xs
xsm
sm
md
lg

ซีอีเอเดินหน้าความร่วมมือ “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย-อินโดนีเซีย” ตั้งเป้าอาเซียนก้าวทันตลาดโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า ไทยร่วมกับอินโดนีเซียดำเนินโครงการ “ความร่วมมืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย-อินโดนีเซีย” เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใน 3 ด้าน คือ 1. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศในด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 2. ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และ 3. สนับสนุนให้เกิดความเข้าใจและการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศในด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านการจัดการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนการส่งเสริมนักสร้างสรรค์ของทั้งสองประเทศให้มีโอกาสต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างสองประเทศต่อไป

ทั้งนี้ โครงการความร่วมมือดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมายของทั้งสองประเทศ โดยมูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.61 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) (ที่มา : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2557) ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง 3 อันดับแรก คือ อุตสาหกรรมแฟชั่น อุตสาหกรรมการออกแบบ อุตสาหกรรมแพร่ภาพกระจายเสียง ทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และสามารถก้าวข้ามอุปสรรคด้านภูมิศาสตร์ของการเป็นหมู่เกาะขนาดใหญ่ สู่การเป็นแหล่งบ่มเพาะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของโลกที่มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นถึง 4 รายได้อย่างมีศักยภาพ

ด้าน นายเตรียวัน มูนาฟ ประธานสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย กล่าวเสริมว่า จากข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นหมู่เกาะ และการกระจุกตัวของรายได้ในบางพื้นที่ จึงทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญต่อการวางกรอบนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งเร่งปรับโครงสร้างวางรากฐานการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ให้เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญของอินโดนีเซีย (Palapa Ring) ที่ต้องดำเนินงานภายใต้ภารกิจเดียวกัน การพัฒนาโครงข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม 4 จี การกำหนดยุทธศาสตร์ตลาดอีคอมเมิร์ซ และการก่อตั้ง “สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย” เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

“จากการปรับโครงสร้างดังกล่าว ทำให้ธุรกิจในอินโดนีเซียประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างยูนิคอร์นตัวแรกของอินโดนีเซีย “GO-JEK” แพลตฟอร์มเรียกรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์ สตาร์ทอัพรายแรกที่กล้ากระโดดลงมาจับลู่ทางธุรกิจที่ท้าทายปัญหาการจราจรคับคั่งติดอันดับโลก ที่สามารถขยายตลาดสู่สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย จนก้าวสู่บริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และหลังจากนั้นไม่นานก็มีอีกหลายบริษัทตบเท้าสู่สตาร์ทอัพ ยูนิคอร์นอย่างรวดเร็ว ได้แก่ Traveloka Tokopedia และ Bukalapak โดยปัจจุบันจีดีพีของอินโดนีเซียเติบโตอย่างก้าวกระโดด และได้รับการจัดอันดับจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ให้เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอันดับที่ 8 ของโลก ที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศกว่า 3,028 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 3 ปี และยังคาดการณ์อีกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจะก้าวสู่อันดับที่ 4 ในอีก 30 ปีข้างหน้า” นายเตรียวันกล่าว

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียได้ร่วมจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย-อินโดนีเซีย เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC กรุงเทพฯ) อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง สอบถามเพิ่มเติมได้ โทร. 0-2105-7400 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cea.or.th

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...