xs
xsm
sm
md
lg

“วังรี เฮลท์ รีสอร์ต” บุกเบิก Plant Factory เกษตรไร้เคมี...เริ่มก่อนรวยก่อน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประเทศไทยมีพื้นที่ทำเกษตรเป็นอันดับที่ 48 ของโลก แต่ปริมาณการใช้ยาฆ่าแมลงในภาคเกษตรกลับสูงถึงอันดับ 5 ไม่น่าแปลกใจหากผักผลไม้ที่เราซื้อหามารับประทานส่วนใหญ่จะมียาฆ่าแมลงตกค้างเกินมาตรฐาน และมีคนเจ็บป่วยจากสารพิษเหล่านี้เป็นจำนวนมาก จากจุดนี้ “กฤษณะ ธรรมวิมล” CEO บริษัท วังรี เฮลท์ แฟคตอรี จำกัด ตั้งคำถามกับตัวเองว่ามีวิธีใดที่จะปลูกผักผลไม้โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงได้บ้าง และเริ่มสนใจศึกษาเรื่องการทำเกษตรเพื่อหาคำตอบ จนกระทั่งเกิดแรงบันดาลใจก่อตั้งธุรกิจ Plant Factory ในประเทศไทยขึ้น


หลังจากเรียนจบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กฤษณะ เปิดบริษัทวางระบบโอเปอเรเตอร์อยู่ที่เชียงใหม่ เพื่อนๆ ที่สนิทกันส่วนใหญ่หมอ จึงมักคุยกันเรื่องโรคภัยไข้เจ็บของคนในท้องถิ่น วันหนึ่งเพื่อนหมอ บอกว่าคนเชียงใหม่เป็นมะเร็งกันมาก หากนับสัดส่วนต่อจำนวนประชากรถือว่าสูงที่สุดในโลก เขาสงสัยว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ได้เพื่อนที่เป็นหมอให้คำตอบว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการบริโภคผักที่มียาฆ่าแมลงตกค้างมาก
โมเดลธุรกิจเกษตร


“เกษตรกรต้องขายผักในรูปแบบที่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางเสมอ แล้วพ่อค้าคนกลางก็ตั้งราคาตามคุณภาพของพืชผักที่เห็นภายนอก ซึ่งบ้านเราอยู่ในเขตร้อนชื้น โรคและแมลงค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นเกษตรกรต้องใช้ยาฆ่าแมลงปริมาณมากเพื่อป้องกันไม่ให้มีโรคและแมลงให้ผักสวยงาม”

กฤษณะ ลงสำรวจผักจากตลาดนำตัวอย่างเข้าแลบสุ่มตรวจหายาฆ่าแมลงก็พบทุกครั้ง ส่วนใหญ่เกินมาตรฐาน การล้างผักลดได้แค่ประมาณ 40% เท่านั้น เรียกว่าแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย เขาจึงมานั่งคิดว่าจะปลูกอย่างไรโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง

“5 ปีก่อนผมมีโอกาสเข้าร่วมอบรมหลักสูตรของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และได้เดินทางไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เห็นเทคโนโลยี Plant Factory เป็นครั้งแรก แต่ไม่มีข้อมูลมากนัก เมื่อกลับมาเมืองไทย จึงเริ่มหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ถามผู้รู้ที่พอจะรู้เรื่องนี้ กลายเป็นโปรเจ็ค Plant Factory นำเสนอในหลักสูตรที่เรียน”

Plant Factory เป็นการปลูกผักแนวตั้ง ในโรงเรือนระบบปิด 100% ใช้ผนังฉนวนสำเร็จรูปที่เรียกว่า Sandwich panel หรือ ISO Wall เป็นโลหะสองด้าน ตรงกลางเป็นโฟมเพื่อกันความร้อน สร้างเป็นโรงเรือนปิดไม่มีแม้กระทั่งอากาศแลกเปลี่ยน ทำให้ควบคุมโรคและแมลงได้



“เราปลูกผักในโรงเรือนที่เป็นคลีนรูม ปลอดเชื้อโรค เราสามารถควบคุมแสงให้เหมาะสมได้โดยใช้แสงไฟเทียมจากหลอดไฟแอลอีดี ฟีดคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อให้พืชสังเคราะห์แสง มีระบบน้ำ ระบบปุ๋ย โดยใช้น้ำดื่มทั้งหมด การปลูกแบบนี้ใช้น้ำน้อยกว่าปกติมาก คือแค่ 1% โดย 3ปีแรก เราวิจัยอย่างเดียว แรกๆ ก็มีปัญหา ปลูกได้บ้างไม่ได้บ้าง ผมปรับปัจจัยต่างๆ ทดลองไปเรื่อยๆ จนที่สุดก็มีบทสรุปที่ชัดเจนว่าเราสามารถปลูกโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงได้ ผลผลิตที่ได้ยังมีรสชาติดี มีคุณค่าทางอาหารสูง โตเร็วกว่าปกติเกือบเท่าตัว สะอาด สามารถบริโภคได้เลย และต้นทุนในการปลูกไม่ได้สูงไปกว่าการปลูกผักแบบปกติทั่วไป”

'กองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม' เห็นความสำคัญของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จะสนับสนุนต่อยอดไอเดียในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ เปิดโอกาสสำหรับเจ้าของไอเดีย หรือเจ้าของต้นแบบสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมที่สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจได้ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง นำเสนอไอเดียใหม่ๆ เข้าร่วมกิจกรรม ANGEL FUND FOR STARTUP ประชันแนวคิดพิชิตเงินทุน โดยต่อยอดไอเดียสู่การวางแผนธุรกิจ และสร้างประสบการณ์การนำเสนอแนวคิด (Pitching) โดยตรงต่อเจ้าของแหล่งเงินทุน เพื่อให้เกิดการสนับสนุนทุนจัดตั้งธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป





“พอปีที่ 4 ผมเอาโครงการนี้ไป Pitching ที่กรุงเทพฯ ในหมวด กรีนโซลูชั่น เราได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบ ได้เงินทุนมาส่วนหนึ่ง มีผู้ใหญ่สนับสนุนพื้นที่ วังรีรีสอร์ต ที่จังหวัดนครนายก ให้ลงมือทำจริง เลยเริ่มทำโครงการขึ้นมา โดยได้เงินทุนก้อนแรกจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ ร่วมลงทุนเป็น Venture Capital สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมก็สนับสนุนเราเรื่องนี้ แล้วยังเอาโครงการไปช่วยประชาสัมพันธ์ให้ ทำให้คนรู้จักมากขึ้น มีคนเข้ามาช่วย มาเป็นซัพพลายเออร์ให้เรา มาหาตลาดให้ บางคนก็มาช่วยเรื่องของการสร้างธุรกิจที่เป็นขั้นต่อไป ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่เราไปร่วมกิจกรรม Angel Fund”

สำหรับ “วังรี รีสอร์ต” มีส่วนที่ทำธุรกิจผักผลไม้ออร์แกนิกอยู่แล้ว มีทั้งปลูกในโรงเรือนพลาสติก โรงเรือนเปิด เมื่อทำ Plant Factory ต้นแบบ เข้าไปเสริม ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมากจนปลูกขายไม่ทัน

“ต้นทุนต่อต้นในการปลูกแบบ Plant Factory ใกล้เคียงกับผักออร์แกนิก การปลูกผักหนึ่งใช้เวลา 45 วัน แต่เราใช้ 30 วันโดยเฉลี่ย ดังนั้นในปีหนึ่งเราปลูกได้ 12 รอบ ขณะที่ผักออร์แกนิกปลูกได้แค่ 8 รอบ ฤดูฝนที่ฝนตกหนักหรือฤดูที่แล้งหนักๆ ก็ปลูกไม่ได้ ทำให้ปลูกได้แค่ 6 รอบ เราปลูกได้ทุกฤดูกาล ซึ่งผมมองว่าสิ่งที่เราจะสู้ได้จริงๆ คือการเกษตร แต่เกษตรก็คือธุรกิจ ต้องวิจัย ค้นคว้า ลงทุน และสร้างสรรค์นวัตกรรมดีๆ ขึ้นมา ซึ่งมีมูลค่าหมด ประเทศไทยเมื่อ 40 ปีที่แล้วเราเป็นออร์แกนิกทั้งประเทศ แต่เดี๋ยวนี้ทั้งประเทศเรามีดินปนเปื้อนยาฆ่าแมลงเต็มไปหมด ดังนั้นเราต้องมาเริ่มกันใหม่ เราเองปลูกผักให้คนไทยทั้งประเทศไม่ได้ เราแข่งกันปลูกไม่ได้ เราต้องช่วยกัน ผมจึงอบรมให้กับคนที่สนใจ เท่าที่จะทำได้ เริ่มได้ในพื้นที่เล็กๆ สร้างมูลค่า ผมจะใช้โครงการนี้เริ่มต้นเพื่อสอนให้เกษตรกรรู้ว่ามีตลาดที่ดี มีเทคโนโลยีที่ดี แล้วจริงๆ ไม่ได้แพง ถ้ามาเรียนรู้และเข้าใจ มาสร้างตลาดร่วมกัน เราคิดเรื่อง Economics of Scale ถึงจุดหนึ่งการลงทุนจะน้อย แต่ผลตอบแทนมหาศาล”





ประเทศไทยมีรายได้หลักจากการเกษตร แต่คนที่ทำเกษตรกลับยากจนที่สุด เพราะตลาดบ้านเรามีพ่อค้าคนกลางเป็นคนควบคุมราคาพืชผักผลไม้ แต่ยุคนี้เราสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรง มีคนที่รู้ข้อมูลว่าปัจจุบันนี้ผักอันตราย อยากได้ผักสะอาด เป็นกลุ่มที่ซื้อประจำอยู่แล้ว เราสร้างแพลทฟอร์มต้นแบบโดยที่ไม่ต้องใช้แอพพลิเคชั่นที่ซับซ้อน เราขายออนไลน์อย่างเดียว ผ่านเฟสบุ้ค อินสตาร์แกรม ตรงไปยังผู้บริโภคได้ โดยรับพรีออเดอร์ สัปดาห์นี้ต้องการผักอะไรกี่ต้น เก็บเกี่ยวเสร็จเราส่งผักใหม่ๆ สดๆ ทันที ลูกค้าก็จะได้รับภายในวันเดียว ทำให้คงคุณค่าสารอาหารไว้ ไม่ได้ต่างกับผักออร์แกนิก ราคาใกล้เคียงกัน ลูกค้าก็จะชอบ”

นอกจากวางแผนขยายโรงเรือนเพิ่ม กฤษณะบอกว่าจะขยายพื้นที่ปลูกเข้ามาในกรุงเทพฯ ด้วย เขาตั้งคำถามว่าถ้าจะซื้อผักผลไม้ที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงในกรุงเทพฯ หาซื้อได้ที่ไหน คนส่วนใหญ่ตอบไม่ได้ทันที และไม่แน่ใจนัก

“ผมปลูกผักมา 5 ปี รู้ว่าผักที่สวยๆ ปลอดสารพิษหาได้ยากมาก ถ้าเรามีร้านในกรุงเทพฯ มีโรงเรือนปลูกอยู่ข้างหลัง ป้อนสักวันละหมื่นต้น คนมาซื้อก็เห็นระบบปลูก แค่จุดเดียวนี้ ก็เป็นธุรกิจได้ เพราะคนกินผักทุกวัน ปีนี้เราจะเปิดหน้าร้านที่กรุงเทพฯ ตั้งเป้าไว้ 2 สาขา เป็นการทดสอบตลาดก่อน ซึ่งอยู่ในระหว่างการออกแบบ น่าจะเสร็จประมาณสิ้นปี ใช้พื้นที่ 4-5 ไร่ มีบริการหลายแบบ มีทั้งไดรฟ์ทรู สั่งออนไลน์แล้วมารับ มีร้านอาหารสุขภาพบริการ มีโรง Plant Factory ใกล้ร้านอาหาร คนที่มาทานอาหารก็เข้าไปเยี่ยมชมการปลูกผักของเราได้ จุดเด่นคือ ความสะอาด ความสดใหม่ ไม่มียาฆ่าแมลง รสชาติอร่อย ต้นใหญ่ ในราคาเทียบเท่าผักทั่วไป โดยที่คุณภาพและความปลอดภัยเทียบเท่ากับผักออร์แกนิก”







เมื่อร้านในกรุงเทพฯ ประสบความสำเร็จ ในปีหน้าก็จะมีแฟรนไชส์ตามออกมาในรูปแบบเครือข่ายคำมั่นสัญญาในการปลูกผักที่สะอาดให้คนกิน เน้นการเป็นศูนย์ข้อมูลกลาง กฤษณะคำนวณดูคร่าวๆ แล้วว่าจะต้องมีสาขาค่อนข้างมากเพื่อให้ตอบสนองกับลูกค้าที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และมีความต้องการอยู่แล้ว แต่ละสาขาใช้พื้นที่เพียง 150 ตารางเมตร หรือ 10 x 15 ตารางเมตร ประมาณบ้านหลังเล็กๆ หนึ่งหลัง ได้ผลผลิตเทียบเท่ากับพื้นที่ปลูกผักออร์แกนิก 4 ไร่ ใช้คนดูแลคนเดียว ไม่ว่าค่าแรง ค่าพื้นที่ ค่าปุ๋ย ค่าน้ำ เทียบกับกับการลงทุน Plant Factory ต้นทุนไม่ต่างกัน ในระยะยาวต้นทุนก็ยิ่งถูกลงเรื่อยๆ สามารถใช้ปั๊มน้ำมันร้าง หรือพื้นที่อื่นๆ ใกล้เมือง ซึ่งปัจจุบันก็มีโครงการที่สนับสนุนการลงทุนสตาร์ทอัพมากมาย ที่สามารถเอาโครงการไปนำเสนอได้โดยไม่ต้องไปกู้ธนาคาร



“สิ่งที่เราทำเป็นโมเดลธุรกิจด้วย ผมจะบอกเกษตรกรว่าจริงๆ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ คืออาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูง แล้วคนต้องกินทุกวัน ตัวเลขง่ายๆ ที่อธิบายให้กับเกษตรกร ยกตัวอย่างผักกิโลกรัมละ 60 บาท เกษตรกรขายผ่านพ่อค้าคนกลาง 65 จะได้กำไร 5 บาท แต่พ่อค้าคนกลางไปขายปลีก 120 บาท พ่อค้าคนกลางรวย เกษตรกรจน เรามีมุมมองใหม่ง่ายๆ เกษตรกรขายให้ลูกค้าโดยตรง 100 ลูกค้าที่เคยซื้อ 120 ก็ซื้อได้ถูกลง 20 บาท เกษตรกรได้กำไรจากเดิม 5 บาท เป็น 40 บาท ผู้บริโภคซื้อถูกลง คนปลูกได้กำไรมากขึ้น ผมเลยพยายามสร้างแพลทฟอร์มที่ให้เกษตรกรเชื่อมตรงกับผู้บริโภคเป็นต้นแบบให้เห็น”






**Farmer Market หาตลาดอย่างไร

สำหรับฐานเดิมคือ วังรี เฮลท์ แฟคทอรี ก็กำลังพัฒนาไปอีกขั้น โดยออกแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยว กฤษณะมองว่าการทำอุตสาหกรรมการเกษตร ถ้าทำให้ดีพอ ก็สามารถสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้

“ตอนนี้เรากำลังออกแบบโรงเรือนปลูกสตรอเบอร์รีให้ได้ผลผลิตวันละ 1 ตัน ที่จังหวัดนครนายก เราไม่ได้มองแค่การปลูกผัก แต่มองไปถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจ ถ้าเรามีฟาร์มสตรอเบอร์รีพื้นที่สองพันตารางเมตร รวมสตรอเบอร์รีทุกสี ทุกสายพันธุ์ มาไว้ นอกจากนี้ยังมีผัก อาหารคลีน สร้างความเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นมา เป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ดินก็ราคาสูงขึ้น เราชวนเกษตรกรออร์แกนิกใกล้ๆ สร้างความเป็น Farmer Market เชื่อมเครือข่ายในท้องถิ่นได้ด้วย”



“เกษตรกรมักจะถามว่าหาตลาดอย่างไร เราไม่เคยหา ผมเชื่อว่าถ้าเราทำอะไรที่ดีๆ และหวังดีกับคนอื่น ก็เป็นธุรกิจได้หมด เราสร้างตลาดขึ้นมาจากสิ่งที่เราทำ เมื่อเราสร้างขึ้น ตลาดจะรับรู้แล้วเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา แล้วที่สำคัญเป็นอาชีพที่ไม่ใช่แค่ทำกินอีกแล้ว เพราะมีแรงบันดาลใจ มีคนเข้ามาให้ความรัก ให้กำลังใจ เป็นธุรกิจที่ใครก็รัก เราปลูกผักสะอาดๆ ปัจจุบันทั่วโลก ธุรกิจ Plant Factory ในระดับสตาร์ทอัพด้านการเกษตร มีเงินลงทุนมหาศาล มากกว่าธุรกิจในด้านอื่นๆให้คนกิน”

ติดต่อ บริษัท วังรี เฮลท์ แฟคตอรี่ จำกัด143 ม.12 ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก 26000 โทร. 093132-8543 www.wangreefresh.com



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *