xs
xsm
sm
md
lg

BLACK SUGAR ดีไซน์เนอร์คนไทยวัย 60ปี จากศูนย์ฝึกอาชีพกทม. สู่ รันเวย์แฟชั่นวีค ..ทำได้อย่างไร

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บนรันเวย์ แฟชั่นวีค งาน MQ Vienna Fashion Week ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ที่ผ่านมา เสื้อผ้า ที่เกิดจากดีไซน์เนอร์ และเป็นแบรนด์คนไทย โอกาสที่จะได้ไปเฉิดฉายแข่งขันกับแบรนด์ระดับสากล เป็นไปได้ยาก แต่วันนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป ดีไซน์เนอร์คนไทย สามารถสร้างแบรนด์และได้ไปเฉิดฉายอยู่บนรันเวย์ งานแฟชั่นโชว์ระดับโลก อย่าง งานแฟชั่นวีค ได้เป็นผลสำเร็จ


เช่นเดียวกับดีไซน์เนอร์คนนี้ “เมธาวี อ่างทอง” เจ้าของแบรนด์ Black sugar ดีไซน์เนอร์ในวัย 60 Plus ที่แบรนด์ของเธอได้มีโอกาสไปร่วมโชว์ บนรันเวย์ แฟชั่นวีค งาน MQ Vienna Fashion Week ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นผลงานของดีไซน์เนอร์ไทย ได้เป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่นโลก
 “เมธาวี อ่างทอง” เจ้าของแบรนด์ Black sugar


กว่าจะมาเป็น Black sugar


“เมธาวี” เล่าถึงที่มาของ Black sugar ว่า เกิดขึ้นมาจาก เมื่อครั้งอยู่ในวัยเด็ก เกิดมาจากครอบครัว ที่ พ่อ แม่ แยกทางกัน ตนเองก็ต้องมาอาศัยอยู่กับ ญาติ ไม่ได้เรียนหนังสือ เรียนจบแค่ ประถม 4 ก็ต้องหยุดเรียนไป จนวันหนึ่ง แม่ก็มารับกลับไปอยู่ด้วย ซึ่งตอนนั้นตนเองดีใจมาก ว่าจะได้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ แต่พอไปอยู่กับแม่จริง ไม่ได้เป็นอย่างที่ฝันไว้ เพราะแม่มีครอบครัวใหม่ มีลูกเล็กหลายคน และก็รับเราไปช่วยดูแลน้องๆ สุดท้ายก็ไม่ได้เรียน

นอกจากช่วยแม่เลี้ยงน้อง ตนเองก็ยังต้องช่วยแม่ขายของ และเมื่อน้องโตขึ้นและ ไปโรงเรียน เราก็จะมีเวลาว่าง ก็ขอแม่ว่าหลังจากช่วยแม่ทำงาน ขอไปเรียนกศน. จนจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งตอนนั้น รู้ตัวเองว่า ชอบงานศิลปะ และสิ่งที่ชอบทำมาในวัยเด็ก คือ การวาดตุ๊กตากระดาษ เพราะไม่มีของเล่นอย่างอื่นๆ ก็วาดตุ๊กตากระดาษเล่น และวาดให้เพื่อนเล่น ด้วย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความชอบการออกแบบ




ผันตัวจากข้าราชการเงินเดือนไม่ถึง 2พัน
เป็นดีไซน์เนอร์เงินล้าน


อย่างไรก็ตาม ในสมัยนั้น ถ้าเรียนศิลปะอย่างที่เราชอบ เกรงว่า จะไม่มีงานทำ เพราะในสมัยนั้นวงการดีไซน์เนอร์ ไม่ได้รับการยอมรับ และสร้างอาชีพได้เหมือนทุกวันนี้ ประกอบกับ มาจากครอบครัวไม่เงินทองอะไร และแม่มีลูกหลายคน แม่ต้องดูแลน้อง ดังนั้น ถ้าจะอยู่รอดได้ต้องทำงานราชการ เพราะเป็นอาชีพที่มั่นคงที่สุดในช่วงนั้น หลังจาก เรียนจนจบ ชั้นปวช. ได้ทำงานราชการอย่างที่หวังไว้ เงินเดือนราชการน้อยมาก ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ความรู้สึกที่อยากจะทำงานศิลปะ เกิดขึ้นมาอีก พอกลับมาหาแม่ ที่กรุงเทพฯในวันหยุด จึงได้ไปลงเรียนศูนย์ฝึกอาชีพของกรุงเทพมหานคร โดยเลือกเรียนตัดเย็บเสื้อผ้า

พอเรียนจบ ต้องหาซื้ออุปกรณ์ จนได้เจอจักรเย็บผ้าอันหนึ่ง มันดีมาก เพราะเย็บอะไรได้หลายอย่าง ทำลวดลายต่างๆ ได้มากมาย ตอนนั้น ชอบมาก แต่ด้วยราคาที่สูงมากประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท และขณะนี้ ได้รับเงินเดือน ไม่ถึง 2 พันบาท และจักรราคา 2 หมื่น ห่างไกลเรามาก แต่ก็ยอมทำงานหนักขึ้น เก็บหอมรอมริบ จนได้เงินมาซื้อจักร

หลังจากที่ได้จักร มาแล้ว ได้ไปของานจากเพื่อนที่รู้จัก เขาทำเสื้อผ้าเด็กส่งขาย ต่างประเทศ เพื่อนให้การช่วยเหลือ โดยให้งานเย็บผ้ากันเปื้อน เย็บถุงมือที่ใช้ในครัว โดยช่วงแรกทำควบคู่ไปกับงานราชการ แต่พอออเดอร์เยอะมากขึ้น เริ่มไม่ไหว เพราะไม่ได้พักผ่อนเลย ใช้วิธีการกระจายงานให้กับกลุ่มแม่บ้านช่วยทำ

หลังจากนั้น เพื่อนเห็นว่า งานของเราสวย ประณีต ส่งงานเสื้อผ้าเด็ก ให้ทำ พอเริ่มทำเสื้อผ้าเด็ก เพื่อนบอกว่า ฝีมือดีขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ลาออกมาทำตรงนี้แบบเต็มตัว ดีกว่า ไหม หลังออกจากงานมีเวลามากขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำเสื้อผ้าเด็กส่งออกไปขายต่างประเทศเอง โดยได้เพื่อนช่วยเหลือ และแนะนำ เพราะเขามีประสบการณ์ ทำอยู่แล้ว




ล้มละลาย ถึง 2 ครั้ง กว่าจะได้มาเป็น Black sugar

จุดเริ่มต้นของการทำเสื้อผ้าเด็กส่งออก จึงได้เริ่มตั้งแต่วันนั้น นอกจากคำแนะนำจากเพื่อน แล้ว ยังได้รับการช่วยเหลือจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ สมัยนั้น ชื่อ ว่า กรมส่งเสริมการส่งออก ให้การช่วยเหลือ โดยให้เราได้ไปร่วมออกบูท แสดงสินค้ากับกรมฯ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ผลตอบรับออกมาดีมาก

และ ความฝันก็ดับลง เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้งในปี 2540 ทุกอย่างล้มไปหมด รวมถึงตัวเราด้วย และล้มละลาย ในครั้งนี้ เรียกว่า หมดเนื้อ หมดตัว กันเลยที่เดียว ซึ่ง ไม่ได้เกิดจากธุรกิจเสื้อผ้าเด็กเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่เรานำเงินที่ได้ ไปลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พอวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ทุกอย่างก็โดนยึด จากการขาดสภาพคล่อง ส่งผลต่อกิจการเสื้อผ้าเด็กส่งออก ทำให้ไม่สามารถเดินต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม ล้มตอนนั้น ไม่เหลืออะไร แต่สิ่งที่เหลืออยู่ คือ ลูกค้าจากต่างประเทศ ซึ่งทำการค้าด้วยกันมานาน เขาเชื่อใจ และเห็นถึงฝีมือ การทำงานของเรา ก็เลยให้โอกาส ออเดอร์สินค้าพร้อมกับการโอนเงินเข้ามาก่อน ทำให้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แต่การสู้ครั้งนี้ ปรากฏว่า ไปได้ดีมากกว่าก่อนการล้มละลายปี 2540 เพราะได้ออเดอร์จากต่างประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ ความโชคร้ายไม่ได้จบแค่นั้น เพราะเมื่อเกิดสงครามตะวันออกกลาง และเกิดกับลูกค้าของเราทั้งหมด ตอนนั้น คือ สต็อกผ้าไว้เยอะมาก แต่ก็ไม่อยากหยุดไปกลางคัน ก็เลยให้ลูกน้องทำงานต่อไปเรื่อย จนสต็อกเต็มโรงงานไปหมด สุดท้ายก็ต้องหยุด เพราะผ้าหมดสต็อก และเงินก็หมดเพราะใช้กับการจ้างพนักงาน โดยไม่มีการขาย สุดท้าย เลิกจ้างพนักงานบางส่วน และครั้งนี้ ก็เป็นการล้ม ครั้งที่ 2

ครั้งนี้ เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เพราะตัดสินใจ เลิกทำเสื้อผ้าเด็ก และคุยกับแฟนว่า ในเมื่อเราก็ไปเรียนด้านงานออกแบบ และพอจะมีฝีมือ ด้านการออกแบบอยู่พอสมควร ลองนำความรู้ที่ได้จากการไปเรียน มาลองออกแบบเสื้อผ้าผู้ใหญ่ และนำไปเสนอศูนย์การค้าฯ




โดยในระหว่างทำเสื้อผ้าเด็ก “คุณเม” เล่าว่า เธอไม่ได้เรียนด้านงานออกแบบมาก่อน แต่ใช้การจ้างดีไซน์เนอร์มาช่วย และเกิดปมในใจ เมื่อ ดีไซน์เนอร์ที่จ้างมา มองว่า เราไม่ได้เป็นดีไซน์เนอร์ เวลาสั่งอะไร ก็จะไม่ทำตาม และเกิดข้อโต้แย้งตลอด ป็นที่มาของการตัดสินใจ ว่า ต้องไปเรียน และเป็นดีไซน์เนอร์ที่เก่งให้ได้ ใครว่าที่ไหนดีไปเรียนมาหมด จนได้ปริญญา กลับมาเป็นเครื่องการันตีความสามารถหลายใบ

และความรู้ด้านการออกแบบที่ได้เรียนมา นำมาใช้อย่างเต็มที กับ การออกแบบเสื้อผ้า ผู้ใหญ่ ภายใต้แบรนด์ Black sugar และลองนำไปเสนอ ศูนย์การค้าอิเซตัน เป็นแห่งแรก ซึ่งทางห้างให้พื้นที่ทดลองขาย ปรากฏว่า ลูกค้าให้การตอบรับดี ทางห้างก็เลยเพิ่มพื้นที่ให้ และต่อมาไปนำเสนอ ศูนย์การค้าอีกหลายแห่ง เช่น เซ็นทรัล สยามพารากอน เอ็มโพเรียม ฯลฯ แต่การจะเข้าไปขายในห้างดังเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหลายแห่งต้องรอคิวยาวมาก เช่น สยามพารากอน และเอ็มโพเรียม แต่สุดท้ายก็ให้เราลัดคิวเข้าไปวางจำหน่ายได้ หลังจากเจ้าหน้าที่ของห้างดังได้มาเจอแบรนด์เสื้อผ้า ของเราขายในห้างแห่งหนึ่งและขายดีมาก



ความฝันเป็นจริง เมื่อ Black sugar ได้ขึ้นโชว์บนรันเวย์ แฟชั่นวีค

อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ ที่มีอยู่ในช่วงทำตลาดส่งออกเสื้อผุ่าเด็ก ครั้งนี้ เมื่อต้องการสร้างแบรนด์เสื้อผ้าผู้ใหญ่ ไม่ลืม ที่จะนำแบรนด์ ของเราไปทำตลาดในต่างประเทศ และเช่นเคย เรารับความช่วยเหลือ จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำสินค้าไปออกโรดโชว์ร่วมกับกรมฯ ในประเทศต่างๆ และเป็นที่มา ที่เสื้อผ้าแบรนด์ Black sugar เกิดไปโดนใจ กับนิตยสารชื่อดัง ที่จัดงานแฟชั่นวีค เขาได้เลือกให้แบรนด์ ของเราได้ขึ้น โชว์บนรันเวย์งาน MQ Vienna Fashion Week ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในงานแฟชั่นโชว์ที่ได้รับการยอมรับ จากดีไซน์เนอร์ทั่วโลก และเป็นที่มาของ การบุกตลาดต่างประเทศอย่างเต็มตัวของแบรนด์ Black sugar

สำหรับเสื้อผ้า แบรนด์ Black sugar เป็นเสื้อผ้า ขาวดำ เป็นเสื้อผ้าในรูปแบบที่เน้น ความโดดเด่น และแปลกแตกต่าง คนที่ชื่นชอบเสื้อผ้าสไตล์นี้ จะต้องเป็นคนที่ชื่นชอบการแต่งตัว ที่มีความเท่ และเป็นตัวของตัวเอง ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า ลำลองใส่ในวันหยุด หรือ วันทำงานสำหรับคนที่แต่งตัวแนวแฟชั่น โดยเจาะกลุ่มลูกค้า วัย 30 ปีขึ้นไป จะมีทั้งคนไทยและต่างประเทศ ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยลูกค้าในต่างประเทศ ยังคงเจาะกลุ่มตะวันออกกลาง ยุโรป และเอเชีย การไปร่วมโชว์ งานแฟชั่นวีค ทำให้เราได้ลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป ติดต่อเข้ามา แม้แต่ประเทศที่จ้าวแฟชั่น อย่างอิตาลี และฝรั่งเศส ยังสนใจนำเสื้อผ้า ของเราไปจำหน่าย



ทั้งนี้ จากความสำเร็จ ของดีไซน์เนอร์ไทย ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า คนไทยมีฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก และที่สำคัญ ไม่ได้จำกัดอายุ ว่า เป็นดีไซน์เนอร์ต้องเป็นคนรุ่นใหม่ คนอายุน้อย แต่ “เมธาวี” พิสูจน์ให้เห็นว่า ความสำเร็จ หรือการทำงานไม่ได้จำกัดอายุ เพราะเมธาวี เป็นดีไซน์เนอร์ที่มีอายุ เฉียด 60 ปี ก็ยังคงทำงานและเป็นดีไซน์เนอร์ที่เก่งได้

สนใจ โทร.02-943-8088





* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น