xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) เปิดอาชีพ “เลี้ยงตะขาบขาย” ยึดเป็นอาชีพหลักส่งออกไทย-ตปท. รายได้พีคสุด 30 กิโลฯ ยอดขายหลักแสนบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดเส้นทางอาชีพสุดท้าทายกับอาชีพ “เพาะเลี้ยงตะขาบขาย” ที่น้อยคนนักจะหันมาเอาดีด้านนี้เพราะเป็นสัตว์มีพิษและหลายคนไม่คิดว่าจะสามารถสร้างเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้ตัวเองได้แต่ คุณแต๋ว สัมฤทธิ์ ประตังพาโล เจ้าของธุรกิจเพาะเลี้ยงตะขาบและแมงป่องขายพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตะขาบสามารถสร้างยอดขายให้เธอได้ถึงหลักแสนบาท


สัมฤทธิ์ ประตังพาโล หรือ แต๋ว เจ้าของธุรกิจเพาะเลี้ยงและรับซื้อตะขาบขาย เล่าว่า เดิมทีเธอทำอาชีพผลิตเสื้อผ้าในกรุงเทพมหานครเปิดยิมสอนมวยไทย แต่พอโควิด-19 ระบาดจำเป็นต้องกลับบ้านเกิดมาดูแลคุณแม่ที่จังหวัดมหาสารคามและต้องคิดหาอาชีพที่ไม่ต้องเดินทางสามารถทำที่บ้านได้ เริ่มแรกเพาะจิ้งหรีดขายในโรงเรือน 20 บ่อ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากอาหารที่จิ้งหรีดกินมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูงแต่ราคาขายยังเท่าเดิม รวมถึงพ่อค้าคนกลางกดราคาลงทำให้ไม่สามารถเลี้ยงจิ้งหรีดต่อได้


ต่อมาเริ่มเลี้ยงแมงป่องช้างและสามารถขายได้ดีกว่าจิ้งหรีด พอเลี้ยงไปได้ไม่นานคุณแต๋วก็อยากเพิ่มไลน์สินค้าจึงไปสำรวจตามแผงขายแมลงทอดว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ทำให้รู้ว่าแมงป่องและตะขาบมีราคาที่สูง ทำให้เธอตัดสินใจเลี้ยงตะขาบเพิ่ม ปัจจุบันเพาะและรับซื้อมาขายได้ประมาณ 5 ปี โดยรับซื้อพ่อแม่พันธุ์จากชาวบ้าน จับเองตามบ้านและป่าใกล้เคียง โดยครั้งแรกที่นำมาเพาะพันธุ์ต่อประมาณ 300 ตัว ขนาดตั้งแต่ 4-9 นิ้ว


การเพาะเลี้ยงสัตว์มีพิษอย่างแมงป่องและตะขาบนั้นคุณแต๋วเธอบอกว่าจำเป็นต้องป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้โดนกัด โดยเธอเองก็มีอุปกรณ์ป้องกันอย่างดี เวลาจะจับก็ใช้อุปกรณ์สำหรับคีบหรือจับ และต้องมีสติตลอดเวลาในการจับ ปัจจุบันคุณแต๋วเลี้ยงเพียงสองอย่างเท่านั้นคือแมงป่องและตะขาบ และกลายเป็นอาชีพและรายได้หลักให้เธอ

นอกจากนี้ในพื้นที่ยังไม่มีใครที่ทำอาชีพเพาะเลี้ยงตะขาบและแมงป่อง โดยเธอเป็นรายเดียวที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้ สำหรับความพิเศษของอาชีพเลี้ยงตะขาบนั้นคุณแต๋วให้ข้อมูลว่าไม่มีคู่แข่งในตลาดและสามารถตั้งราคาได้เอง ทำให้กลายเป็นอาชีพที่ไม่ต้องแข่งขันกับใครหรือต้องต่อสู้ราคาในตลาดนั่นเอง


ทั้งนี้การเพาะเลี้ยงตะขาบนั้นจะถูกเพาะเลี้ยงแบบแยก โดยแยกใส่ขวดพลาสติกเจาะรูขวดละ 1 ตัว ใส่กล่องๆ ละ 1 ตัว เพราะตะขาบไม่สามารถเลี้ยงรวมกันได้ ซึ่งจะเลี้ยงในโรงเรือนเดิมจากการเลี้ยงจิ้งหรีด และสร้างสภาพอากาศในโรงเรือนให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่ร้อนและชื้นจนเกินไป โดยคุณแต๋วจะให้ปลวกและจิ้งหรีดเป็นอาหารซึ่งตะขาบจะกินไม่เยอะ สามารถให้อาหารได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

คุณแต๋ว เธอเล่าให้ฟังอีกว่าสต็อคสินค้าได้มากที่สุดคือตะขาบแช่แข็งประมาณ 40-50 กิโลกรัม ส่วนตะขาบที่ยังมีชีวิตเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ประมาณ 400-500 ตัว แต่ในปัจจุบัน (เดือนกุมภาพันธ์ 2569) ถูกขายแล้ว เตรียมเพาะเลี้ยงใหม่เพื่อที่จะได้ผลผลิตในช่วงฤดูฝน ซึ่งในช่วงที่ตะขาบขาดแคลนก็จะขายแมงป่องแทน หมุนเวียนเพื่อให้รายได้มีอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ตะขาบมีตั้งแต่ขนาด 4-9 นิ้ว และสามารถขายได้ทุกขนาดเพราะตลาดที่รับซื้อมีหลากหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มที่นำไปเป็นอาหารสัตว์หรือเหยื่อตกปลา กลุ่มที่นำไปสตาฟ กลุ่มที่นำไปทำยาโดยแพทย์แผนจีนและกลุ่มที่นำไปทอดขาย

สำหรับข้อดีของการเลี้ยงตะขาบขาย คือ เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ส่งผลให้เพาะเลี้ยงไม่ทันความต้องการของกลุ่มลูกค้า ส่วนข้อเสียคือการเติบโตที่ค่อนข้างช้า ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยตะขาบจะมีอายุขัยเต็มที่อยู่ประมาณ 3-5 ปี ปัจจุบันสายพันธุ์ที่ทางร้านเลี้ยงคือตะขาบขาเหลืองปลายขาดำ และลายเสือ ทั้งนี้คุณแต๋วบอกว่ารับซื้อตะขาบจากทั่วประเทศ โดยรับซื้อกิโลกรัมละ 800 บาท คละไซส์

นอกจากจะขายภายในประเทศแล้วทางร้านยังมีส่งออกไปหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์และมาเลเซีย โดยผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งการส่งออกตะขาบสามารถสร้างรายได้ให้เจ้าของร้านได้หลักหมื่นบาท ส่วนในประเทศไทยเคยขายกิโลกรัมละ 3,500 บาท และเคยขายได้สูงสุด 30 กิโลกรัม สร้างยอดขายได้ถึงหลักแสนบาท ทั้งนี้ในด้านการลงทุนในตอนเริ่มต้นเลี้ยงตะขาบทั้งหมด 300 ตัว ลงทุนไปประมาณ 20,000-30,000 บาท


คุณแต๋ว แนะนำถึงผู้ประกอบการที่ต้องการเพาะเลี้ยงตะขาบแบบเธอว่าให้ลองจากจำนวนน้อยก่อนและศึกษาหาความรู้อย่างชัดเจน เนื่องจากตะขาบและแมงป่องเป็นสัตว์มีพิษ ห้ามประมาทและต้องมีสติตลอดเวลา ซึ่งต้องศึกษาตลาดที่ต้องการและทดลองจากน้อยไปมาก เมื่อจับจุดได้ก็จะสามารถเพิ่มจำนวนได้

นอกจากนี้ในประเทศไทยนอกจากส่งขายให้โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนเพื่อทำยา ก็จะมีตลาดที่นำไปทอดหรือย่างขายตามสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติให้ความสนใจ ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ถนนข้าวสารที่มักจะเห็นแมลงมีพิษอย่างแมงป่องและตะขาบย่างเสียบไม้ขาย โดยมีราคาสูงหลักร้อยต่อไม้


ในอนาคตคุณแต๋วมองว่าจะขยายไลน์สินค้าเพิ่ม เช่น ตัวบึ้ง แต่ยังคงอยู่ในขั้นตอนศึกษาเนื่องจากบึ้งมีจำนวนน้อยมากในประเทศไทย ซึ่งในตอนนี้จะยังคงเพาะเลี้ยงตะขาบและแมงป่องให้ได้จำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มลูกค้า

ทั้งนี้อาชีพเพาะเลี้ยงตะขาบหลายคนอาจจะมองเป็นไปได้ค่อนข้างยาก โดยในช่วงแรกคุณแต๋วบอกว่าชาวบ้านก็มองเธอว่าเป็นคนบ้าที่มาเพาะเลี้ยงตะขาบขาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณแต๋วพิสูจน์ให้ได้เห็นแล้วว่าการเพาะเลี้ยงตะขาบขายสามารถสร้างรายได้ให้เธอได้จริงและทะลุถึงหลักแสนมาแล้ว ทำให้ในปัจจุบันสามารถกระจายรายได้ให้ชาวบ้านหลายหมู่บ้านในชุมชนสำหรับการรับซื้อตะขาบที่ชาวบ้านไปจับมาขายให้ได้


อย่างไรก็ตามคุณแต๋วมองว่าตลาดการรับซื้อตะขาบยังเติบโตได้อีกไกล ซึ่งมองว่าคนรุ่นใหม่ที่สนใจอยากให้ลองเข้ามาศึกษาตลาดเพาะเลี้ยงตะขาบขาย เพราะสามารถสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี รวมถึงต้องการให้หน่วยงานเข้ามาดูแลและพัฒนาต่อยอดอาชีพนี้ให้เติบโตในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

ติดต่อเพิ่มเติม
Facebook :
ดอกไม้ ใส่นวม




* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *


กำลังโหลดความคิดเห็น