xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) Pastry Land “เบเกอรี่ตลาดนัด”อาชีพเสริมสู่อาชีพหลัก เคยขายสูงวันละ 50,000 บาท ปลดหนี้หลักล้านใน 2 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลายคนเผชิญกับปัญหาเงินเดือนไม่พอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จากค่าครองชีพที่สูง จนต้องหารายได้เพิ่ม เช่น เดียวกับ “นางสาวศิริอร อุตตะ” (นุ่น) เจ้าของ Pastry Land เพสทรีแลนด์ อดีตพนักงานบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่ง แต่รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตลอด ทำให้เธอต้องตัดสินใจหารายได้เสริมเพิ่มเติมระหว่างทำงาน





ถ่ายทอดประสบการณ์ ขายเบเกอรี่ตลาดนัด


ศิริอร (นุ่น) เล่าว่า ในช่วงทำงานประจำ เธอเองมีหนี้สิน เงินเดือนเริ่มไม่พอกับค่าใช้จ่าย มองหาอาชีพเสริม และด้วยความตอนสมัยเด็ก ก็ได้มีโอกาสตามแม่ไปทำงาน โดยแม่ทำที่โรงงานผลิตเบเกอรี่แห่งหนึ่ง ทำให้เราได้สูตรการทำบราวนี่ มาจากแม่ และมาลองทำขายที่ตลาดนัด ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ พอจะมีรายได้เสริมขึ้นมาแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย

หลังจากทำบราวนี่ เริ่มทำเค้ก และ เบเกอรี่อื่นๆ เพิ่มขึ้นมาขายตลาดนัดช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ยอดขายเริ่มดีขึ้นเรื่อย จนแฟนตกงานก็เลยให้แฟนเช่าตึก ลงทุนทำร้าน แต่ปรากฏว่า ไม่ประสบความสำเร็จ ตอนนั้น มีหนี้สิน เพิ่มขึ้นมา เพราะค่าใช้จ่ายเช่าตึกมันสูง และเราขายขนมชิ้นละไม่แพง เริ่มต้นแค่ 10 บาท กำไรไม่เยอะ สุดท้ายเช่าได้แค่ 6 เดือนก็ต้องเลิก





หลังจากนั้น ปักหลักชวนแฟนมาขายตลาดนัดด้วยกัน ที่ตลาดนัดมหาวิทยาลัยราชมงคลคลอง 6 ตนเองเรียนจบจากที่นี่ ก็เลยมาขายที่นี่ ได้รับการตอบรับดีมากจากนักศึกษา เพราะเราขายไม่แพง แต่คุณภาพดี รสชาติดี น้องนักศึกษาเอาไปรีวิว บ้าง และมีสื่ออื่นๆ นำเรื่องราวของเราไปลง ยอดขายดีมากในช่วงนั้น

ทั้งนี้ เราเริ่มมองว่าขนมเราก็น่าตาดี น่าจะขายบนห้างได้ก็เลยลองเช่าพื้นที่ขายบนห้างสรรพสินค้า ปรากฎว่า ไปไม่รอด เพราะสู้ค่าเช่าไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องเลิกไป พอดี ช่วงนั้น ลาออกจากงานมาแล้ว ทำให้เราเป็นหนี้เพิ่ม แต่โชคดี ที่มีช่องทางขายตลาดนัดมหาวิทยาลัยฯ ทำให้ยังพอจะมีรายได้ และต่อมาเริ่มมองหางานอีเวนต์ และได้มาลองขายงานอีเวนต์ผลตอบรับงานอีเวนต์หลายๆ แห่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดี ยอดขายวันละหลักหมื่นบาทไปจนถึงหลายหมื่น เราก็เลยเริ่มปลดหนี้ได้

และนอกจากตลาดนัดมหาวิทยาลัยฯ แล้ว ยังได้ขายที่ตลาดเซฟวันโก ด้วย ปัจจุบันยึดช่องทางการขาย ออกร้านงานอีเวนต์ต่างๆ และ ตลาดนัด 2 แห่งตามที่กล่าวมาข้างต้น ยอดขายก็ถือว่าดีมาก สามารถปลดหนี้ เกือบ 2 ล้าน ได้ภายในระยะเวลาประมาณ 2 ปี ปัจจุบันขายเบเกอรี่มาได้ประมาณ 2-3 ปี แล้ว


เริ่มจากอาชีพเสริมหาเงินใช้หนี้
กลายเป็นอาชีพหลัก

ศิริอร เล่าว่า หลังจากเริ่มคิดว่าจะทำขนมขาย เริ่มต้นจากเล็กเลย คือ ไปเอาอุปกรณ์การทำขนมของแม่ มา ซึ่งแม่เสียชีวิตไปแล้ว และได้สูตรที่แม่เคยสอน และมาลงมือทำ และออกไปขายเลย คิดแค่ว่า จะทำของอร่อยราคาไม่แพง ไม่รู้ว่าจะขายได้ไหม ในช่วงแรกมันก็อาจจะยังไม่คอยดี เพราะเราไม่มีประสบการณ์ในการทำขนมเคย ขายได้หลักร้อยบาท ตอนนั้นขายได้ก็ดีใจแล้ว และก็ค่อยกลับมาฝึกฝนฝีมือไปเรื่อย แบบลองผิดลองถูก จนถูกใจลูกค้าจากยอดขายหลักร้อยเริ่มเป็นหลักพันบาท สำหรับรายได้เสริมในช่วงนั้น ก็ถือว่าดีมากสำหรับตัวเอง

แต่พอหลายคนได้ชิมและชื่นชอบ ก็เกิดการบอกต่อ ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นครั้งละหลักพันบาท จนถึงหลายพันบาท ครั้งนี้ คิดว่า ถ้าขายได้เยอะขนาดนี้ มันสามารถเป็นอาชีพหลักของเราได้เลย เพราะเป็นรายได้ที่มากกว่าพอที่เราจะไม่ต้องพึ่งพางานประจำได้ และ พอขายได้เยอะขึ้น เวลาในทำขนมต้องใช้มากขึ้น เริ่มไปเบียดเวลาทำงาน ก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มามุ่งทำขนมอย่างเต็มตัว


ขายที่ไหน ในยุคนี้ ถึงจะประสบความสำเร็จ

ศิริอร “คุณนุน” เล่าว่า หลังจากยอดขายตลาดนัดเริ่มดีขึ้นเรื่อย เราก็ได้เริ่มจะขยายตลาดโดยการเริ่มออกงานอีเวนต์ ซึ่งการออกงานอีเวนต์ ถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก ยอดขายหลักหมื่นบาทต่อวัน บางอีเวนต์ขายดีมาก จะขายได้มากถึง 5-6 หมื่นบาท ต่อวัน

ปัจจุบัน จะออกร้านงานอีเวนต์ และขายตลาดนัด รวมถึงมีส่งให้กับร้านคาเฟ่ และร้านเบเกอรี่ หลายแห่งที่สั่งเข้ามา เราก็จะทำสดๆ ไปส่งให้ และถ้ามีลูกค้าสนใจจะมารับไปขายทางเราก็มีราคาขายส่งให้ แต่ด้วยความที่เบเกอรี่ ของเราไม่ว่าจะเป็นเค้ก หรือ ครัวซองต์ ของเราจะเป็นแบบใช้ผลไม้สด เกือบทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถเก็บได้นานเต็มที่ก็ได้แค่ 3 วัน ก็เลยไม่สามารถที่จะส่งให้กับลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ไกลๆ ได้


เปิดตัวสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง รักษาฐานลูกค้าเดิม

อย่างไรก็ดี เนื่องจากมีลูกค้า เพิ่มมากขึ้น ได้พยายาที่จะเพิ่มสินค้าเบเกอรี่ ใหม่เข้ามา เช่น ไปไต้หวัน และเห็นว่าตอนนี้ขนมปังไส้โมจิได้รับความนิยม เราก็ลองนำกลับมาทำขายดูบ้าง ใช้ชื่อว่า “โมจิปัง” ซึ่งก็ได้รับการตอบรับดีมาก คนที่รู้จักขนมปังไส้โมจิก็จะซื้อทันที่ ส่วนคนที่อาจจะยังไม่รู้จัก ก็จะทดลอง และถ้ากินแล้วชื่นชอบ ก็จะกลับมาซื้อซ้ำ ส่วนขนมที่ขายดี ของเราตอนี้ ก็มีหลายตัว เช่น ครัวซองต์หน้าผลไม้สด เค้กหน้าผลไม้สด บราวนี่ โมจิปัง ฯลฯ

สำหรับความพิเศษของขนมเพรสทีสแลนด์ คือ การผสมผสาน การออกแบบรสชาติใหม่ เช่น ครัวซองต์เอง พยายามคิดหน้าผลไม้ชนิดใหม่ หรือ การทำหน้าแบบใหม่ เพื่อจะได้ขนมหลายๆแบบให้ลูกค้าได้เลือก แต่ถ้าเป็นลูกค้าประจำ พอมีของใหม่เข้ามาเขาก็อยากจะลอง และเวลาไปขายที่ไหนก็จะตามไป

โดยได้ทำตรงนี้ มา 2-3 ปี มีการพัฒนาตัวเอง โดยการคิดสูตรขนมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเค้ก หรือ ครัวซองต์ ที่เราถนัด รวมถึง ขนมรูปแบบใหม่ ปัจจุบัน นอกจากการออกร้านงานอีเวนต์มีการสื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเป็นการแนะนำขนม และบอกว่าลูกค้าจะมาเจอเราได้ที่ไหนด้วย


ยุคคนไทยกำลังซื้อหด อร่อยอย่างเดียวไม่ได้ต้องราคาดีด้วย

ศิริอร เล่าว่า เดิมทำงานสายก่อสร้าง เป็นสถาปนิก ซึ่งไม่ได้มาสายการทำขนมเลย คนละอย่างกันเลย แต่ทุกอย่างสามารถเรียนรู้ได้ และโชคดีที่แม่ชอบทำขนม และทำขนมอร่อย เราก็เลยได้สูตรๆ การทำขนมต่างๆ มาจากคุณแม่ด้วย เชื่อว่า ถ้าเราทำขนมอร่อย และราคาไม่แพง ในยุคที่ค่าครองชีพสูงเราก็น่าจะขายได้ กำไรไม่เยอะ แต่เน้นปริมาณ

สุดท้ายการทำอะไรขายในยุคนี้ แค่อร่อยไม่ได้ เพราะการแข่งขันสูง ต้องอร่อยในราคาที่เหมาะสมด้วย ได้กำไรต่อชิ้นน้อย แต่เน้นขายปริมาณเยอะ ช่วยให้อยู่รอด

ติดต่อ Facebook และ Tiktok ชื่อเดียวกัน Pastry land168


คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น