xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) จากโฮมเมดหลังบ้านสู่การมีโรงงานผลิตเองภายใน 3 ปี! เทมเป้กรอบ “GoCrave”สแน็คที่ดีต่อร่างกาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ก็ปัจจุบันเนี่ยก็จะผลิตอยู่สักประมาณ 5 หมื่นถึงแสนถุงต่อเดือน ตอนนี้ก็คือเป็นระดับที่จะขยับไป ใช่ครับ เป็นโรงงาน จากเริ่มแรกเลยเราเป็นโฮมเมดก็หลักวันละ 10 ถุง วันละ 100 ถุง อย่างเงี้ยครับ ก็คือค่อย ๆ โต ตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบันก็ปี 2569”

เทมเป้สดที่ได้ หลังจากที่ผ่านกระบวนการหมักแล้วก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตเทมเป้กรอบต่อไป
“เทมเป้” ดีแต่จะทำยังไงให้มันกินง่าย? โจทย์คิดเริ่มต้นสำหรับการทำธุรกิจของอดีตมนุษย์เงินเดือนอีกหนึ่งคน “คุณบิล-ณัฐพัฒน์ ธีรศรัณย์” เจ้าของแบรนด์ “GoCrave”ขนมเทมเป้กรอบ ที่เราบังเอิญไปได้ยินเสียงลือเสียงเล่าถึงธุรกิจนี้ว่าเป็นดาวรุ่งที่น่าสนใจมาก ๆ กำลังเติบโตอย่างเงียบ ๆ สวนกระแสกับหลายธุรกิจหรืออาชีพค้าขายส่วนใหญ่ซึ่งมีแต่คนบ่นว่า“เศรษฐกิจไม่ดีเลย!”แต่ทำไมกลับได้ยินข่าวดีมาจากแบรนด์ ๆ นี้ได้ล่ะ?!!! “ก็คือการเติบโตของตัวตลาดเทมเป้เนี่ย ก็คือเป็นการเติบโตที่ต่อเนื่อง ไม่ได้หวือหวานะครับ เติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องขึ้นมาใช่ ซึ่งเราก็ดูสอดคล้องไปกับสถาพเศรษฐกิจด้วย แต่ว่าก็ต้องยอมรับว่า สินค้าตัวนี้ ก็คือสามารถที่จะอยู่รอดในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง ตรงนี้ก็เราก็อาจจะเกิดจาก การที่เรามีความตั้งใจและเราก็มีการตั้งราคาที่สมเหตุสมผลครับ ให้มันสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจทุกวันนี้ครับ” อันดับแรกเลยคือ เทรนด์ ของโปรตีนพืชเนี่ยหรือว่าการเขาเรียกว่า Plant-based Diet การกินโปรตีนจากพืช เพื่อลดเรื่องของที่จะมี “สารก่อมะเร็ง” ภายในร่างกายตรงนี้มันก็เป็น เทรนด์ ที่เป็น Mega Trend และก็มาสักพักแล้ว ซึ่งเราก็มองว่าตัวสินค้าตัวนี้ หนึ่งคือมันมีประโยชน์ทางด้าน “โปรตีน” และก็เป็นจากพืชด้วย เราก็คิดว่ามันก็อยู่ในกระแสที่ดี

หลังจากทอดเสร็จจะนำมาอบเพื่อรีดเอาน้ำมันออก ก่อนนำไปคลุกปรุงรสต่าง ๆ  ตามสูตรเฉพาะของเทมเป้กรอบ GoCrave
เป็นคนชอบกินขนม เพราะกินแล้วรู้สึก “ดีต่อใจ”
กับถ้าเราลองไปศึกษา Tempeh จริง ๆ เนี่ย เทมเป้จะโด่งดังในกลุ่มคน “มังสวิรัติ” เพราะอะไร? เพราะว่ากลุ่มคนมังสวิรัติจะกินแต่ผัก แล้วพอเขากินแต่ผักเนี่ยเขาก็จะขาดโปรตีน เขาก็ต้องมาเอาโปรตีนจาก “ถั่ว” ซึ่งโปรตีนจากถั่วก็ดีอย่างหนึ่ง แต่ถั่วอะไร? ที่มีวิตามินบี 12 ที่เนื้อสัตว์สามารถหาให้ได้ ก็คือเป็นถั่วที่หมัก “เชื้อรา” Rhizopus แล้วได้ออกมาเป็น เทมเป้ชนิดนี้ ตัวนี้“เนี่ยก็คือว่า เรามองว่าเอ๊ยมันน่าสนใจมากเลย สินค้าตัวนี้ หนึ่งคือ Superfood แล้วยังมี สารอาหาร ที่สำคัญกับร่างกาย ก็เลยทำให้คิดว่าตัวนี้แหละ เราจะต้องทำให้ได้ ทำยังไงให้สินค้าตัวนี้มันทานง่าย แล้วมันเข้าถึงทุกเพศทุกวัยและสามารถไปหยิบจับทานได้ระหว่างวัน หรือระหว่างทาง”คือต้องบอกว่าส่วนหนึ่ง มันก็เริ่มจากตัวตนผมเหมือนกัน คือผมเนี่ยเป็นคนที่ชอบทานขนม ในช่วงเวลาที่เราทำงานแล้วสมองล้าอะไรเงี้ย ตอนที่เรายังอายุน้อยเราก็ทานขนมโดยเลือกแค่ขนมที่อร่อย ใช่ และก็ดีต่อใจเท่านั้น เราก็กินเราก็กินไป เราก็สามารถทำงานและก็ไปต่อได้“แต่ว่าพอเราทำงานไป อายุมากขึ้น(อายุเข้าเลข3) ตรงนี้เรื่องของการเผาผลาญ เรื่องของสุขภาพ มันก็เริ่มกลับมาที่ไม่ดี! อย่างเงี้ยเราก็เลย อยากที่จะหาสินค้าอะไรที่มันสามารถที่จะตอบโจทย์ ได้ทั้งสุขภาพ ทั้งดีต่อใจ และก็ดีต่อร่างกาย อย่างเงี้ยครับ”


เปลี่ยนซูเปอร์ฟู้ดที่กินยาก! สู่ “Snack” กินง่ายและดีต่อร่างกาย
ตัวเทมเป้เนี่ยต้องบอกว่า มันเริ่มต้นจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเขาก็จะเอาพวกถั่วเหลืองที่เขามีเหลือ มาทำกับหัวเชื้อแล้วมันก็จะได้เป็น เชื้อราชนิดดี เนี่ยครับมันจะมีส่วนช่วยเกี่ยวกับระบบขับถ่าย สร้างพวก “พรีไบโอติกส์” แต่ว่าตรงนั้นจากที่เราได้ลองชิมแล้วเนี่ย ก็มันจะมี “กลิ่น” เฉพาะตัวของเขา ซึ่งตรงนี้พอเราได้ลองกินเราก็รู้สึกว่ามัน ค่อนข้างทานยาก และก็จะต้องมีความตั้งใจในการที่จะทานเพื่อสุขภาพจริง ๆ“จากที่เราได้ศึกษาตลาดในประเทศนะครับ ในประเทศไทยเนี่ย ก็ไปศึกษาตามที่เป็น Healthy Shop ต่าง ๆ ที่เป็นชั้นนำ ก็ส่วนใหญ่จะเป็นเทมเป้ที่จะเป็น เทมเป้พรีซดราย เทมเป้ที่อบ ซึ่งพอเราได้ชิมได้ทาน เรารู้สึกว่า อุ๊ย! มันสุขภาพแต่ว่าเรา ทานครั้งหนึ่งก็รู้สึกว่าเราไม่ไปต่อ! เพราะว่ามัน หนึ่งก็คือมันค่อนข้างที่จะแห้ง แล้วก็มันไม่สามารถที่จะทานได้ต่อเนื่อง ต้องเอาไปผสมกับอาหารอย่างอื่น ๆ”เทมเป้เนี่ยถ้าเกิดเปรียบเทียบกับสินค้าที่มีในตลาด ก็จะเป็นสินค้าตัว “ถั่วนัตโตะ” ของญี่ปุ่น ที่เวลาเราทานแล้วก็จะมีเป็น “มีกลิ่น” มีอะไรพวกนี้ แต่ว่าเรื่องของสุขภาพก็จะดีมาก ๆ ตรงนี้ผมก็เลยคิดค้นหาวิธีว่าจะทำยังไง ให้เทมเป้เนี่ยที่เป็นสินค้าที่ของดีแล้วทานง่ายด้วย เป็นโจทย์ที่เราก็รู้สึกท้าทาย แต่เราก็อยากทำ “เราก็เลยไปคิดค้นร่วมกับ ‘พี่สาว’ ที่เขาก็เป็นทางฝั่ง R&D และก็คิดค้นตรงนี้มา ประมาณสัก 6 เดือน แล้วก็ได้เป็นสูตรเทมเป้ของ GoCrave ที่ออกมาจำหน่ายทุกวันนี้


“จุดเด่นของสินค้า เทมเป้กรอบ GoCrave นะครับข้อแรกเลย ก็จะเป็นเรื่องของ คุณค่าสารอาหาร ก็คือเราจะมีโปรตีนจากถั่วเหลือง อันนี้ก็คือว่าเป็นถั่วเหลือง 100% ที่นำมาทำเป็นวัตถุดิบหลัก แล้วก็มีไฟเบอร์ มีพวกกรดอะมิโนจำเป็นต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ และที่สำคัญก็คือเรื่องของพรีไบโอติกส์ ซึ่งเขาจะเรียกว่าเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในกระเพาะ ตรงนี้ก็จะช่วยให้ระบบขับถ่ายของคนที่ออกกำลังกายน้อย หรือขยับตัวน้อย โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศเนี่ยก็คือจะช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น อย่างเงี้ยครับ” เรื่องที่สองก็เป็นเรื่อง “รสชาติ” ต้องบอกว่าจากที่เราลองทดสอบและชิม และมีการรีวิวจากลูกค้าประจำของเรา เราก็ได้รับการตอบรับว่า สินค้าของเรามันทานง่าย มันกรอบ และก็สามารถทานได้ ผู้ใหญ่ก็ทานได้ เด็กก็ทานได้ ไม่แข็งเกินไปไม่นิ่มเกินไป และก็ “กลิ่น” ก็ไม่มีกลิ่นเฉพาะตัวที่เป็นกังวล ของคนที่เคยได้ทานเทมเป้สดมาก่อน ปัจจุบันจะมีทั้งหมด 7 รสชาติ“ตั้งแต่แรกเริ่มเลยก็คือประมาณ 2 ปีที่แล้วที่เริ่มทำเนี่ย ก็คือมีความตั้งใจว่าอยากให้ขนมตัวนี้ เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยทุกกลุ่ม เราก็เลยศึกษาแล้วก็ตั้ง ‘ราคา’ ที่จับต้องได้ เพราะว่าถ้าก่อนหน้านี้เทียบกับราคาตลาด ที่เป็นขนมโปรตีนจากพืชเนี่ย ทุกคนก็จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาค่อนข้างสูง ทำไมขนมโปรตีนพืชถึงราคาสูง? ก็ตรงนี้ เราก็คิดว่าหนึ่งคือ เราเป็นคนไทย เราใช้วัตถุดิบที่เป็นของคนไทย แล้วเราผลิตออกมาเราก็ดูต้นทุนว่าเรายังทำได้ เราก็ทำ และก็ตั้งราคาที่สมเหตุสมผลครับประมาณนี้ ก็เลยตั้งใจว่าเราก็ทำในแนวทางนี้ต่อไป”


เปิดตัวจำหน่ายทางออนไลน์ ยังไงให้สินค้าเราเป็น “ไวรัล”?!!!
คือกลยุทธ์แรกเลยคือ 1. สินค้าต้องดี คุณต้องมาตรฐาน อันนี้เป็นสิ่งที่ GoCrave ให้ความสำคัญกับตรงนี้มาก เพราะว่าถ้าเกิดสินค้าไม่มาตรฐาน ถุงแรกกับถุงที่ 100 คุณภาพไม่เหมือนกันก็ทำให้ ลูกค้าก็ขาดความเชื่อมั่น แล้วเขาก็จะไม่กลับมาซื้อซ้ำอันนี้ก็เป็นสิ่งแรกที่เราให้ความสำคัญ สิ่งที่ 2 ก็คือเราก็จะมีทำเรื่องของออนไลน์คอนเทนต์ “ที่เราก็จะให้ความรู้หรือ educate ให้กับลูกค้าว่า เทมเป้คืออะไร? เทมเป้ดีอย่างไร ทำไมถึงควรเลือกเทมเป้ แทนขนมขบเคี้ยวอื่น ๆ อะไรอย่างเงี้ยครับ”ก็จะมีทำตรงนี้ หลังจากนั้นก็จะมีเรื่องของการร่วมงานกับ KOL อินฟลูเอนเซอร์ เราก็ร่วมงานกับเขา มีการพรีเซ้นต์ในเรื่องของ ครั้งแรกที่ได้กินเทมเป้ เป็นยังไง อะไรอย่างเงี้ยครับก็จะมีการชิม การกิน และก็มี “ความประทับใจ” จากที่ได้ชิมว่า เอ๊ย! ตอนแรกเทมเป้มันกินยากมากเลยนะ กลิ่นมันก็แรงนะ เราจะกินได้ไหม? อะไรอย่างเงี้ย พอกินปุ๊บ เคี้ยว แล้วก็บอก อื๊ออร่อย! อะไรอย่างเงี้ย ทานง่าย มันก็เหมือนขนมขบเคี้ยวเลย(เหมือนเลย์เลย) อะไรอย่างเงี้ย เขาก็เริ่มที่จะทำกันมากขึ้น

พอทำตรงนี้ กลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักสินค้านี้มาก่อน เขาเห็น เขาก็เปิดใจแล้วก็ลองสั่งซื้อมาชิมบ้าง อย่างเงี้ยครับก็เริ่มเป็นอย่างนี้ไป “แล้วก็เริ่มเป็นกระแส เป็นไวรัล อย่างเงี้ยครับ แล้วก็มีการบอกต่อกัน แล้วหลังจากนั้น ก็มีทั้งลูกค้าเองเนี่ยที่เขาก็เอาสินค้าเราไปรีวิวเพิ่ม” ก็จะเป็นอย่างเงี้ย ก็จะเป็น Cycle ของจากเดิมเป็นคนที่ไม่รู้จักเทมเป้ ได้มาเห็นคลิป เป็นลูกค้า เป็นลูกค้าเสร็จ อร่อย มีการบอกต่อเพื่อนฝูง มีการบอกต่อวงสังคมในออนไลน์ อย่างเงี้ยครับ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, IG, TikTok มันก็เลยเป็นกระแสออกไป


จากโฮมเมดหลังบ้าน สู่การมี “โรงงานผลิต” ของตัวเอง
แผนการตลาดและการเติบโตธุรกิจ คือ ในปีนี้เราก็หนึ่งเลยเราก็ขยายกำลังการผลิต แล้วสองก็คือว่า เรายกระดับ “มาตรฐานการผลิต” ให้เป็นสากล และก็สามเราก็จะขยับไปสู่ตลาดกลุ่ม “โมเดิร์นเทรด” หรือว่าพวกซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ“ก็ภายในปีนี้เราก็คิดว่าจะเอาไปวางจัดจำหน่ายบนเชลท์ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่าง ๆ อย่างเงี้ยครับ ในส่วนของร้านสะดวกซื้อหรือ convenience store สิ่งนี้ก็อยู่ในแผนที่เราจะทำด้วย แต่คิดว่าจะใช้คอนเซ็ปต์ ‘ป่าล้อมเมือง’ อย่างเงี้ยครับ ใช่ ก็ติดต่อที่เป็น health retail shop ร้านที่เป็นโฟกัสเรื่องของคนที่เขารักสุขภาพเดินเข้าไป อะไรอย่างเงี้ยเราก็จะโฟกัสตรงนั้นก่อน หลังจากนั้นก็จะค่อย ๆ เข้าพวกซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำเพิ่มมากขึ้น และก็สุดท้ายก็ไปตรงคอนวีเนียนสโตร์ถ้าสมมติผลตอบรับก็คือดีจริง ๆ”

ในการผลิต ก็คือถ้าเป็นทางโรงงานเนี่ย เราก็จะมีแผนผลิตเป็นรายเดือนอยู่แล้ว ว่าเดือนนึงเราจะผลิตกี่ถุง ผลิตรสชาติไหน & จำนวนเท่าไร ส่วนฝั่งตลาด เราก็จะบริหารก็คือว่าทางออนไลน์เนี่ย ทางช่องทางแต่ละช่องทางจะได้จำนวน Volume เท่าไร อย่างเงี้ยครับ“ก็คือถ้าสัดส่วนตลาดเนี่ย ก็ 100% ก็จะมีเป็นผู้บริโภคประมาณสัก 80-90% แล้วก็จะมีร้าน ที่เป็นร้านซื้อของฝาก เขาก็จะติดต่อแล้วก็ซื้อไป ไปวางขายก็มีครับ” ก็คือต้องบอกว่าในปัจจุบันก็คือทางฝั่ง “ออฟไลน์” ก็มีการไปวางจำหน่าย แต่ว่าจะไม่ได้เป็นทางตัว “แบรนด์” ไปติดต่อเอง เขาติดต่อเข้ามา แล้วก็ไปวางจำหน่ายอย่างเงี้ยครับ


เพิ่มช่องทางการขายใหม่ ประเดิมใน Healthy Shop ด้วย
ภายในปีนี้จะเป็นการโฟกัสที่จะไปวางจำหน่ายทาง healthy retail shop เป็นหลักก่อนครับ และก็ค่อยดูผลตอบรับจากการที่ไปวาง“ก็คือเพื่อขยายตลาดของกลุ่มผู้บริโภค ที่บางกลุ่ม เขาอาจจะสะดวกที่จะซื้อออนไลน์ บางกลุ่มเขาสะดวกที่จะซื้อออฟไลน์ อย่างเงี้ยครับ ก็เลยอยากที่จะเข้าไปแตะตรงตลาดตรงนี้เพิ่มมากขึ้น” คิดว่าเป็น “โอกาส” ทั้งสองทางเลย คือออนไลน์ก็เป็นช่องทางที่เราสามารถขายตรงกับลูกค้าได้ครับ ส่วนออฟไลน์เนี่ยคือเป็นการที่เราก็มี “หน้าร้าน” บางทีลูกค้าเขาอาจจะ มาเดินซื้อสินค้าตัวหนึ่งเขามาเห็นสินค้าตัวนี้ เขาอาจจะมีการลอง มีการชิมแบบนี้ มันก็เป็นโอกาสซึ่งตรงนี้ก็คือคิดว่า สามารถที่จะขยายคู่ขนานกันไปได้

ปัจจุบันมีทั้งหมด 7 รสชาติ ในขนาดบรรจุ 43 กรัม ราคาปลีก 40 บาทต่อถุง
เดินหน้าให้ความรู้(สร้างความเข้าใจ) ควบคู่ไปกับ “การเติบโต” อย่างมั่นคง
คุณบิล-ณัฐพัฒน์ ธีรศรัณย์ เจ้าของแบรนด์ “GoCrave” ขนมเทมเป้กรอบ ยังบอกด้วย คือต้องบอกว่ากระบวนการ “การผลิต” ตัวเทมเป้กรอบ จะมีความซับซ้อนและก็ยุ่งยาก อย่างถ้าผลิตวันนี้ ก็จะใช้เวลาถึง 5 วันกว่าที่จะเป็นสินค้าที่จะพร้อมขาย อย่างเงี้ย ซึ่งตรงนี้คือก็เป็นอุปสรรคที่เป็นข้อแรก ๆ ของการที่จะทำยังไง? ให้รักษาคุณภาพให้ทุกถุง มีมาตรฐานเท่ากัน ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เราก็พยายามควบคุมและตั้งมั่นว่าต้องทำให้ได้ ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา“คือมันมีข้อจำกัดทั้ง เรื่องของอุณหภูมิ ความชื้น เรื่องของขั้นตอนในการทำ ความละเอียดต่าง ๆ อะไรเงี้ยความสะอาด สุขอนามัย คือทุก ๆ อย่างมันมีผลกับตัวสินค้าตัวชิ้น‘เทมเป้’ ทั้งหมดเลย”



อุปสรรคภายนอก คือต้องบอกว่า เทมเป้ คือจะเป็นที่รู้จักในวงจำกัดแล้วกัน ของคนไทย เฉพาะกลุ่มใช่บางทีเวลาเราไปพูดว่า
เทมเป้ เทมเป้ เขาก็จะถามว่ามันคืออะไร มันคืออะไร อย่างเงี้ย“ซึ่งตรงนี้เราก็ต้องมีการ อธิบาย ให้คำแนะนำหรือว่าบอกเขาว่า เทมเป้คือออะไร อะไรอย่างเงี้ยและก็ เป็นการ educate ลูกค้าไปในตัวด้วย อย่างเงี้ยครับ เพราะว่าตลาดยังค่อนข้างใหม่ ยังค่อนข้างเป็นที่รู้จักในวงจำกัดเท่านั้น” คือเราก็คิดว่าเรามีความตั้งใจว่า อยากที่จะทำให้เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง มีสินค้าหลากหลาย สามารถตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้ ก็เริ่มจากตลาดในไทยก่อน แล้วในอนาคตก็มีความหวังว่า จะส่งออกสินค้าของคนไทย ไปต่างประเทศด้วย

จากโฮมเมดหลังบ้านสู่การมีโรงงานผลิตเองภายใน 3 ปี! เทมเป้กรอบ “GoCrave”สแน็คที่ดีต่อร่างกาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GoCrave ทุกช่องทางในโซเชียลมีเดีย หรือแอดไลน์ที่ @gocrave