สับปะรดยักษ์สายพันธุ์แตงโม เป็นสับปะรดที่มีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้ เพราะด้วยความแปลกใหม่ ยังไม่มีในประเทศไทย ซึ่งเป็นสับปะรดที่มีการผสมผสานหลากหลายพันธุ์จากไต้หวัน จนได้ออกมาเป็นสับปะรดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยขนาดของสับปะรดยักษ์ พันธุ์แตงโม นั้นมีขนาดเริ่มต้น ตั้งแต่ 1.5 กิโลกรัม ไปจนถึง 3-5กิโลกรัม บางลูกสามารถใหญ่มากกว่า 5 กิโลกรัม
คุณสมบัติพิเศษ เนื้อนุ่ม เปลือกบาง ผ่ากินได้เหมือนแตงโม
ความพิเศษของสับปะรดชนิดนี้ ไม่หมดแค่นั้น เพราะเป็นสับปะรดเปลือกบาง สามารถปอกกินได้สดๆจากสวน การปอกก็เหมือนปอกแตงโม เนื้อจะมีความละเอียด เนียนนุ่ม ไม่มีร่องเนื้อเยอะเหมือนสับปะรดทั่วไป รสชาติออกหวานอมเปรี้ยว ไม่กัดลิ้น และความพิเศษที่มีลักษณะคล้ายแตงโม จึงเป็นที่มาของชื่อ สับปะรดยักษ์สายพันธุ์แตงโม
ปลูกครั้งแรกในไทย ที่จังหวัดจันทบุรี
พอได้รู้จักเจ้าตัวสับปะรดยักษ์สายพันธุ์แตงโม กันไปแล้ว มารู้จักเจ้าของสวนผู้เพาะพันธุ์ นำเข้าและปลูกสับปะรดสายพันธุ์นี้ กันบ้าง นั่นคือ “คุณกาญจนา ฮง” (คุณแตงโม) เป็นเจ้าของสวนสับปะรดบนพื้นที่กว่า 300 ไร่ จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเธอมีสามีเป็นคนไต้หวัน ก็เลยได้มีโอกาสรู้จักกับสับปะรดสายพันธุ์นี้ เนื่องจากครอบครัวของสามีที่ไต้หวัน ปลูกสับปะรดยักษ์พันธุ์แตงโม แต่ด้วยข้อจำกัดไต้หวันพื้นที่ทำเกษตรน้อย สามีก็เลยนำเข้าต้นพันธุ์ ปลูกในประเทศไทย นับถึงตอนนี้ ปลูกมา 7 ปี แล้ว
ปลูกปีเดียว เก็บผลผลิตได้ไม่ต้องนานเหมือนทุเรียน
กาญจนา (แตงโม) เล่าว่า ที่มาของชื่อ “สายพันธุ์แตงโม” ส่วนหนึ่งมาจากลักษณะที่กล่าวมาข้างต้น และประกอบกับ ตัวเองชื่อ “โม” ด้วย ก็เลยใช้ชื่อว่า “สับปะรดยักษ์พันธุ์แตงโม สวนโม” และไต้หวันเองเรียกสับปะรดสายพันธุ์นี้ ว่า “สายพันธุ์ซีกัว” แปลว่า “แตงโม” เหมือนกัน ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 1 ปี ครึ่ง จะเริ่มออกดอกติดผลประมาณ 1 ปี 2 เดือน และรอไปอีก 4 เดือน
“หลังจากที่ติดดอกและออกผล เราก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ การเก็บผลก็ได้ปีละครั้ง การเก็บสับปะรดไร่คุณแตงโม ใช้เก็บแบบมีดเดียว คือ เก็บครั้งเดียวหมดไปเลย เพราะนำแก๊สมาหยอดตอนติดดอกเพื่อบังคับให้สับปะรดออกผลพร้อมกัน ซึ่งผลสับปะรดที่เก็บเกี่ยวมาถ้าเป็นสีเขียวก็กินได้ รสชาติไม่หวาน เท่ากับสับปะรดแก่จัดจนเป็นสีเหลือง”
ราคาต่อผล สูงกว่าสับปะรดทั่วไปหลายเท่า
สำหรับในส่วนของราคาสับปะรดยักษ์สายพันธุ์แตงโม ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 บาท ถ้าเป็นเกรดเอ ขายในราคากิโลกรัมละ 35 บาท ซึ่ง 1 ลูกจะขายได้ตั้งแต่ราคา 100บาท ไปจนถึง 200 -300 บาท ในขณะที่สับปะรดทั่วไปขายที่กิโลกรัมละ 12-15 บาท และเป็นผลเล็กขนาดประมาณ 1 กิโลกรัม ถ้าปลูกสับปะรดธรรมดาขายได้ลูกละไม่เกิน 15 บาท แสดงให้เห็นถึงรายได้และความคุ้มค่ามากขึ้นจากการปลูกสับปะรดยักษ์สายพันธุ์แตงโม
โดยที่สวนสับปะรดของ คุณแตงโม บอกว่า ปลูกไร่ละประมาณ 5,000 ต้น เก็บผลผลิตได้ต้นละลูกซึ่งก็จะได้ทั้งหมด 5,000 ลูก ถ้าคิดแบบต่ำได้ลูกละ 100 บาท ก็มีรายได้ต่อไร่อยู่ที่ ประมาณ 500,000 บาท แต่จริงไม่ได้ลูกละ 100 บาท เพราะบางลูกผลใหญ่กว่านั้น ขายได้ราคามากกว่า 100 บาท คิดแล้วรวม น่าจะมีรายได้ต่อไร่ 600,000-800,000 บาท และปลูกกว่า 100 ไร่ มีรายได้หลักสิบล้านบาท เฉพาะสายพันธุ์แตงโม
สามารถปลูกในกระถางไม้ประดับ เก็บผลกินได้
นอกจากนี้ สามารถปลูกในกระถาง เพื่อเป็นไม้ประดับได้ และสามารถกินผลได้ รสชาติที่ปลูกในถางไม่ได้ต่างจากการปลูกบนพื้นดิน ซึ่งการเพาะปลูกสับปะรดของเราจะใช้แขนงหรือปลูกด้วยหน่อสับปะรด ซึ่งเป็นวิธีการที่นิยมปลูกในปัจจุบัน เพราะดูแลง่าย เป็นสับปะรดที่ชอบความชื้น แต่ไม่ชอบน้ำเยอะ เฉพาะฉะนั้นระวังอย่าให้น้ำขัง น้ำถ่ายเทได้ดี และข้อดีของการปลูกด้วยหน่อ คือ สายพันธุ์จะไม่ผิดเพี้ยน ปัจจุบันนอกจากจะปลูกเพื่อขายผลสับปะรด ยังได้ทำหน่อพันธุ์จำหน่ายด้วย สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการจะปลูกสับปะรดสายพันธุ์ดังกล่าว ทางสวนของเราจำหน่ายหน่อพันธุ์ในราคาต้นละ 15 บาท ไม่รวมค่าขนส่ง
สายพันธุ์แปลกใหม่อีกหลายพันธุ์ พร้อมจะเปิดตลาดในไทย
นอกจากนี้ ที่สวนของคุณแตงโม มีสับปะรดสายพันธุ์ อื่น ๆ ที่ผสมขึ้นมาและนำเข้ามาจากไต้หวั ซึ่งตอนนี้ มีจำนวน 3- 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สับปะรดยักษ์ พันธุ์แตงโม สายพันธุ์มะม่วง ที่ชื่อมะม่วง เพราะเนื้อข้างในจะมีสีเหลืองนวลเหมือนมะม่วงแก้วขมิ้น เวลาแก่จัด ข้างในเนื้อจะมีกลิ่นเหมือนเหมือนมะม่วงอ่อน ๆ
และสายพันธุ์เพชรสีทอง พันธุ์จะมีความพิเศษ คือเนื้อข้างในผลจะมีเหลืองเป็นแวววาว เหมือนเพชรสีทอง ซึ่งการจำแนกสายพันธุ์ ดูจากต้น ถ้าเป็นพันธุ์แตงโม ต้นจะเป็นสีเขียว ส่วนพันธุ์มะม่วง ต้นก็จะเป็นสีม่วง ส่วนเพชรสีทอง ต้นออกสีเหลือง ซึ่งเวลาปลูกแยกกันปลูกอยู่แล้วแปลงใครแปลงมัน เพื่อจะได้มาผสมกัน จนทำให้ผลผลิตที่ได้ผิดเพี้ยน
ตลาดจีน และฮ่องกง ออเดอร์กว่า 3,000 ตู้
ในส่วนของผลผลิตปัจจุบันผลผลิตสับปะรดยักษ์พันธุ์แตงโม ตลาดยังมีความต้องการสูง แต่ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดยังมีอยู่น้อยมาก ถ้าจะบอกว่าเพียงแห่งเดียวในตอนนี้ ก็น่าจะใช่ เพราะโมยังไม่เห็นมีใครปลูกนะ โมเองใช้เวลาในการลองผิดลองถูกมานานกว่า 3 ปี กว่าจะได้ผลผลิตอย่างที่เราต้องการ แต่ตอนนี้ ทำมา 7 ปี แล้ว เก็บผลผลิตได้ 7 ครั้ง ปีแรกก็อาจจะไม่ได้ผลผลิตตามที่ต้องการ แต่ที่มาลงตัวตอนปีที่ 3
สำหรับ ผลผลิตที่ได้ ขาย 3 ช่องทาง คือ ส่งออกไปประเทศจีน ที่มีความต้องการสูงมีออเดอร์เข้ามามากถึง 3,000 ตู้คอนเทรนเนอร์ แต่เราส่งออกได้แค่ 3 ตู้คอนเทรนเนอร์ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน ความต้องการเพิ่มมากขึ้นไปอีก เพราะสับปะรดเป็นผลไม้มงคลนิยมนำไปใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะนำไปไหว้ หรือ เป็นของขวัญของฝาก ยิ่งผลใหญ่ และจุกเรียงสวยแบบพันธุ์แตงโม ตอบโจทย์ ตลาดจีนที่ต้องการสับปะรดเสริมมงคล
ช่องทางขายในไทยความต้องการสูงเช่นกัน
ส่วนช่องทางการขายอื่นๆ มีขายในประเทศไทย มีส่งให้ศูนย์การค้า โมเดิร์นเทรด และมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อที่สวนด้วย ซึ่งจากการที่ตลาดจีนมีความต้องการสับปะรดสายพันธุ์นี้สูง ทางเรามีแผนที่จะเปิดรับเกษตรกรที่ต้องการจะปลูกสับปะรดสายพันธุ์นี้ ในลักษณะของคอนเท็กฟาร์มมิ่ง แต่ก็ต้องสกรีนคนที่จะมาเป็นลูกสวนของเราเยอะหน่อย เพื่อจะได้ผลผลิตที่ได้มาตรฐานเดียวกัน
“แตงโม” พูดถึง ว่า หลังจากที่ได้แนะนำสับปะรดยักษ์พันธุ์แตงโม ออกสู่ตลาดในประเทศไทยคนไทยให้การตอบรับดีมาก พอได้ชิมครั้งแรก เริ่มตามหา ว่าจะต้องไปซื้อได้ที่ไหน ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ มีเยอะมาก
ติดต่อ โทร. 09-9115-6244
Facebook : สับปะรดพันธุ์ไต้หวัน สวนโม
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *