xs
xsm
sm
md
lg

สบาย สบาย ร้านดังในย่างกุ้ง เปิดมุมมอง 15 ปี การลงทุนร้านอาหารไทยในเมียนมา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมียนมา ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ถูกจับตามองในกลุ่มนักลงทุนไทย จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่สูงถึงร้อยละ 6.8 ในปี 2560-2561 แม้ว่าจะมาสะดุดเมื่อปี 2562 เหลือร้อยละ 6.2 จากสถานการณ์ในรัฐยะไข่ การที่สหภาพยุโรปอาจพิจารณาถอนสิทธิ GSP และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แต่เมียนมาก็ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี เพราะค่าแรงที่ถูกมาก

สำหรับเอสเอ็มอี การลงทุนทำธุรกิจในเมียนมา ที่หลายคนให้ความสนใจ คือ การเข้าไปเปิดร้านอาหารไทย เนื่องจากระยะหลังๆ คนเมียนมาชื่นชอบอาหารไทยเป็นพิเศษ
นายเลิศรัชต์ อัครพัศพงศ์  เจ้าของร้านอาหารสบาบ สบาย


สบาย สบาย ร้านอาหารไทยชื่อดังในย่างกุ้ง
ถ่ายทอดประสบการณ์ 15 ปี ลงทุนร้านอาหารไทยในเมียนมา

ครั้งนี้ เจ้าของร้านอาหารไทย ชื่อดังในเมืองย่างกุ้ง อย่าง “สบาย สบาย (Sabai Sabai)” ร้านอาหารไทย ที่เปิดให้บริการอยู่ใจกลางเมือง ย่างกุ้ง ในทำเลที่ดีที่สุดของเมืองย่างกุ้ง และเป็นร้านอาหารไทยร้านเดียว ที่ถือว่า เปิดมายาวนานที่สุด ถึง 15 ปี โดยการบริหารงานของ “นายเลิศรัชต์ อัครพัศพงศ์” ด้วยเงินลงทุนหลักสิบล้านบาท เป็นร้านอาหารไทยขนาดใหญ่ รองรับลูกค้าได้มากถึง 300 ที่นั่ง เปิดอยู่ ริมทะเลสาบ สถานที่ตั้ง Mya Kyun Tha Park Gaba Aye Pagoda Road







สำหรับ ร้านสบาย สบาย แห่งนี้ บอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา เพราะไม่ว่านักธุรกิจ รายใหญ่ของประเทศไทย ที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา ก็จะเลือกร้านนี้ สังสรรค์ และเจรจาธุรกิจ หรือ แม้แต่นักลงทุนจากต่างชาติ นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักเที่ยวจากจีน และญี่ปุ่น มักจะกินอาหารไทยที่ร้านนี้ รวมไปถึง นักการเมืองเมียนมา ใช้ร้านแห่งนี้สังสรรค์ พบปะพูดคุยทางการเมือง เพราะด้วยทำเล ที่เลือกเปิดอยู่ริมทะเลสาบ ใจกลางเมืองย่างกุ้ง ด้วยรสชาติอาหารไทยและการตกแต่งร้าน เลิศหรู เป็นที่ยอมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และคนท้องถิ่น








เปิดร้านอาหารในย่างกุ้ง ปัญหาค่าเช่าที่แพงมาก

นายเลิศรัชต์ ได้มาเล่าถึงประสบการณ์ การทำร้านอาหารในประเทศเมียนมา ว่า การทำร้านอาหารไทย ในเมียนมา ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะ คนเมียนมา รู้จัก และชื่นชอบอาหารไทย อยู่แล้ว แต่ปัญหาที่ผ่านมา ทำให้ร้านอาหารไทย และร้านอาหารในอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น หรือ แม้แต่ร้านอาหารจีน ต้องปิดตัวลงไปเป็นจำนวนมาก อย่าง ร้านอาหารจีน เคยเปิดมากถึง 30-40 ร้าน สุดท้ายปิดตัวไปกว่า ครึ่งหนึ่ง เหลือไม่ถึง 20 ร้าน เช่นเดียวกับร้านอาหารญี่ปุ่น ที่เปิดจำนวนมาก และผ่านไป 2-3 ปี ก็พากันปิดตัวไปกว่าครึ่งเช่นกัน


สาเหตุที่ทำให้ร้านอาหารเหล่านั้นอยู่ไม่ได้ ไม่ใช่กำลังซื้อของคนเมียนมา แต่เกิดจาก ค่าเช่าสถานที่ในย่างกุ้ง แพงมาก ราคาที่ดินในย่างกุ้งแพงมากกว่า ในกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำ อย่าง ร้านสบาย สบาย เอง ก็ต้องเสียค่าเช่าสถานที่ สูงถึง เดือนละ 500,000 บาท และกว่าจะมาเปิดร้านปักหลักอยู่ริมทะเลสาบ ใจกลางเมืองอย่างนี้ ได้ย้ายมาแล้วถึง 3 ครั้ง เพราะด้วย ปัญหาเดียว คือ ค่าเช่าที่สูงมาก แต่สุดท้ายที่ยังคงต้องเลือกเปิดใจกลางย่างกุ้ง เพราะสะดวกในการเดินทางของลูกค้า ที่ส่วนใหญ่อยู่ในย่างกุ้ง





จราจรติดขัดในย่างกุ้ง หนึ่งปัญหาร้านอาหารไทย

เนื่องจาก ในย่างกุ้ง ยังมีปัญหาเรื่องการจราจร อย่างมาก เรียกว่า ติดหนักกว่า ในกรุงเทพฯ ด้วย เช่น ถ้าเดินทางจากร้าน เพื่อไปสนามบิน ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 4-5 กิโลเมตร ต้องใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง เป็นเหตุผลที่ทำให้ คนในย่างกุ้ง ไม่ค่อยออกไปกินอาหารนอกบ้าน เพราะกลัวปัญหาการจราจร ที่ติดขัดมาก นี่คือ ปัญหาที่ทำให้ร้านอาหาร ที่เปิดในย่างกุ้ง ต้องปิดตัวไป เป็นจำนวนมาก มาจาก 2 เหตุผล คือ ค่าเช่าที่แพงมาก และการจราจรที่ติดขัดมาก จนทำให้ลูกค้าไม่ออกมากินอาหารนอกบ้าน


สำหรับกลุ่มลูกค้าของร้านสบาย สบาย เพราะเป็นร้านอาหารไทยแบบ 100% ลูกค้า 50% เป็นลูกค้าต่างชาติ มีทั้งคนจีน คนญี่ปุ่น หรือ จะน้อยหน่อย และคนไทย ครั้งแรกที่มาเปิดจะได้ ลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจคนไทย ที่เข้ามาลงทุนในเมียนมาร์ ก็จะมาเจรจาธุรกิจกันที่ร้านของเรา แต่ปัจจุบัน มีคนพื้นเมืองมากขึ้น ทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง เพราะคนเมียนมา ชื่นชอบการสังสรรค์ และรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยค่าใช้จ่ายไม่ได้เป็นปัญหา สำหรับคนเมียนมา ในการสังสรรค์ รับประทานอาหาร เรียกว่า สั่งกันแบบเต็มที ยอมจ่ายกับการออกไปสังสรรค์ดื่ม กินได้ทุกวัน และเราโชคดีตรงที่เขาชื่นชอบอาหารไทย




ราคาอาหารไทยในย่างกุ้ง ใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ


โดยอาหารไทยที่ขายในร้านสบาย สบาย เช่น ผัดไทย น้ำพริกปลาทู ส้มตำ เป็นเมนูขายดีของทางร้าน และเมนูอื่นๆ เช่น ผัดกะเพรา ต้มยำกุ้ง ซีฟู้ดปิ้งย่าง แกงเผ็ด แกงส้ม ฯลฯ ส่วนวัตถุดิบหลัก อย่าง พริกแกงซึ่งต้องใช้พริกแกงที่อร่อยที่สุด ต้องสั่งจากประเทศไทย และวัตถุดิบอีกหลายตัวที่ไม่มีในเมียนมา เช่น กะปิ น้ำปลา เครื่องปรุงรส หลายอย่างนำเข้าจากประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน การนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศไทยไปย่างกุ้ง มีความสะดวกสบายมาก ใช้เวลาเพียงแค่วันเดียว ตัดปัญหาเรื่องการขนส่งไป




ส่วนราคาอาหารใกล้เคียงกับประเทศไทย เฉลี่ยหลัก ร้อยบาท ต้น เช่น ส้มตำประมาณ 10,000 จ๊าต หรือ ประมาณ 200 บาท น้ำพริกปลาทู 12,000 จ๊าต และ ต้มยำกุ้ง 15,000 จ๊าต ประมาณ 300 บาท เป็นต้น โดยราคาค่าอาหาร 10,000 จ๊าต จะต้องโดนหักภาษีประมาณ 500 จ๊าต ซึ่งร้านสบาย สบายจะมีลูกค้า เข้ามาใช้บริการ แบ่งเป็น 3 รอบ คือ เช้า กลางวัน และมื้อเย็น หรือ มื้อค่ำ แต่ละรอบจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ หลักร้อย มากสุดถึง 300 คน


ทั้งนี้ จากจำนวนลูกค้าที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ เพราะร้านของเรา เปิดมานาน ลูกค้ารู้จักเยอะ ทำให้แม้ว่าจะต้องเสียค่าเช่าสูงถึง 5 แสนบาทต่อเดือน ก็ยังสามารถอยู่ได้ และในปัจจุบันเมียนมา มีกลุ่มคนรวยที่มีกำลังซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะคนย่างกุ้งมีคนรวยเพิ่มมากขึ้น และรวยมากๆ ก็มีมากถึงหลักหมื่นคน และคนกลุ่มนี้ พอเลิกงานก็จะดื่ม กิน กันเป็นปกติได้ทุกวัน ไม่ต้องรอ วันหยุด





แนะนำเปิดร้านอาหารในย่างกุ้ง เลือกเปิดในศูนย์การค้าฯ ค่าเช่าถูกกว่า

นายเลิศรัชต์ กล่าวว่า ข้อดีของการเปิดร้านอาหารในเมียนมา คือ คนเมียนมาชื่นชอบอาหารไทย สามารถหาวัตถุดิบได้ในพื้นที่ หรือ ถ้าต้องนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศไทยสะดวก เพราะใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็ส่งถึง และข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือ แรงงานราคาถูก นำส่วนต่างของค่าแรงที่ไม่แพงมาหักกับค่าเช่าร้านที่สูงมาก ทำให้ยังคงสามารถเปิดร้านในย่างกุ้งได้ และข้อดี อีกอย่างหนึ่ง คือ เมียนมา มีการเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนไทย ซึ่งปัจจุบัน ยังไม่มีร้านอาหารใหญ่ ที่เป็นลักษณะเรสเตอรองท์ ร้านสบาย สบาย เป็นตัวเลือกที่นักธุรกิจ และนักการเมือง เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก และปัจจุบันทางร้าน ได้เพิ่มส่วนพื้นที่จัดเลี้ยง เพื่อรองรับ กลุ่มลูกค้า นักธุรกิจ บริษัท ห้างร้าน ในย่างกุ้งด้วย


ทั้งนี้ ผู้ประกอบการคนไทย ที่สนใจ ต้องการเปิดร้านอาหารไทยในประเทศเมียนมาร์ ตอนนี้ ยังมีช่องว่างอีกมาก ปัญหาก็ตามที่กล่าวมาข้างต้น แต่ถ้าจะให้แนะนำ ก็แนะนำให้เปิดในศูนย์การค้า เพราะค่าเช่าจะถูกกว่า ข้างนอก และคนเมียนมาร์ส่วนใหญ่ชื่นชอบ การเดินช้อปปิ้งและรับประทานอาหารในศูนย์การค้า และอาหารไทยที่แนะนำให้เปิดในเมียนมา ก็จะเป็นพวกข้าวมันไก่ ข้าวหน้าเป็ด คนเมียนมาชอบ ข้าวมันไก่ และข้าวหน้าเป็ด จากประเทศไทยมาก ปัจจุบัน คนเมียนมา ที่เคยมาทำงานที่ร้านข้าวมันไก่ในประเทศไทย พอกลับประเทศ ก็มาเปิดร้านข้าวมันไก่ ข้าวหน้าเป็ด ซึ่งขายดีมาก ร้านเล็กๆแต่คนแน่นร้านทุกวัน ค่าเช่าร้านสำหรับร้านเล็ก ก็น่าจะหลักหมื่นบาทต่อเดือน ถ้าเปิดในห้องแถว หรือ ศูนย์การค้าฯ





คุณเลิศรัชต์ กล่าวในตอนท้ายว่า การที่ตนเองยังเปิดร้านอาหารไทยในเมียนมา ได้นานถึง 15 ปี มีหลักการบริหารงาน คือ การที่มีหุ้นส่วนที่ดี เข้าใจซึ่งกันและกัน สิ่งที่นักลงทุนจะต้องระวังในการเข้าไปลงทุน หรือ ร่วมหุ้น แม้แต่การเลือกแรงงานมาทำงาน จะต้องรู้ว่า เขาเป็นคนเผ่าไหน เพราะในเมียนมา มีคนหลายเผ่า ซึ่งเผ่าที่น่าร่วมลงทุนและทำงานด้วย ก็จะเป็นเผ่าพม่า หรือ เมียนมา เผ่านี้ ส่วนใหญ่จะมีระดับการศึกษาที่ดี และจะค่อนข้างเข้าใจ ไม่ก่อปัญหา และเป็นหุ้นส่วนที่ดี

นอกจากนี้ การที่จะประสบความสำเร็จในการบริหารร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นในเมียนมาหรือ ประเทศไหนก็ตาม สิ่งแรกที่นักลงทุนต้องคำนึงถึง ก็คือ การระมัดระวังในการใช้จ่าย ต้องบริหารการเงินให้ดี ตัดค่าใช้จ่ายที่เป็นการเพิ่มต้นทุน ออกไปให้เหลือน้อยที่สุด เช่น ทุกวันนี้ ที่ร้านเองก็ไม่มีรถ เวลาจะไปซื้อของก็ยังต้องใช้รถรับจ้าง เป็นต้น


สนใจ โทร.08-1649-0999






* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *

SMEs manager



กำลังโหลดความคิดเห็น...