ธุรกิจนี้เราคิดตั้งแต่แรกแล้วว่าหนึ่งต้องไม่ทำให้สุขภาพของคนเสียมากขึ้น แล้วเราอยากช่วยเหลือเกษตรกรไทยพี่ๆ เกษตรกรไทยเราทำอะไรได้บ้าง และสามเราอยากที่จะให้ทุกคนได้รู้อยากเอา Local to Global อยากให้ชาวต่างชาติเขาได้เห็น
มันคือน้ำจากช่อ “งวงตาล” ที่ต้องมีคนปีนขึ้นไปต้องไปปาดตาลกว่าจะได้มา แต่ละหยดแต่ละขีดเนี่ยมันยากมากๆ ซึ่งนี่คือที่มาของแรงบันดาลใจหลังจากที่ได้ไปเห็น “น.ส.ธนธร ศิระพัฒน์” หรือคุณแองจี้ เจ้าของคาเฟ่น้ำตาลโตนดเมืองเพชรที่มีชื่อแบรนด์สุดเก๋ว่า “๘ อัฐ” โดยร้านจะอยู่ในห้าง World Department Store สุดหรูหราตั้งใจกลางกรุงเทพมหานครอย่าง สยามพารากอน ที่คุณแองจี้บอกว่าเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะที่เป็นชาวต่างชาติได้มากขึ้นด้วย “จริงๆ แล้วแองจี้เรียนจบจากคณะการแพทย์แผนจีนที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน แล้วช่วงที่กลับมาเป็นช่วงโควิด คือก่อนโควิดนิดหนึ่งช่วงนั้นเนี่ยเรากลับมาไทยเราฝึกงานยังไม่ได้ไปออกหน่วยทำอะไร ยังไม่ได้เพราะว่ายังไม่มีใบประกอบ ก็เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราลงไปจอยกับกลุ่มเครือข่ายเยาวชนดู ตอนนั้นเลยได้ไปจอยกับเครือข่ายเยาวชนรักบ้านเกิดค่ะแล้วได้มีไปลงพื้นที่ที่ จ.เพชรบุรี” ตอนนั้นแองจี้เลยคิดว่าอยากลองไปดูว่าจริงๆ แล้วที่บ้านเรามีอะไรดีๆ บ้าง ได้ไปเจอของดีประจำจังหวัดเพชรบุรีคือ “ตาลโตนด” วันที่ไปแองจี้แบกกับความคิดเลยว่า น้ำตาลสดต้องเป็นน้ำตาลเอามาต้มหรืออะไรสักอย่าง ต้องมีใส่น้ำตาลลงไปแน่ๆ แต่วันหนึ่งที่ได้เข้าไปเราได้ไปเห็นจริงๆ ว่า “ตาลโตนดแท้” มันไม่ใช่น้ำตาลนะมันคือ น้ำช่องวงตาล ที่ต้องมีคนปีนขึ้นไปต้องไปปาดตาล แล้วอีกอย่างหนึ่งตอนนั้นแองจี้กลับบ้านมาแองจี้มีน้องชายที่อายุห่างกัน 10 ปีน้องชายก็พูดว่า “อะไรคือตาลโตนด?” อะไรคือต้นตาลไม่รู้จักแล้ว ทั้งๆ ที่อายุเราก็ไม่ได้ต่างกันมากขนาดนั้น แต่ทำไมรุ่นใหม่ไม่รู้จักแล้ว ก็เลยเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ “จนมาวันนี้พอหลังจากช่วงโควิดมาก็รู้สึกว่าอยากจะสร้างอะไรสักอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากการเป็นหมอด้วยก็เลยอยากที่จะลองทำธุรกิจ” ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะมาทำร้านแปดอัฐเราเคยได้มีประสบการณ์ในการทำเครื่องดื่มมาบ้าง โดยเป็นลักษณะของการเป็นพาร์ตเนอร์แฟรนไชส์มาก่อน ซึ่งพอถึงวันหนึ่งที่หมดสัญญากันแล้วเราคิดว่าเราอยากที่จะสร้างอะไรเป็นของตัวเองบ้าง และเพื่อตอบโจทย์สิ่งที่เราอยากทำจริงๆ คือการช่วยเหลือเกษตรกรไทยจริงๆ อยากที่จะนำเสนอสิ่งดีๆ ให้กับทั้งตัวเรา ทั้งคนไทยทั้งเด็กรุ่นใหม่ แล้วไปจนถึงในสายตาของชาวต่างชาติด้วย “ดังนั้นเราเลยคิดว่าเราอยากจะสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมาแล้ว เราก็ค่อนข้างพิถีพิถันมากๆ จากตั้งแต่เรื่องของชื่อร้านแล้วหลังจากนั้น ทุกๆ เมนูเรามีความพิถีพิถันทุกอย่างตั้งแต่การเลือกผลไม้จากเกษตรกรไทย 100% เลือกใช้น้ำตาลสดจากตาลโตนดแท้ 100% ของร้านเรากิมมิกเลยจะเป็น
“สีเหลืองทอง” เพราะของเราจะเป็นบริสุทธิ์แท้ 100% เป็นออแกนิก ไม่แต่งกลิ่น ไม่เจือสี ไม่ใส่วัตถุกันเสีย” เราอยากจะนำเสนอความเป็นออแกนิกเพื่อสุขภาพจริงๆ ไม่ใส่น้ำตาลลงไปจริงๆ แล้วแต่ละเมนูของเราจะมี Inspirations ที่แตกต่างกันออกไป
ทำไมต้องเป็น “๘ อัฐ” สร้างความอยากรู้จักสิ่งนี้มีที่มาคืออะไร?
วันแรกเราคิดว่าเราอยากให้มันเป็น infinity (∞) ให้ไม่มีที่สิ้นสุด แต่จะเป็นอินฟินิตี้ ชื่อมันซ้ำกับคนอื่นเยอะไปแล้ว เราอยากที่จะนำเสนอความเป็นไทยแล้วทำไมเราไม่ใช้เลขแปดของบ้านเราที่เป็นแปดไทย (๘) โลโก้ของร้านจะเป็นเลขแปดไทย และก็ “อัฐ” แปลว่า เงิน ที่หลายๆ คนอาจจะทราบกันอยู่แล้ว“แล้วจริงๆ ในสมัยโบราณเนี่ยคำว่า อัฐ แปลว่า เลขแปด ด้วย เราก็มองว่า “๘ อัฐ” เป็นเหมือนชื่อที่จะเป็นถ้ามีความหมายให้ดีก็รวยไม่มีที่สิ้นสุด มีเงินไม่มีที่สิ้นสุด แล้วเราก็รู้สึกว่าเออมันเป็นชื่อที่เวลาเราพูดกับใคร คนก็จะมีคำถามว่า ห้ะ! อะไรนะคะ? (หัวเราะ) เรารู้สึกว่าเราสามารถที่จะสร้าง bonding กับหรือว่าสร้างอะไรเพิ่มเติมในการพูดคุยกับลูกค้าเราต่อไปได้ ก็เลยออกมาเป็น “ชื่อ” ของชื่อร้าน”
การตีความใหม่ของขนมหม้อแกงเมืองเพชร สู่ “หม้อแกงชีสเค้ก” เจ้าแรกในไทย!
ขนมที่ร้านจะมีตั้งแต่เผือกกรอบ กล้วยกรอบ มีทั้งไอศกรีม ทั้งหมดคือจะไม่มีน้ำตาลทรายเลย! แล้วก็เป็นแฮนด์เมดด้วยสำหรับเผือกกรอบ กล้วยกรอบเป็นการอุดหนุนวิสาหกิจชุมชน และตัวไฮไลต์ของที่ร้านเลยคือ “หม้อแกง” ของเราจะเป็นหม้อแกงชีสเค้กน้ำตาลโตนด เป็นเจ้าแรกในไทย ซึ่งตรงนี้เรายังยึดในเรื่องของการไม่ใส่น้ำตาลทรายลงไปอยู่ ความหวานทั้งหมดจะมาจาก “ตาลโตนด” แท้ 100% ไม่แต่งกลิ่น ไม่เจือสีสังเคราะห์ “จริงๆ อาจจะด้วยว่ารูปแบบของการอยู่ทำร้านนี้ด้วยตั้งแต่ตอนแรก คือแองจี้ทำร้านนี้กับ “คุณน้า” ค่ะ ด้วยเรามีวัยที่ค่อนข้างต่างกันเยอะเหมือนกัน แล้วแองจี้ได้ทำกิจกรรมกับน้องๆ เครือข่ายเยาวชนค่อนข้างเยอะในช่วงก่อน เราเลยเหมือนมีความ เหมือนเราเป็นตรงกลางเป็นรุ่นตรงกลางระหว่างน้องๆ กับรุ่นใหญ่ พอเรามาอยู่ตรงนี้เราเลยได้เห็นทั้งมุมมองของพี่ๆ แล้วก็เด็กๆ ด้วย” เราเข้าใจเลยว่าพอพูดถึง “หม้อแกง” คือถ้าเป็นคนรุ่นใหม่เขาจะบอกเลยว่า ไม่เอา ไม่ได้ มันหวาน! ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราเห็นมานานมาก เป็นถาดรูปทรงสี่เหลี่ยมหรืออะไรก็ตาม แต่ว่าอาจจะมีกลุ่มคนบางกลุ่มคนที่เขายังชอบในรูปแบบนี้อยู่ เราเลยลองคิดในมุมแบบใหม่ว่า ถ้าเราทำยังไงให้มันมากกว่า ให้มันมากกว่าเท่านี้ได้ ทำยังไงให้มันเปลี่ยนรูปแบบ ให้คนรู้สึกแบบว้าว! เอออันนี้คืออะไรไม่เคยเห็นมาก่อนเลย “แล้วพอได้คุยทั้งกับคุณน้า คุยกับน้อง คุยกับหลายๆ คนเนี่ยเราเลยคิดว่า เราเปลี่ยนแพกเก็จจิ้งแล้ว ข้างในเราจะทำยังไงให้มันพิเศษมากกว่าเดิม” ของเดิมคือเราดีอยู่แล้วทำยังไงให้เขาพิเศษมากกว่านี้ เราเลยลองจับคู่กับ “ชีสเค้ก” ไหมลองดู? แบบไหนดี ชีสตัวไหนดี แบบไหนที่จะไม่เป็นกลิ่นที่ทำให้เลี่ยนจนเกินไป “แล้วถ้าตัดน้ำตาลออกไป จะทำออกมาได้ไหม เราพยายามจน Develop ออกมาได้เป็นตัวหม้อแกงตรงนี้ออกมา” ถามว่ามันใช้เวลานานมากแต่เราเลือกที่จะใช้เวลาในการที่จะดีเวลลอปสูตร ผ่านขอ “อย.” ให้ทุกอย่างผ่านมาตรฐานให้เรียบร้อยก่อนที่เราจะมาตั้งร้าน
เพราะเราพยายามที่จะบอกกับทุกๆ คนว่าเราตั้งใจกับทุกๆ อย่างนี้จริงๆ จนมันออกมาได้เป็นตัวโปรดักต์ตัวนี้ รสชาติตอนนี้มี
4 รสชาติคือทั้งหมดนี้จะไม่มีการแต่งกลิ่นลงไปเลย ไม่ใส่สีด้วย จะมีทั้งรสถั่วทอง รสเผือก รสฟักทอง และมีรสทุเรียนหมอนทองซึ่งตัวนี้เป็นรสชาติที่ออกมาใหม่ แล้วมีคนสนใจค่อนข้างเยอะเพราะว่ารสทุเรียนของเราใช้ “เนื้อทุเรียน” จริงๆ ใส่ลงไปไม่ได้เป็นกลิ่นทุเรียน แต่เราใช้กลิ่นของเนื้อทุเรียนจริงๆ มาทำตรงนี้ “ซึ่งตรงนี้เราก็จะตอบโจทย์ได้ทั้งคนรุ่นใหม่ที่ อะไรคือขนมหม้อแกง มันคืออะไรคะ? คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้จัก ตัวนี้มันเลยเป็นสิ่งที่เราสามารถเหมือนเป็นการเปิดประตูใจให้คนใหม่ๆ คนรุ่นใหม่ที่ชีสเค้กได้สิ! ลองดูหน่อย” แล้วพอคนได้ลองแล้วเขาจะรู้สึกว่า อุ๊ย! เอ้อ! มันอร่อยจริงๆ นะของบ้านเรา แล้วความหอมของตาลโตนดเขาจะชูขึ้นมาเอง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปพยายามที่จะบอกทุกคนบนโลกใบนี้ ทุกคนเขารับรู้ได้หลังจากที่เขาได้ลองทานแล้วจริงๆ
เมนูเครื่องดื่มที่มีกิมมิกชวนตื่นตา! ใครจะคิดว่าตาลโตนดก็ทำซอฟต์เสิร์ฟได้
ตอนแรกๆ ยังตอบโจทย์ตัวเองได้ไม่ชัดว่ากลุ่มเป้าหมายเราเป็นใคร จนเราได้ออกไปสักพักหนึ่งแล้วถึงได้เข้าใจว่าโอเคกลุ่มเป้าหมายเราเริ่มมาแล้ว ตัวแรกจะเป็นซีรีส์ “โตนดลูกไม้”เราจะเป็นการนำเครื่องดื่มที่เป็นตาลโตนด X ผลไม้ไทย แล้วด้านบนจะมีเป็นเนื้อผลไม้สดซึ่งตรงนี้จะเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติค่อนข้างเยอะลูกค้าต่างชาติจะชอบเยอะเพราะว่าจะมีทั้งข้าวเหนียวหมากม่วง ซึ่งเราใช้คำว่า “หมากม่วง” คือเราพยายามที่จะให้ทุกเมนูเป็นภาษาโบราณแต่เรามาผสมมีการมิกซ์กันระหว่างคำโบราณกับสีที่เป็นแบบมินิมอล ซึ่งเราอยากที่จะให้มีความแปลกใหม่ด้วยหรือว่า โตนดมะกาใส่บ๊วย (มะกาก็คือเป็นฝรั่ง) หรือว่าเป็นโตนดหมากกล้วย โตนดหมากหนุน เป็นต้น ถัดมาคือ “โตนดปักขวด” มาจากว่าเราอยากที่จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคือเป็นวัยรุ่น “อยากถ่ายรูป มีกิมมิกดีจังเลย” และยังไม่เคยรู้จักว่า คำว่าน้ำตาลสดหรือตาลโตนดมาจากไหน? “เราก็เลยแบ่งเป็น 3 เลเยอร์ให้คุณนะ คุณลองเจาะหลอดลงไปดูนะแล้วคุณจะได้รับรู้ว่าตัวตาลโตนดแท้ 100% น่ะมันหวานธรรมชาติแบบนี้เราไม่ได้ใส่น้ำตาลลงไปจริงๆ เพราะว่าหลายท่านบางท่านพอมาทานแล้วก็รู้สึกว่ามันหวานนะ ไม่ใส่น้ำตาลจริงเหรอ? เขาจะไม่ค่อยเชื่อ นี่ใส่น้ำตาลหรือเปล่า เราจะให้ได้ชิมได้ลองดูว่าเนี่ยของแท้มันเป็นยังไง แล้วเราก็มีการ “คน” แบ่งเป็นเลเยอร์ให้เขาได้มีการเชื่อมกันของทั้งชาหรือว่ามีเมนูอื่นๆ เข้ามาด้วยทั้งกาแฟ ชาไทย ชาเขียว แล้วจะเป็นตัวองุ่นแดง “โตนดองุ่นแดง” ไม่ได้ใส่นมจะมีความไลท์ๆ ตัวนี้จะเป็นเมนูที่ขายดีเหมือนกันสำหรับท่านที่ไม่ชอบทานนม” แล้วอีกตัวหนึ่ง “โตนดสองหัว” จะแบ่งเป็นเลเยอร์น้ำด้านล่างจะเป็นชา กาแฟ ด้านบนจะเป็นขนมไทย กล้วยกรอบ เผือกกรอบ (เป็นแบบสไลด์บางที่นำมาอบ) ทองม้วน ขนมปังน้ำแดงที่เด็กๆ ชอบ
แล้วมีกิมมิดอีกคือ “แก้ว” ที่เป็นแก้วกาแฟทานได้ ตัวนี้อาจจะยังไม่ค่อยได้พูดถึงกันคือ ตัวแก้วของเราจะทำจากข้าวโอ๊ต (อบแห้งพิเศษ) แก้วของเราจะสามารถใส่กาแฟได้และวางไว้ได้นานประมาณ 30 นาที ซึ่งตัวนี้จะไม่มี waste ที่เกิดขึ้นด้วย แล้วเรายังมี “ไอศกรีม” ด้วยซึ่งจะเป็นไอศกรีมโตนดชาไทย ตัวนี้ไม่ใส่น้ำตาลเลย“วันแรกที่ไปทำสูตรคือนั่งมองหน้ากับคนคิดสูตรด้วยกันหนักมาก! ว่าแบบทำยังไงไอศกรีมยังไงที่ไม่ใส่นมข้น ทำยังไง? ไม่ใส่ความหวานลงไป มันทำยังไงดี? อย่างเงี้ยค่ะเราพยายามที่จะดึงความหอมหวานจากตาลโตนดออกมาเพื่อทำเป็นไอศกรีม “ซอฟต์เสิร์ฟ” จริงๆ ของเราออกมา ก็คราฟท์ใหม่ทั้งหมดเลย”
7 เดือนกับ Challenge ใหม่ๆ ที่ไม่เคยซ้ำ! และโอกาสใหม่ๆ ที่เริ่มเข้ามา
เป้าหมายเราคืออยากให้ พา Local to Global อยากให้ชาวต่างชาติได้เห็น อยากให้คนได้เห็นว่าของไทยเรามันดีมากจริงๆ นะ ดังนั้นเราเลยเลือกที่ตั้งทำเลที่เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของการที่มีนักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางมา ได้มีคนเห็นได้มีคนผ่านได้มีคนเจอได้เยอะขึ้น“เราก็เลยมาเลือกทำเลที่เป็น “ใจกลาง” คือสยามพารากอนซึ่งเป็น world department store ที่แบบว่ามีคนรู้จักทุกคนมาก็อยากมาพารากอน ทุกคนมาก็อยากลองมาที่นี่เราก็เลยงั้น เราลองมาลงที่นี่แล้วกัน” ประมาณเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วจนมาถึงตอนนี้ ยังไม่ถึง ยังไม่ครบปีดีแต่ถามว่ากระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ มี Challenge ใหม่ๆ เกิดขึ้นในทุกวัน ให้สนุกในทุกวัน“หลักๆ จะเป็นเรื่องของการสร้าง “ให้คนรู้” ว่าตาลโตนดมันคืออะไร คือด้วยความที่ว่าเรามาจับสินค้าที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก จริงๆ เราทำอย่างอื่นได้เยอะมากที่คนรู้จักอยู่แล้ว well know อยู่แล้วแต่สิ่งที่เราเลือกทำคือเลือกทำตาลโตนด ที่โอเคจะมีกลุ่มหนึ่งที่เขาชอบอยู่ แต่จะมีอีกกลุ่มหลายกลุ่มมากที่ไม่รู้จัก อย่างเช่นที่มาที่หน้าร้านแทบจะ 90% ที่เป็นชาวต่างชาติไม่เข้าใจว่าอะไรคือ palm sugar juice อะไร? นี่คืออะไร? เราเลยต้องเหมือนเป็น Challenge ของเราว่าถ้าเราเลือกมาทางนี้แล้ว เราต้องตั้งใจกับการที่จะสร้างให้คนได้รู้ว่า ตาลโตนดคืออะไร”
ชาเลนจ์ที่สองคือพอเปิดร้านแล้ว “พารากอน” ปิดปรับปรุงครึ่งหนึ่ง! แล้วคนก็หายไปด้วย จากวันแรกช่วงแรกๆ ที่เราเปิดร้านมีลูกค้ามาเยอะมากทุกคนตื่นเต้นว่านี่คืออะไร พอเดินขึ้นมาเจอกับร้าน“สถานที่ปิดปรับปรุงแต่เข้าใจได้ว่าเขาต้องมีการรีโนเวตเพื่อให้มันดีขึ้น แต่พอปิดปรับปรุงแล้วเนี่ยลูกค้าเราก็หายไปเราต้องดิ้นต่อว่าแล้ว เราจะทำยังไงดีลูกค้าหายเราจะนั่งอยู่กับที่ไม่ได้แล้ว เราต้องเปลี่ยนแล้ว ก็เลยไปในช่องทาง “ออนไลน์” ไปส่งทางทั้งร้านคาเฟ่ก็มี เราโชคดีว่าพอผลการตอบรับค่อนข้างดีพอออนไลน์จะมีออเดอร์เข้ามาเรื่อยๆ หลังจากที่เราได้รอนซ์ออนไลน์ออกไปแล้ว ส่งร้านคาเฟ่ คาเฟ่ก็ติดต่อมาเรื่อยๆ มียอดขายในทุกเดือน ที่เป็นยอดค่อนข้างใหญ่พอสมควรที่เขาจะรับไปทุกๆ เดือน” มีติดต่อมาตอนนี้เรามีรับทำในลักษณะของมีชื่อแบรนด์สินค้าให้ลูกค้าที่สนใจด้วยลักษณะคือเป็น OEM คือเป็น collab กันเป็นการคอแล็บแบรนด์กัน“พี่ๆ อยากทำอะไรเป็นร้านอาหารก็ได้ เราสามารถทำเป็นโลโก้ให้เป็น ร้านอาหาร X แปดอัฐ (๘ อัฐอยู่ข้างล่าง) ได้ค่ะ ซึ่งเราอยากที่จะให้ทุกคนได้เห็นว่ามัน ของมันดีจริงๆ นะ พอของออกไปค่ะกระแสตอบรับค่อนข้างดี ตอนนี้เราก็สามารถอยู่ได้ในตัวของตรงนี้” แล้วอย่างสุดท้ายที่เราพยายามที่จะทำคือ การออกบูท ออกร้าน เพราะคนไม่รู้จักเราต้องเอาตัวเราไปให้คนรู้จัก ทำยังไงให้คนรู้จักได้บ้าง เราต้องออกไปให้คนเห็นบ่อยๆ ตอนนี้ก็ออกบูทประมาณเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อให้คนได้มองเห็นเราในแต่ละที่ ในแต่ละกลุ่มลูกค้าด้วย
จับมือร่วมพัฒนาไปด้วยกัน ไปได้ไกลกว่า
คุณแองจี้-น.ส.ธนธร ศิระพัฒน์ เจ้าของแบรนด์ “๘ อัฐ” เล่าให้ฟังด้วยว่าร้านเพิ่งจะได้รับรางวัล SME Soft Power Star ของทาง สสว. มา โดยเราจะต้องไปอบรมก่อนซึ่งทาง สสว.เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ หรือเกษตรกรที่เป็นรายย่อยต่างๆ ทุกคนสามารถเข้าไปอบรมได้ไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วเขาจะช่วยจับมือในการที่จะสร้าง “แบรนด์” ทำแบรนด์ยังไง ขอเอกสารตรงไหนยังไง เหมือนเรามีเพื่อนคู่คิดมีคนช่วยคิด มีคนช่วยนำทางเราไปด้วย“หลังจากที่เราเข้าในโครงการนี้แล้วค่ะ เขาจะมีการคัดเลือกเหมือนผลผลิตที่เป็นต้นแบบของทาง สสว. ใช่ค่ะ ของทางแปดอัฐเราก็ได้รางวัลมาเพราะว่า เขามองเห็นว่าเป็น Soft power ของบ้านเราได้เพราะเรามีการนำมา เขาเรียกเหมือนมา collab กันทั้งตัวของรุ่นใหม่ รุ่นเก่า มีการนำของจากของที่เป็นคนรู้จักมากอยู่แล้ว well know อยู่แล้วมาผสมผสานกับของที่เป็น Thai traditional เข้ามา ก็จะได้เป็นตัวของหม้อแกงชีสเค้กน้ำตาลโตนดที่ได้ไป สุดท้ายเลยได้รางวัลมา” แล้วมีคนรู้จักเยอะมากขึ้นหลังจากที่ได้รับรางวัลแล้ว ต้องขอบคุณทาง สสว. มากจริงๆ ที่ได้มีการจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ทำให้ “๘ อัฐ” ของเรามีคนได้เห็นมากขึ้น“เพราะว่าเหมือนเดิมเลยค่ะพอพูดว่าร้าน ๘ อัฐ ทุกคนก็จะห้ะ! อะไรคือแปดอัฐเหรอ? แปดอัฐคืออะไร เราจะได้มีเวลาที่จะอธิบายเขามากขึ้นว่า เราคือใครแล้วเราทำอะไรอยู่ แล้วเป้าหมายของเราคืออะไรจริงๆ”
ตอนนี้ที่มองเอาไว้อาจจะยังไม่ได้เป็นในเรื่องของแฟรนไชส์ เรามองว่าเรามันยากมากกับการควบคุม “คุณภาพ” ให้ได้เหมือนเราได้ควบคุมเอง ดังนั้นเลยคิดว่าถ้าเราไม่มั่นใจจริงๆ เราคงไม่กล้าที่จะส่งสิ่งนี้ไปให้คนอื่นเพราะเรายังไม่รู้กันว่าคุณมีแนวคิดยังไง เหมือนเราไหม คือถามว่าการทำธุรกิจแองจี้มองว่าเราสามารถมีไดเรกชันในการทำธุรกิจเหมือนกันได้ แต่เรื่องของ “ใจ” เรื่องของ Passion มันอาจจะไม่เหมือนกัน “ดังนั้นตอนนี้เราเลยคิดว่าเราอาจจะ ยังไม่ได้ไปถึงในจุดนั้นแต่ฝั่งที่เรามอง Focus มากที่สุดคือเรื่องของการทำอย่างไรให้สินค้าของเรามีคนรู้จักมากขึ้นไปอีก ตอนนี้มีการเตรียมตัวที่จะ อาจจะไปที่ต่างประเทศบ้าง อย่างเงี้ยค่ะใช่ที่จะส่งสินค้าของเราไปต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงของระหว่างการติดต่อพูดคุยกันว่าจะเป็นในรูปแบบลักษณะแบบไหน แล้วมีทางหลายหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนติดต่อเข้ามาแล้วก็เข้ามาพูดคุยกัน ซึ่งจริงๆ ตอนนี้ต้องขอบคุณทุกคนมากที่ให้ความสนใจและเข้ามาพูดคุยกันว่าเรามี Passion ในการทำสิ่งนี้จริงๆ” เราคุยกันได้หรืออาจจะเป็นลักษณะของ collab ระหว่างแบรนด์กันไปก่อนก็ได้แล้วในอนาคต หรืออยากจะรับสินค้าของเราไปลงพื้นที่ในที่ไหน หรืออยากมาจับมือร่วมกันทำรสชาติใหม่ๆ ทำอะไรใหม่ๆ อาจจะมีใครมีไอเดียอะไร คุณอยากทำอะไรเรามานั่งคุยกัน เผื่อว่าเราจะได้มีอะไรออกมาใหม่ๆ เพิ่มเติม หรือว่าอยากเอาเราไปไหนอยากทำอะไร แองจี้มองว่าสุดท้ายแล้วมันเหมือนว่าเราลองเปิดโอกาสให้กันและกันได้มาพูดคุยกัน ซึ่งมองว่าถ้าเราไม่ได้เริ่มเปิดตั้งแต่ตอนนี้เราคงไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะไปในทิศทางไหนได้บ้าง ตอนนี้กถือว่าถ้าใครสนใจมาพูดคุยกันได้ยินดีมากๆ ด้วย
จากน้ำตาลโตนดเมืองเพชรแท้ยกมาขึ้นห้าง สร้างการรู้จักเพื่อไปไกลได้มากกว่า ทำไมต้องเป็นแปดอัฐ? ขอบคุณแรงบันดาลใจดีๆ และไอเดียธุรกิจที่น่าสนใจมากๆ จากนักธุรกิจ (คนรุ่นใหม่) ที่ช่วยในการเชื่อมประสานระหว่าง “การรู้จัก” จากคนรุ่นก่อนสู่การตีความใหม่ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างไม่ยากในการเปิดใจรับ “ตาลโตนด” และยังมีอีกหลายอย่างในบ้านเราที่เป็นของดีๆ ซึ่งรอการส่งต่อเพื่อการไปต่อได้อีกไกลๆ ในพาร์ตของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนต่อไป
สามารถติดตามผลงานหรือแวะไปสัมผัสประสบการณ์สุดว้าวจากเมนู “ตาลโตนด” ที่ร้าน ๘ อัฐ @ สยามพารากอน ชั้น 4 โซน Food Passage หรือติดต่อได้ที่ FB : PAAD ATT - แปดอัฐ
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด