบานเดียวที่เปิดรับแสงแดดและอากาศบริสุทธิ์สำหรับเต๋าเองนั้น เขามองว่ากอล์ฟไม่ใช่แค่การทำคะแนนให้ต่ำที่สุด แต่มันคือการฝึกสมาธิการอยู่กับตัวเอง และการเอาชนะขีดจำกัดของจิตใจในทุก ๆ 18 หลุม ด้วยความหลงใหลนี้เองที่ผลักดันให้เขาต่อยอดจากการเล่นเป็นการศึกษานวัตกรรมและอุปกรณ์ต่าง ๆ จนนำไปสู่โอกาสสร้างธุรกิจ
เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า การระบาดของโควิด-19 เมื่อประมาณปี 2563 ทำให้สนามกีฬาในร่มต้องปิดตัวลง กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญกับการทำความรู้จักกับกีฬากอล์ฟ เพราะตัวเองนั้น แม้จะเติบโตมาพร้อมกับการมองพ่อเล่นกอล์ฟและชื่นชอบนักกอล์ฟระดับโลกอย่างไทเกอร์ วูดส์ มาตั้งแต่เด็ก แต่ยังไม่เคยได้ลงมือเล่นอย่างจริงจัง แต่เมื่อเกิดวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่คราวนั้น สนามบาสปิด สนามฟุตบอลปิด ทำให้เหลือกีฬาเดียวที่สามารถเล่นได้คือกอล์ฟในสนามไดรฟ์ จึงเลยเข้าไปลองเล่นดู นั่นจึงทำให้หลงใหลในกีฬากอล์ฟขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากนั้นเต๋ากลายเป็นแฟนกอล์ฟตัวยงอย่างแท้จริง โดยติดตามชมการแข่งขันสำคัญในระดับโลก ทั้ง PGA Tour, LPGA และของไทย จนกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้หลงใหลกีฬากอล์ฟนั้น ยอมรับว่า ไม่ใช่แค่ความท้าทายในการเล่น แต่เป็นคุณค่าที่กีฬานี้มอบให้กับชีวิต เพราะกอล์ฟเป็นการแข่งขันกับตัวเอง ยิ่งเล่นก็ยิ่งอยากเอาชนะตัวเองให้ได้ เพราะไม่มีวันไหนที่เราตีดีตลอด 18 หลุม นั่นจึงเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ
นอกจากนี้ ความแตกต่างของแต่ละสนามกอล์ฟก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดใจ เพราะกอล์ฟเป็นกีฬาเดียวที่สนามออกแบบไม่ซ้ำกัน ถ้าไปสนามอื่นรูปแบบการเล่นก็แตกต่างกันออกไป การวางแผนก็แตกต่างกัน ทำให้ต้องทำการบ้านมากขึ้นในการไปแต่ละสนาม ขณะเดียวกันกอล์ฟยังไม่ได้เป็นแค่กีฬาเพื่อความบันเทิง แต่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชีวิต เพราะต้องฝึกสมาธิ ฝึกให้มีสติ การได้เจอสังคมใหม่ และได้ออกรอบกับครอบครัว ทำให้เป็นกีฬาที่ครอบครัวสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ ทำให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังต้องใช้วินัยในการซ้อม ความอดทน และเป็นพื้นที่ให้ได้อยู่กับตัวเอง โดยเต๋ายอมรับว่า “หลังจากทำงานเหนื่อย ๆ ออกรอบได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง และได้คิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ ในสนามกอล์ฟด้วย”
ต่อยอดประสบการณ์สู่โอกาสทางธุรกิจ
การก้าวเข้าสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับนักกอล์ฟครั้งนี้ สอดคล้องกับข้อมูลการเติบโตของตลาดกอล์ฟไทยหลังปี 2563 ซึ่งมีผู้เล่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและรูปลักษณ์ควบคู่กับการเล่นกีฬา ทำให้เริ่มสะสมประสบการณ์การเล่นและการทำธุรกิจ ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสำหรับนักกอล์ฟเป็นการเฉพาะ
โดยเต๋าให้ความสำคัญกับอุปกรณ์หลายประเภทที่นักกอล์ฟมือใหม่ควรมี นอกจากชุดไม้ ชุดเหล็ก และถุงมือที่เป็นพื้นฐานแล้ว ยังมีรองเท้ากอล์ฟที่ต้องเลือกให้เหมาะกับสนามหญ้าและรองรับการสวิง รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ต้องช่วยระบายความร้อนได้ดี เพราะกอล์ฟเป็นกีฬาที่ต้องออกแดด ตากแดด ถ้าเสื้อผ้าไม่ใช่เสื้อผ้าที่ต้องไว้ใส่เล่นกอล์ฟโดยเฉพาะแล้ว จะทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
นอกจากนี้ด้วยพื้นฐานในฐานะนักแสดงที่ต้องเผชิญหน้ากล้อง เขายังเห็นถึงปัญหาที่นักกอล์ฟในประเทศไทยต้องเผชิญ นั่นคือแสงแดดที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อผิวหนัง ทำให้เห็นโอกาสของผลิตภัณฑ์ แผ่นแปะกันแดด ถุงน่องกันแดด และปลอกแขนกันแดด สามารถตอบโจทย์ความต้องการของการเล่นกอล์ฟได้อย่างตรงจุด จึงตัดสินใจต่อยอดมาเป็นธุรกิจด้วยการนำเข้าผลิตภัณฑ์ Block and Care จากเกาหลีใต้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับนักกอล์ฟไทย
อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเล่นกอล์ฟ ยังสามารถเข้าไปชมได้ภายในงาน Thailand Golf Expo 2026 โดยเต๋า เชิญชวนผู้ที่สนใจว่า อยากให้ลองมาชมงาน Thailand Golf Expo เพราะตัวเองมาประจำทุกปีตั้งแต่เริ่มเข้าวงการกอล์ฟ และการมางานนี้มีสิ่งที่ได้รับมากกว่าการมาซื้อของ อย่างแรกคือได้เปิดโลกกอล์ฟแบบครบจบในที่เดียว ทั้งอุปกรณ์ใหม่ ๆ เทคโนโลยี หรือเทรนด์ที่กำลังมาแรง อย่างที่สองคือได้ประสบการณ์ เพราะในงานสามารถลองได้จริงและได้คุยกับแบรนด์หรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
อย่างไรก็ตาม “บางคนอาจจะยังไม่เคยเล่นกอล์ฟ แต่พอมาเห็นบรรยากาศ อย่างมากับแฟน แฟนตีกอล์ฟแล้วมากับแฟน ก็อาจเริ่มสนใจขึ้นมา หรือคนที่เล่นอยู่แล้วก็อยากได้ไอเดียใหม่ ๆ กลับไปพัฒนาการเล่นของตัวเอง และภายในงานมักจะมีดีลพิเศษ ราคาดีๆ ที่หาที่อื่นไม่ได้ด้วย จึงอยากชวนให้ทุกคนที่สนใจกอล์ฟหรือเล่นอยู่แล้วมาที่งาน ผมเองไปทุกปี ปีนี้ก็เหมือนกัน ลองมาเดินดูแล้วจะได้เจอของที่ใช่ อุปกรณ์ที่ใช่ หรือแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการเล่นกอล์ฟ” เต๋า-เศรษฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *


