xs
xsm
sm
md
lg

วช.นำวิจัยพัฒนา ตอบโจทย์ วิกฤตประเทศในสถานการณ์โควิด-19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
วช.นำวิจัยพัฒนา ตอบโจทย์ แก้วิกฤตประเทศ บทบาทสำคัญของวช.จะดูแลทั้งการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร การวิจัย นวัตกรรม รวมถึงการให้การสนับสนุนโจทย์ที่ท้าทายทางสังคม ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา การเพิ่มประสิทธิภาพ และการมุ่งสู่การตอบโจทย์ประเด็นหลักที่นำไปสู่ทิศทางของประเทศ

ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวิจัย โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ กระทรวง อว. ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบและดำเนินการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบโจทย์วิกฤตของประเทศในทุกมิติ 


ทิศทางและบทบาท วช.ในการส่งเสริมพัฒนาบุคลากร การวิจัยพัฒนานวัตกรรม

โดยบทบาทหน้าที่สำคัญของ วช. ดูแลในส่วนของทั้งการส่งเสริมและการพัฒนาบุคลากร การวิจัยนวัตกรรม รวมถึงการให้การสนับสนุนโจทย์ที่ท้าทายทางสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา การเพิ่มประสิทธิภาพ และการมุ่งที่ประเด็นหลักที่นำสู่เรื่องทิศทางของประเทศ ซึ่งก็ครอบคลุมทั้งงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ งานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ท้าทายสำคัญ ๆ เช่น ในเรื่ิองของโควิด-19

ขณะเดียวกัน วช.ทำหน้าที่สนับสนุนในมิติทางด้านสังคม เช่น ในเรื่องของสังคมผู้สูงวัย รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาทางสังคม การพัฒนาในเรื่องคุณภาพชีวิตของคนไทย ซึ่งประเด็นเหล่านี้ วช. ได้รับมอบหมายตามทิศทางของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงภาพใหญ่ของประเทศในทิศทางของยุทธศาสตร์ ววน. หรือวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งในแพลตฟอร์มดังกล่าวนี้ก็ครอบคลุมทั้งในเรื่องของการให้การสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ การมีส่วนร่วมกับเครือข่ายในการผลักดันให้เกิดการใช้งานในการนำตัวผลิตภัณฑ์ ตัวเทคโนโลยี ตัวกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาไปทำให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง


ขับเคลื่อนวิจัยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 พร้อมเดินหน้าตอบโจทย์ประเทศ

สำหรับในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาหรือโควิด-19 วช. เป็นศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และวิจัยพัฒนา ภายใต้ ศปก.ศบค. ของรัฐบาล โดยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในระลอกแรก ประเทศไทยเรายังมีความต้องการในเรื่องของเวชภัณฑ์ และพวกอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นจำนวนมาก ในมิติของการวิจัยและนวัตกรรมได้มีการส่งเสริมให้กับนักวิจัยและนักวิชาการได้ช่วยกันพัฒนาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ เช่น หน้ากาก N-95 ชุดป้องกัน ชุด PPE ในแบบมาตรฐาน สำหรับปฏิบัติงานบุคลากรทางการแพทย์ หรือชุดคลุมศีรษะ PAPR ที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องใช้ในการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด รวมถึงเตียงความดันลบ ห้องไอซียูความดันลบ ฯลฯ 


นอกจากนี้ วช. ให้การสนับสนุน ชุดข้อมูลความเข้าใจ ในเรื่องการแพร่ระบาดที่มีความสำคัญอย่างมากเพื่อให้คนไทยเข้าใจเรื่องของโควิด   และยังสนับสนุนสถาบันวัคซีนผ่านไปยัง มหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ได้มีการดำเนินการเรื่องวิจัยวัคซีน เช่น สนับสนุน วัคซีนของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอีกหลายหน่วยงาน ฯลฯ  หลังจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกแรกคลี่คลาย วช.ยังได้เข้ามาช่วยใน เรื่องของการเยียวยา เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม  โดยวช. ได้ดำเนินการสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ในเรื่องของการจ้างงาน เรื่องของการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ไปช่วยให้เกิดการลดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่หรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในส่วนภูมิภาค

ทั้งนี้ จนถึงการระบาดในระลอกใหม่ วช.ให้การสนับสนุนการขนส่งวัคซีนที่เข้ามาใหม่ที่ช่วยรักษาคุณภาพของวัคซีน รวมทั้งให้การสนับสนุนในเรื่องของการติดตามประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน ซึ่งก็จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการเป็นชุดข้อมูลเพื่อให้สามารถใช้ในการบริหารสถานการณ์ทั้งในมิติทางวิชาการและเรื่องของการบริหารในระดับนโยบาย


คลิกLikeเพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า"SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด 

SMEs manager


กำลังโหลดความคิดเห็น...