xs
xsm
sm
md
lg

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ! โอทอป “มะดัน” นครนายก สร้างยอดขายเดือนละแสน ผ่านHerbs Starter สตาร์ทอัปด้านเกษตร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบกับตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือโอทอปเป็นอย่างมาก การจัดงานแสดงสินค้าโอทอปในแต่ละปี ยอดขายผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกบูทภายในงานลดลงไปมาก บางคนแทบจะขาดทุนกับบ้าน ต่างจากในอดีตที่ขนเงินแสน เงินล้าน กับบ้านภายในระยะเวลาเพียง 9 วัน


3 หน่วยงานจับมือ ผลักดันโอทอป สู่แพลตฟอร์มออนไลน์

ด้วยเหตุนี้เอง การช่วยเหลือผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์โอทอป เพื่อลดความเลื่อมล้ำในกลุ่มคนยากจนในชนบทเป็นนโยบายของรัฐบาล โดยการผลักดันให้ผู้ประกอบการโอทอปเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่าย อย่าง ช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงเป็นกลไกสำคัญ ทาง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็นไอเอ ร่วมมือกับ 3 พันธมิตร กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมทรัพย์สินทางปัญญา

โดยสร้างโอกาสให้สตาร์ทอัปด้านการเกษตรไทย จับมือกับกลุ่ม OTOP เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ใช้เรื่องราวดึงเอกลักษณ์และคุณค่าของสินค้าเกษตรที่โดดเด่น สร้างสรรค์สินค้า สร้างแผนทางการตลาดร่วมกันขึ้นบนแพลตฟอร์มของสตาร์ทอัป ทำให้สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น สู่ช่องทางตลาดรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผ่าน กิจกรรม AgTech4OTOP Showcase การนำเสนอผลงาน 10 สุดยอดสตาร์ทอัปเกษตร ผู้สร้างแพลตฟอร์มตลาดเพื่อเกษตรกร และ 50 OTOP สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นจากทั่วประเทศ


วิกฤต คือ โอกาสสร้างมะดันออนไลน์ เงินล้าน

ทั้งนี้ จึงเป็นที่มาของ “มะดัน” เงินล้าน ผลผลิตทางการเกษตรพื้นบ้าน ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะสามารถสร้างรายได้เดือนละแสนบาท ให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะดัน จังหวัดนครนายก โดยทางวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลไม้ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง นครนายก เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปมะดัน แช่อิ่ม ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว คาดหวังจะได้รับการช่วยเหลือในการหาช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่

นางกัญญลักษณ์  พันธุ์อุดม ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลไม้ ตำบลท่าทราย เล่าว่า ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนของเรา เกิดขึ้นมาจาก ในตำบลท่าทรายมีผลผลิตมะดันอยู่เป็นจำนวนมาก เกษตรกรนำไปขายผลสดได้ราคาถูก เราจึงได้ร่วมตัวกันตั้งกลุ่มโอทอป และนำผลผลิตมะดันที่ได้มาแปรรูป เป็นมะดันแช่อิ่ม จุดเด่นของมะดันท่าทราย คือ เนื้อแน่นผลใหญ่ เมื่อนำมาทำแช่อิ่มจะได้เนื้อสัมผัสที่กรอบ อร่อยกว่ามะดันจากพื้นที่อื่นๆ ด้วยเหตุนี้ ทำให้มะดันของท่าทรายที่ชื่อว่า “เขียวส่องหล้า” มีโดดเด่น คือ เนื้อเยอะ เม็ดลีบได้ขึ้นทะเบียนเกษตรอัตถลักษณ์พื้นถิ่น GI


สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลไม้ ตำบลท่าทราย มีสมาชิกทั้งหมด 30 คน ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะดัน ผลผลิตที่ได้นำมาแปรรูป และจัดจำน่ายผ่านการออกร้านโดยทางกลุ่มได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าโอทอป ระดับ 4 ดาวของจังหวัดนครนายก ทำให้ได้รับเลือกให้ไปร่วมออกร้านงานแสดงสินค้าเป็นตัวแทนโอทอป จังหวัดนครนาย บ่อยครั้ง

ทั้งนี้ แต่ละครั้งที่ไปร่วมออกร้าน เราจะมีรายได้หลักหมื่นบาท แต่ระยะหลังจากสถานการณ์โควิด การออกร้านก็ลดน้อยลงไป หรือ ถ้าได้มีโอกาสไปร่วมออกร้านในช่วงโควิดรายได้ก็ไม่มากเหมือนในอดีต เพราะคนเดินน้อยลงไปมาก เช่น งานแสดงสินค้าโอทอปซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีรายได้ลดลงไปมาก หักค่าใช้จ่าย เหลือเงินกลับบ้านไม่กี่บาท หรือบางรายแทบจะขาดทุน

อย่างไรก็ตาม ในวิกฤติ เป็นโอกาส จากการเข้าร่วมกิจกรรม AgTech4OTOP Showcase ครั้งนี้ ทำให้จากเดิมมียอดขายเดือนละหมื่นนี้ก็ดีมากในอดีต แต่วันนี้ จากการร่วมกิจกรรมดังกล่าวทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 100,000 บาท โดยเราได้รับการช่วยเหลือให้นำสินค้ามะดันแช่อิ่มไปจำหน่าย ผ่านช่องทางแพลตฟอร์ม ของกลุ่มสตาร์ทอัปเพื่อการเกษตร ชื่อว่า Herbs Starter


Herbs Starter สตาร์ทอัปเกษตร ผู้สร้างความสำเร็จ โอทอปจับเงินล้าน

นางกัญญลักษณ์  เล่าถึง Herbs Starter ว่า ทางกลุ่มสตาร์ทอัป Herbs Starter ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจฯของเรา โดยเข้ามาช่วยวางแผนตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่าย โดยทีมงานได้เข้ามาช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ ช่วยการปรับรสชาติ เพราะเดิมชาวบ้านผลิตกันในสูตรแบบโบราณที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งก็อาจจะไม่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในเรื่องของรสชาติ ทางทีมสตาร์ทอัป Herbs Starter ก็มาช่วยปรับให้โดนใจคนรุ่นใหม่ หรือ คนเมืองมากที่สุด และยังเป็นผลไม้แช่อิ่ม ที่ได้มาตรฐาน อย.ด้วย

ทั้งนี้ หลังจากได้ปรับรูปแบบ ทั้งบรรจุภัณฑ์ รสชาติ พร้อมกับมาตรฐาน อย. ทางทีม สตาร์ทอัป Herbs Starter เริ่มลุยนำผลิตภัณฑ์มะดันแช่อิ่ม ไปทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งผลตอบรับออกมาในแบบที่เราไม่ได้คาดหวังมาก่อน โดยผ่านไปแค่หนึ่งสัปดาห์หลังจากเปิดขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์  มีออเดอร์เข้ามาเป็น 1,000 กล่อง ซึ่งทางเราก็เตรียมตัวไม่ทัน เพราะเตรียมสินค้าไว้ 1,000 กล่อง เพื่อการจำหน่ายภายในระยะเวลา 1 เดือน แต่ครั้งนี้ สามารถขายหมดภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ และในเดือน มกราคม 2564 เพียงแค่เดือนเดียวมีรายได้หลักแสนบาท

ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ เล่าว่า จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในขณะนี้ ผลผลิตมะดันจากเกษตรกรมีไม่เพียงพอต่อการนำมาแปรรูป เพราะมะดันเป็นพืชที่ออกตามฤดูกาล ทำให้สินค้ามะดันแช่อิ่มของเราขาดตลาด ทางกลุ่ม Herbs Starter ต้องนำผลผลิตมะดันแปรรูป ในรูปอื่นๆ มาจำหน่ายแทน เช่น มะดันอบแห้ง เยลลี่มะดัน ฯลฯ


ความสำเร็จ มะดันแช่อิ่ม จากการเข้าร่วม AgTech4OTOP Showcase

ทั้งนี้ “คุณกัญญลักษณ์” ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ ว่า “เกินคาดหมาย เพราะตั้งแต่ตั้งกลุ่มวิสาหกิจฯ ท่าทรายมาก็ยังไม่เคยมีรายได้มากขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ทีมงานสตาร์ทอัป คนรุ่นใหม่มาช่วยเราขายของ และ มีกิจกรรมดีดีของเอ็นไอเอที่มาช่วยเกษตรกร และผู้ผลิตสินค้าโอทอป เราก็คงไม่มีโอกาสได้จับเงินแสน เงินล้านแบบนี้ จากเดิมที่ผู้ผลิตสินค้าโอทอป ต้องรอแค่ออกร้านงานแสดงสินค้าเท่านั้น แต่วันนี้ มีออเดอร์เข้ามาทุกวัน เรามีรายได้ทุกวัน ไม่ต้องถึงเดือนละแสนบาทขนาดนี้ แค่สัปดาห์ละหมื่นบาท แค่นี้ ก็ทำให้สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจฯของเราลืมตาอ้าปากได้ ”

ในส่วนของ เฮิร์บ สตาร์ทเตอร์ เป็นสตาร์ทอัปผู้สร้างแพลตฟอร์มตลาดนำผลิต...เปลี่ยนสินค้าเกษตรต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เป็นการรวมกลุ่มของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการจะลดช่องว่างของเกษตรกร กับผู้บริโภคให้มาเจอกัน เพื่อเกษตรกรจะได้ขายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม และได้ช่วยเกษตรกรที่มีผลผลิตดีดี ได้ออกมาสู่ตลาดได้ในวงกว้าง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งกลุ่ม เฮิร์บ สตาร์ทเตอร์ ประกอบไปด้วย Founder 6 คน ได้แก่ คุณศิริพัฒน์ มีทับทิม คุณอิสรีย์ นิตยสมบูรณ์ คุณสินิทธ์นุช ลีพัฒนะพันธ์ คุณธัญญพัทธ์ นิธิศศรีบัญฑิต คุณบุญเลิศ หาญเอียด และ คุณอัญชสา โอภาสศุภมาส

เกษตรกรที่สนใจขายสินค้าเกษตรแปรรูป ติดต่อ FB: Herbs Starter


10 สตาร์ทอัปการเกษตร ผลักดันเกษตรกรเข้าสู่ตลาดออนไลน์

ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า สำหรับ 10 สตาร์ทอัปเพื่อการเกษตร รูปแบบตลาดใหม่ ทุกคนที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงในการเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็น ระบบเจ้าของร่วมผลิต ระบบการประมูลสินค้าเกษตร หรือ E-biding ระบบตลาดออนไลน์ หรือ Marketplace และ ระบบการขายออนไลน์ส่งมอบให้ผู้บริโภคและธุรกิจเกษตร (B2B /B2C)

โดยกลุ่มสตาร์ทอัป เหล่านี้ ได้จับคู่กับ 50 กลุ่มโอทอปเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น เรียนรู้ ทดสอบตลาด และใช้เครื่องมือของสตาร์ทอัปในการพัฒนาหรือต่อยอดธุรกิจสินค้าชุมชน เพื่อรองรับพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในยุคนิวนอร์มอล ที่มีการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์กันเพิ่มมากขึ้นให้ ตลอดจนมีเมนเทอร์ระดับมืออาชีพให้คำแนะนำปรึกษา เพื่อกำจัดจุดอ่อน และเสริมจุดแข็ง เพื่อสร้างยอดขายให้เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด

สำหรับทั้ง 10 สตาร์ทอัปด้านการเกษตร ประกอบด้วย AliFarm บริษัท คิว บ็อคซ์ พอยท์ Vdev บริษัท วีเดฟ ซอฟท์ Cropperz บริษัท ครอปเปอซ์ เทคโนโลยี Local A lot บริษัท โลเคิล อลอท Farm To บริษัทฟาร์มโตะ (ไทยแลนด์) Happy บริษัท แฮปปี้ กรานด์ Find Food บริษัทไฟด์ฟู้ด มาร์เก็ตเพลส MeZ บริษัท บางซื่ออุตสาหกรรม NatureFood บริษัท เนเจอร์ฟู้ด และHerb Starter บริษัท บอร์น อาร์ดีไอ เซ็นเตอร์


ตัวอย่างผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นที่ชัดเจน เฮิร์บ สตาร์ทเตอร์ เป็นสตาร์ทอัปผู้สร้างแพลตฟอร์มตลาดนำผลิต...เปลี่ยนสินค้าเกษตรต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ได้สร้างเรื่องราวให้กับ มะดัน จังหวัดนครนายก ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลไม้ตำบลท่าทราย บวกกับการเจาะกลุ่มลูกค้าที่ตรงกลุ่ม ทำให้สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นจากปกติขายได้ปีละ 1 แสนบาท

อีกกลุ่มหนึ่งอย่างสตาร์ทอัปเนอเจอร์ฟู๊ด ที่นำข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวหอมมะลิเพชรทุ่งกุลาร้องไห้และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาอินทรีย์ตำบลหุนกลอง (ลุ่มน้ำเสียวน้อย) และข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ของกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านจันทร์หอมและวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตข้าวอินทรีย์บ้านยะสุข ลงนามสัญญาซื้อขายเพื่อออกสู่ตลาดต่างประเทศ

 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
ด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานโครงการนี้มีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกรมพัฒนาชุมชน นั่นคือ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี 2565” โดยมีโครงการสำคัญคือ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ ที่รู้จักกันดีคือ OTOP ที่มีการลงทะเบียนมากกว่า 100,000 กลุ่ม อยู่ทั่วทุกภูมิภาค ดังนั้น การนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม จึงมีความสำคัญมาก ที่จะมาสร้างความแตกต่างและสร้างมูลค่าให้กับสินค้าชุมชน ผนวกรวมกับรูปแบบการขายใหม่ๆ ที่สอดรับกับยุควิถีใหม่นี้ ให้เกิดกระจายสินค้าได้ทั้งในและต่างประเทศต่อไป จากโครงการนำร่องในปีนี้ เริ่มต้นด้วยกลุ่มสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น จะอยู่ในส่วนกลุ่ม OTOP ด้านอาหาร ซึ่งสามารถนำแนวทางนี้ไปต่อยอดและเชื่อมโยงในอีกหลากหลายกลุ่ม ที่จะไปช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ต่อไป

ติดต่อ โทร. 02-017-5555 ต่อ 543 081-372 9163 (มณฑา) (NIA)
เว็บไซต์ https://agtech4otop.nia.or.th/ และ Facebook.com/AgTech4OTOP

 
คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด

SMEs manager



กำลังโหลดความคิดเห็น...