xs
xsm
sm
md
lg

น้ำมันหมู By Chef Moo ครั้งแรกพลิกโฉมน้ำมันหมูขวดทันสมัย ยกระดับน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



น้ำมันหมู มีการพูดถึงกันมากในระยะหลัง เพราะจากเดิมน้ำมันหมูถูกมองว่า เป็นน้ำมันที่ไม่เหมาะกับการนำมารับประทาน เพราะมีคลอเรสเตอรอลสูง แต่หลังจากผลงานวิจัยออกมาว่า น้ำมันหมูมีประโยชน์ต่อร่างกาย คนไทยบางกลุ่ม เริ่มหันกลับไปกินน้ำมันหมู

“นายสมพจน์ ธนพัฒน์ภิญโญ” เจ้าของกิจการเขียงหมู ผู้พลิกโฉมน้ำมันหมูให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ได้หันมาใช้น้ำมันหมูกันมากขึ้น เล่าถึงที่มาของ ของน้ำมันหมู By Chef Moo มาจากกระทู้พันทิป เราได้พบกับคำถามที่จุดประกายไอเดียขึ้นมา ซึ่งเป็นข้อสงสัยง่ายๆที่ตั้งขึ้นมาว่า “ถ้าน้ำมันหมูดีจริงๆ ทำไมไม่ใส่ขวดขาย ” เป็นแรงจูงใจให้คิดว่าทำอย่างไรให้ น้ำมันหมูอยู่ในขวด และสามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้

ทั้งนี้ หลังจากคิดจะต้องทำน้ำมันหมู ออกมาจำหน่าย เริ่มดำเนินการตั้งโรงงานผลิต ตั้งแต่ปี 2559 และดำเนินการขอมาตราฐานของ อย. และมาตรฐานการผลิต จนได้มาตรฐานดังกล่าว และเริ่มดำเนินกิจการเต็มรูปแบบในปี 2562 โดยใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นรวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ส่วนที่มาของ ชื่อแบรนด์ เชฟหมู (Chef Moo) เกิดขึ้นมาจาก ต้องการให้คนจดจำง่าย และเพื่อให้ชื่อสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดในระดับสากลต่อไป






คุณสมพจน์ เล่าต่อว่า "น้ำมันหมู By Chef Moo เกิดขึ้นจาก “ความคิดถึง” ช่วงวันวานที่เราทำกับข้าวทานเอง วันเวลาที่ผู้คนไม่ค่อยป่วยจากการ “กิน” เหมือนอย่างทุกวันนี้ “เมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วครอบครัวไทยส่วนมากเจียวน้ำมันมาใช้เองจากมันหมูที่ซื้อจากเขียง เพราะเมื่อก่อนไม่ได้มีน้ำมันจากอุตสาหกรรมใหญ่ บรรจุขวดมาขายตามท้องตลาดอย่างทุกวันนี้ น้ำมันหมูจึงเป็นน้ำมันหลักที่ทุกครัวเรือนใช้ประกอบอาหาร เพราะมีกลิ่นหอมหวนเวลาใช้ทอด ผัดในไฟร้อนๆ”



คุณสมพจน์ กล่าวถึง ทิศทางการทำตลาดของน้ำมัน By Chef Moo นั้น วางตำแหน่งน้ำมันหมู ของเราไว้ในกลุ่มน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม เช่นเดียวกับ น้ำมันมะพร้าว และ น้ำมันมะกอก ซึ่งมีงานวิจัย และข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน ว่า เป็นกลุ่มน้ำมันที่บริสุทธิ์และปลอดภัยต่อร่างกาย

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบน้ำมันหมู By Chef Moo กับน้ำมันหมูตามท้องตลาดที่ผูกถุงขายนั้นจะมีความแตกต่างที่ชัดเจนในเรื่องของอายุการใช้งาน และคุณภาพของน้ำมัน โดยสิ่งที่สร้างความแต่งต่างจากน้ำมันหมูทั่วไป คือ วัตถุดิบของเราสดใหม่กว่า เพราะได้วัตถุดิบตรงจากโรงงานแปรรูปของเราเอง และ น้ำมันหมู ของเรายังผ่านการคัดเอาส่วนไขมันออก โดยทั่วไปเมื่อเราเจียวน้ำมันหมู ปล่อยไว้ระยะหนึ่งจะเกิดตะกอนซึ่งเป็นไขมันหนักข้างใต้ ซึ่งส่วนนี้ทางโรงงานได้คัดแยกออก ให้เหลือเพียงน้ำมันส่วนที่ดีที่สุดซึ่งร่างกายสามารถย่อยได้ง่ายกว่า

ที่สำคัญ คือ การปรับเปลี่ยน แพ็คเกจจิ้ง ออกแบบโดยนักโภชนาการ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลการรักษาคุณภาพของไขมัน จากหลักการ 2 เลี่ยง คือ เลี่ยงแสง และ เลี่ยงอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเสื่อมคุณภาพของกรดไขมัน ฉะนั้นการออกแบบขวดขาวทึบและหัวปิดแบบซอสจึงเป็นการออกแบบที่ลงตัวที่สุดของน้ำมันหมูซึ่งจะมีความหนืดเล็กน้อยในอุณหภูมิห้อง

ในส่วนของราคาจัดจำหน่ายในท้องตลาดจะมีราคาใกล้เคียงกับน้ำมันธรรมชาติที่ไม่ใช้สารเคมีสกัด เช่น น้ำมันมะพร้าว ซึ่งหากเทียบกับมันหมูมาเจียวเอง คุ้มกว่า ด้วยปริมาณที่ได้มากกว่าและคุณภาพดีกว่า





สำหรับการวางแผนการตลาด เราต้องการเจาะช่องว่างทางการตลาดที่เกิดขึ้นจากเทรนด์สุขภาพในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มมีกลุ่มผู้บริโภคที่หันกลับมารับประทานอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปมากขึ้น รวมถึงกลุ่มลดน้ำหนักแบบเน้นบริโภคไขมันและโปรตีนเป็นหลัก(กลุ่มคีโตจีนิคไดเอ็ท) ซึ่งคนกลุ่มนี้ค่อนข้างมีปัญหาในด้านการจัดเตรียมมื้ออาหารแต่ละมื้อเนื่องจากวัตถุดิบตามท้องตลาดทั่วไปมักไม่ตอบโจทย์

ส่วนช่องทางการขาย ตลาดแรก
นำสินค้าไปวางขายใน ห้าง Modern Trade เช่น วิลล่า มาร์เก็ต, ฟู้ดแลนด์ และ ร้านค้าที่ขายสินค้า KETO โดยการประชาสัมพันธ์หลักๆ จะทำผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเน้นไปที่การสร้างคอนเทนด์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับผู้บริโภคมากขึ้นเกี่ยวกับการทานอาหารเพื่อรักษาสุขภาพ รวมถึงจะมีการร่วมงานกับคนดังบนโลกออนไลน์ เพื่อสาธิตการใช้น้ำมันหมูในการสร้างสรรค์เมนูต่างๆ



"ทั้งนี้ในส่วนของการผลิต น้ำมันหมู By Chef Moo มีโรงงาน ตั้งอยู่ที่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ นอกจากนี้เรายังมีแหล่งวัตถุดิบซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปเนื้อหมูขนาดใหญ่ในเครือ ซึ่งรับหมูปลอดสารจากฟาร์มคุณภาพมาเพื่อคัดสรรค์วัตถุดิบเพื่อนำมาใช้ทำน้ำมันเกรดพรีเมี่ยมเพื่อผู้บริโภค โดยใช้ระยะเวลาในการศึกษาและพัฒนาระบบถึง 5 ปี ก่อนเริ่มดำเนินกิจการ" คุณสมพจน์ กล่าว





ในส่วนของการแข่งขันในตลาด "คุณสมพจน์" กล่าวว่า อันที่จริงก็มีน้ำมันหมูหลายเจ้าที่เริ่มหันมาใส่แพ็คเกจบรรจุขายตามห้างบ้าง บนโลกโซเชียลบ้างแต่ น้ำมันหมู By Chef Moo ไม่ได้มองสินค้าเจ้าอื่นเป็นคู่แข่ง แต่กลับมองเป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ในการช่วยให้สังคมไทยกลับมาเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยคนสุขภาพดี จากการทานของที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการใดๆเราอยากส่งเสริมให้สินค้าแบรนด์อื่นๆนั้นช่วยกันกระจายข้อมูลที่ถูกต้องให้กับผู้บริโภคให้มากขึ้นเพื่อให้คนในสังคมไทย เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากวางตลาด ได้รับการตอบรับในกลุ่มน้ำมันทางเลือก กระแสตอบรับที่ดี จากกลุ่มลูกค้ามีการตื่นตัวต่อด้านสุขภาพ และ หลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโทษของน้ำมันผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรม กลุ่มผู้บริโภคเก่าที่เคยใช้น้ำมันหมู รวมถึงกลุ่มคนวัยทำงานที่คำนึงถึงสุขภาพก็เริ่มหันกลับมาใช้น้ำมันหมูเพื่อทำกับข้าวมากขึ้น ยอดขายของน้ำมันหมู By Chef Moo ก็ค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยในปีนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะกระจายสินค้าให้ถึงผู้บริโภคให้ได้ทั่วประเทศเพื่อเป็นรากฐานในการเติบโตสู่ยอดขายหนึ่งแสนขวดต่อเดือน


คุณสมพจน์ กล่าวในท้ายที่สุดว่า "การทำน้ำม้นหมู By Chef Moo ในครั้งนี้ เพราะผมมองเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจจากชิ้นส่วน “มันหมู” ซึ่งโดยปกติทางโรงงานใหญ่ของครอบครัวจะคัดทิ้งเพื่อนำเพียง “ส่วนเนื้อ”ของหมูออกมา และขายส่งให้กับห้างใหญ่ และ ซุปเปอร์มาร์เก็ตซึ่งในจุดนี้ทำให้ ผมคิดนำเอาส่วน “มันหมู” นั้นมาเพิ่มมูลค่าด้วยการต่อยอดผลิตออกมาให้เป็นน้ำมันหมูขวดบีบเจ้าแรกในประเทศไทย"



สนใจ FB: น้ำมันหมู by chef moo



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...