เลมอน มี ฟาร์ม ดำเนินธุรกิจแปรรูปและจำหน่ายมะนาวและเลมอน ทั้งในรูปแบบผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยรับซื้อมะนาวและเลมอนจากเกษตรกรกว่า 1,000 ตัน ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นครอบครัวละประมาณ 2,000–3,000 บาทต่อเดือน
คุณฉัตรชัย ดีสวัสดิ์ เจ้าของบริษัท เลมอน มี ฟาร์ม จำกัด เล่าว่า บริษัทดำเนินธุรกิจด้านการผลิตและจัดจำหน่ายผลมะนาวและเลมอนสด รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะนาวและเลมอน พร้อมทั้งเปิดศูนย์เรียนรู้และคาเฟ่ควบคู่กันไป ในส่วนของการแปรรูป บริษัทผลิตน้ำมะนาวคั้นสดแช่แข็ง และนำเปลือกไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ด้านความงามและเครื่องสำอาง เป็นต้น
ที่ผ่านมา บริษัทได้รับซื้อมะนาวจากเกษตรกรไปแล้วกว่า 1,000 ตัน มีการทำตลาดทั้งแบบ B2B และ B2C โดยจัดส่งให้ร้านอาหาร คาเฟ่ และซัพพลายเออร์ รวมถึงจำหน่ายเองที่หน้าร้าน อีกทั้งยังมีแผนขยายตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น ด้วยการออกบูธในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และจีน โดยยอดขายในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 12 ล้านบาท
สำหรับจุดเริ่มต้นของเลมอน มี ฟาร์ม คุณฉัตรชัยเล่าว่า เดิมครอบครัวทำสวนมะนาวอยู่แล้ว และประสบปัญหาราคามะนาวตกต่ำ จึงต้องหาวิธีเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเลมอน มี ฟาร์ม ส่วนตัวเขาเองได้เข้ามารับช่วงดูแลกิจการต่อจากครอบครัวในฐานะคนรุ่นที่ 2 จากเดิมที่ธุรกิจเน้นเฉพาะมะนาว ก็ได้เพิ่มเลมอนเข้ามาเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
ในด้านผลกระทบจากราคาน้ำมัน คุณฉัตรชัยมองว่าส่งผลต่อภาคการเกษตรค่อนข้างมาก เพราะต้นทุนด้านน้ำมันเป็นสัดส่วนสำคัญของการทำเกษตร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทมีการทำสัญญากับซัพพลายเออร์ไว้ล่วงหน้า จึงยังไม่มีการปรับราคาในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจจึงต้องค่อย ๆ ปรับตัวไปตามสถานการณ์ แต่ภาพรวมยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง และยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
ในส่วนของการทำงานกับเกษตรกร คุณฉัตรชัย เล่าว่า หากจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมะนาวหรือเลมอน ก็จำเป็นต้องช่วยหาตลาดรองรับไปพร้อมกัน เพราะหากมีการส่งเสริมให้ปลูกจำนวนมาก แต่ไม่มีตลาดรองรับ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาดตามมาในภายหลัง
ปัจจุบัน เลมอน มี ฟาร์ม ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐค่อนข้างมาก เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชทางเลือกอย่างมะนาวและเลมอน โดยในปีที่ผ่านมา ได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรกว่า 150 ราย และแจกจ่ายต้นมะนาวและต้นเลมอนให้รายละ 15 ต้น พร้อมรับซื้อผลผลิตกลับคืน ทำให้เกษตรกรแต่ละรายมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 2,000–3,000 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้ ในส่วนของศูนย์เรียนรู้ ยังเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งนักเรียนแลกเปลี่ยนจากหลายประเทศ รวมถึงเกษตรกรที่สนใจการปลูกมะนาวและเลมอนเข้ามาศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้ของบริษัท เนื่องจากที่นี่มีการพัฒนาสายพันธุ์มะนาวและเลมอนของตนเองด้วย
โทร. 08-4767-9699


