xs
xsm
sm
md
lg

ไอเดียแปลก หนึ่งเดียวในยะลา! “ข้าวเกรียบกล้วย-กาละแมหน่อไม้” นำวัตถุดิบในชุมชนแปรรูปสร้างรายได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





เมื่อวัตถุดิบที่มีจำนวนมากอย่างกล้วยน้ำว้าและหน่อไม้ในพื้นที่จังหวัดยะลา ทำให้เกิดการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมายแต่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนใน ตำบลละแอ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา กลับนำเอากล้วยน้ำว้ามาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบกล้วยที่ยังไม่มีใครทำ รวมถึงนำเอาหน่อไม้ที่มีราคาถูกมาแปรรูปให้เป็นกาละแมหน่อไม้ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้ารวมถึงสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่

ศันศนีย์ หมวดสิงห์ วิสาหกิจชุมชนแปรรูป ข้าวเกรียบกล้วย เจ๊าะตีเมาะ
ศันศนีย์ หมวดสิงห์ วิสาหกิจชุมชนแปรรูป ข้าวเกรียบกล้วย เจ๊าะตีเมาะ เล่าว่า จุดเริ่มต้นการทำข้าวเกรียบกล้วยนั้นเกิดจากการรวมกลุ่มชาวบ้านี่เป็นเกษตรกรในหมู่บ้าน โดยนำเอาวัตถุดิบที่มีในชุมชนมาแปรรูป เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหิน หน่อไม้ และได้มาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบกล้วย กล้วยหินฉาบ กาละแมหน่อไม้ ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดังกล่าวตั้งอยู่ที่ ตำบลละแอ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา โดยดำเนินกิจการและรวมกลุ่มได้ประมาณ 3 ปี ทั้งนี้เหตุผลที่เลือกกล้วยมาทำเป็นข้าวเกรียบเพราะว่ากล้วยเป็นผลไม้ที่มีอยู่ในชุมชนเป็นจำนวนมากและได้นำมาทดลองแปรรูปให้ชาวบ้านลองกินดูปรากฏว่าผลตอบรับดี จึงตัดสินใจลงมือผลิตและขายในชุมชนทำให้ยอดขายนั้นสามารถสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกในกลุ่มได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นจึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างอาชีพโดยการนำกล้วยมาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบกล้วยจนถึงปัจจุบัน


ทั้งนี้ทางวิสากิจชุนจะใช้กล้วยที่มีลักษณะสุกงอมประมาณ 80-90% มาปั่นจนละเอียดหลังจากนั้นนำมาผสมกับแป้งและนำไปนึ่งเพื่อให้กล้วยสุก นำไปแช่เย็น 1 คืน หลังจากนั้นนำมาสไลด์ให้เป็นแผ่นและนำไปตากแดดประมาณ 2 แดด ถึงจะสามารถนำมาทอดได้ ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีคนทำข้าวเกรียบกล้วยขาย ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าแรกที่ริเริ่มในการแปรรูปกล้วยในรูปแบบของข้าวเกรียบกล้วยในจังหวัดยะลา


นอกจากนี้ความแตกต่างของข้าวเกรียบกล้วยคือจะใช้เนื้อกล้วยแทนกลิ่นสังเคราะห์ ใช้แป้งในการผสมในปริมาณที่น้อยกว่าข้าวเกรียบทั่วไป ไม่ผสมน้ำตาลแต่จะได้ความหวานจากกล้วย ไม่ใส่สารกันบูด มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ได้มาตรฐาน อย. ทั้งนี้เหตุผลที่เลือกกล้วยน้ำว้าเพราะว่าได้ทดลองใช้กล้วยพันธุ์อื่นแต่ผลที่ได้คือ เกิดการแข็งตัว ไม่สามารถผลิตและขายได้ ส่วนกล้วยน้ำว้าจะมีลักษณะเนื้อละเอียดกว่ากล้วยอื่นและไม่ต้องเพิ่มน้ำตาล ปัจจุบันมีทั้งหมด 2 รสชาติ ได้แก่ พริกไทยดำและดั้งเดิม ซึ่งรสชาติดั้งเดิมลูกค้าจะให้การตอบรับและนิยมมากกว่ารสชาติพริกไทยดำ


ปัจจุบันมีการวางขายในพื้นที่จังหวัดยะลาและต่างจังหวัด โดยจะเป็นร้านค้าของฝาก ร้านค้าในชุมชน ประมาณ 10 ร้านและในพื้นที่ปั๊มน้ำมันประมาณ 3 สาขา รวมถึงได้มีการขายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เพจเฟซบุ๊ค ไลน์ ซึ่งทางร้านได้มีการโปรโมทสินค้าด้วยการนำสินค้าไปออกบูธในงานแสดงสินค้าต่างๆ เพื่อให้เป็นที่รู้จักแก่สาตายของสาธารณชนมากขึ้น นอกจากนี้ข้าวเกรียบกล้วยมีราคาถุงละ 35 บาท ซื้อ 3 ถุง ราคา 100 บาท


ทั้งนี้กล้วยน้ำว้าที่นำมาแปรรูปนั้นจะรับมาจากเกษตรกรในชุมชนและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ได้มีการปลูกเองที่บ้าน สำหรับกำลังการผลิตใน 1 วันจะสามารถผลิตได้ประมาณ 500 กิโลกรัม โดยทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมีสมาชิกทั้งหมด 15 คน และจะผลิตทุกวัน เนื่องจากในปัจจุบันมียอดสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะว่าในช่วงนี้กำลังเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ลูกค้าจะเข้ามาสั่งล่วงหน้าเพื่อทำเป็นกระเช้าของขวัญในเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงในอีกไม่ช้า


สำหรับกลุ่มลูกค้านั้นระหว่างคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ต่างจังหวัดจะสัดส่วนที่แตกต่างกัน ในพื้นที่ประมาณ 40% และต่างจังหวัดประมาณ 60% เนื่องจากมีการขายผ่านช่องทางออนไลน์จึงทำให้สามารถตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ทำให้ยอดการสั่งซื้อใน 1 เดือนสามารถขายได้ประมาณ 3,000 ถุง นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมโครงการกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบันซึ่ง สสว. ให้การสนับสนุนในเรื่องของการเขียนแผนธุรกิจ ทำรายรับรายจ่าย ปรับปรุงแพคเกจจิ้ง และหลังจากได้รับการสนับสนุนดังกล่าวทำให้ผลประกอบการของข้าวเกรียบกล้วยเติบโตมากขึ้นประมาณ 20%


ทั้งนี้ในส่วนของผลิตภัณฑ์ กาละแมหน่อไม้ นั้นมีที่มามาจากเกษตรอำเภอได้มีการแนะนำในชาวบ้านปลูกหน่อไม้แซมในสวนยางหลังจากนั้นได้ผลผลิตจำนวนมากทำให้มีราคาที่ค่อนข้างถูกทำให้เกิดแนวความคิดนำเอาหน่อไม้มาแปรรูป ในช่วงแรกนำมาต้มแบบแช่น้ำเกลือขายได้สักพัก หลังจากนั้นได้ทดลองเอามากวน มาปั่นใส่ส่วนผสมปรับปรุงสูตรประมาณ 2 เดือน จนทำให้เกิดเป็นกาละแมหน่อไม้ขึ้นมา ซึ่งกาละแมหน่อไม้นั้นจะได้ความหอมจากงาขาวและใบย่านางที่เป็นส่วนผสมหลักและได้รสชาติหน่อไม้อีกด้วย


นอกจากนี้ กาละแมหน่อไม้ เพิ่งเริ่มต้นทำเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทำให้ลูกค้ายังไม่รู้จักสินค้ามากนักแต่ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนก็ได้มีการโปรโมทและกระจายสินค้าให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นแต่ยังคงอยู่ในพื้นที่แต่มีแผนต่อยอดและโปรโมทในต่างหวัดมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กาละแมหน่อไม้มีราคาอยู่ที่ถุงละ 50 บาท ปัจจุบันกำลังปรับปรุงแพคเกจจิ้งให้ดูสวยงามและดึงดูดกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้น สำหรับผลตอบรับจากลูกค้าในส่วนของกาละแมหน่อไม้นั้นลูกค้าให้การตอบรับในเกณฑ์ที่ค่อนข้างพอใจเนื่องจากเป็นสินค้าที่แปลกไม่มีใครทำ ลูกค้าเห็นและเกิดความแปลกใจทดลองซื้อไปกินและเกิดการบอกต่อ ทั้งนี้ยังไม่ได้มีส่วนผสมของแป้งแต่จะได้ความเหนียวหนึบของตัวหน่อไม้แทน


สำหรับกำลังการผลิตกาละแมหน่อไม้นั้นใน 1 วันสามารถผลิตได้ประมาณ 50 กิโลกรัม เพราะว่าขึ้นอยู่กับหน่อไม้ในแต่ละวันที่เกษตรกรจะนำมาส่งให้ และฤดูกาลของหน่อไม้แต่จะมีการสต็อคไว้ในห้องแช่เย็นเพื่อที่สามารถมีผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยหน่อไม้ที่นำมาแปรรูปนั้นจะมีลักษณะไม่อ่อนและไม่แก่จัดจนเกินไป นอกจากนี้ในการกวนแต่ละครั้งจะใช้หน่อไม้ประมาณ 20 กิโลกรัม เพราะกระทะที่มีอยู่ในตอนนี้สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 20 กิโลกรัมเท่านั้น ปัจจุบันยอดขายอยู่ในเกณฑ์ที่ดีแต่ยังไม่ดีมากเพราะเพิ่งเริ่มต้นทำ รวมถึงสามารถเก็บรักษาได้นาน 2 เดือน


อย่างไรก็ตามในอนาคตได้มีการวางแผนต่อยอดธุรกิจทั้งข้าวเกรียบกล้วยและกาละแมหน่อไม้ให้ไปในทิศทางของการปรับปรุงแพคเกจจิ้ง โดยจะทำให้เป็นถุงซิปล็อกที่ได้มาตรฐานมากขึ้น รวมถึงจะเพิ่มรสชาติของข้าวเกรียบกล้วย เช่น รสช็อกโกแลต เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ซึ่งลูกค้าส่วนมากที่ให้การสนับสนุนสินค้าจะอยู่ในวันทำงานเป็นหลัก และวัยอื่นๆ มีประปราย รวมถึงแผนในการส่งออกอีกด้วย

ติดต่อเพิ่มเติม

Facebook : ข้าวเกรียบกล้วย เจ๊าะตีเมาะ


* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...