xs
xsm
sm
md
lg

กระแสสิ่งแวดล้อม ดัน “ใบตอง จ.สุโขทัย” กว่าหมื่นไร่ ถูกขายบน Amazon

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อากาศที่ร้อน ระอุ แบบอุณหภูมิทะลุปรอท ทำให้คนไทย และคนทั่วโลก หันมาใส่ใจเรื่องของสิ่งแวดล้อม มากขึ้น และ ด้วยเหตุนี้เอง เป็นที่มาของอาชีพ ผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งแวดล้อม รวมถึง อาชีพ ที่หลายคนไม่คาดคิดว่า จะเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่าง การตัดใบตองขาย

หลายคนมองว่า แค่ใบตอง จะไม่ขายอะไรได้มาก แต่วันนี้ ไม่ใช่! เพราะใบตอง จากประเทศไทย ดังมาก ขนาด มีการขายผ่านเว็บไซต์ ชื่อดัง อย่าง อเมซอน (Amazon.com) ครั้งนี้ พาไปรู้จักแหล่งปลูกใบตอง ส่งออก ที่สำคัญ ของเมืองไทย มีพื้นที่ปลูกกว่า 10,000 ไร่ ที่ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

สำหรับชาวบ้านที่นี่ ปลูกกล้วยตานี ขายใบ กันมานานกว่า 40-50 ปี สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นแหล่งปลูกกล้วยตานีที่ใหญ่ที่สุด ของประเทศไทย ก็ว่าได้ โดยมีการปลูกกันมากในเขต ต.บางยม ย่านยาว ปากน้ำ ท่าทอง เมืองและคลองกระจง โดยเฉพาะในเขต ต.คลองกระจงมีพื้นที่มากที่สุดกว่า 8,000 ไร่



กล้วยตานีเป็นกล้วยป่าชนิดหนึ่ง ใบมีลักษณะสวย มันเงา ขนาดใบยาว กว้างและเหนียว ในอดีตนิยมนำใบกล้วยตานีมามวนบุหรี่และใช้ทำภาชนะบรรจุอาหาร กล้วยตานีที่ใช้ตัดใบได้จะมี 3 ชนิด คือ กล้วยตานีป่า กล้วยตานีหินและกล้วยตานีหม้อ แต่ชนิดที่นิยมปลูกกันมากจะเป็นกล้วยตานีหม้อเพราะทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ จุดเด่นของใบตองคือ ใบมีขนาดใหญ่และหนา ใบเหนียว ไม่แตกง่าย มีกลิ่นหอมถ้าถูกความร้อนไม่ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยน

คุณบุญชอบ เอมอิ่ม หนึ่งในเกษตรกร ผู้ปลูกกล้วยตานี ตัดใบขาย เล่าว่า ลุงปลูกกล้วยตานีแซมในสวนไม้ผล บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ โดย สวนผลไม้ของลุงเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านกรงทอง ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ที่ผ่านมา มีผู้สนใจเข้ามาดูงานทั้งภาครัฐ เอกชนและ เกษตรกรมาศึกษาดูงานจำนวนมาก ส่วนของกล้วยตานี ลุงพยายามที่จะปลูกกล้วยตานีเพื่อให้ได้ใบตองที่มีคุณภาพ เพื่อให้เป็นที่รู้จัก มาจนถึงปัจจุบัน ลุงประสบความสำเร็จ เพราะสามารถจำหน่ายใบตองทั้งในประเทศ และส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โดยลุงจะรวมกลุ่ม และรวบรวมใบตอง ส่งให้บริษัทผู้ส่งออก

โดยใบตอง ที่จะส่งออกได้ต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP และสมาชิกต้องผ่านการอบรมการผลิตใบตองที่ถูกต้อง ปัจจุบันกลุ่มของลุง จะมีสมาชิกราว 40-50 คน พื้นที่รวมประมาณ 600 ไร่ การผลิตใบกล้วยส่งตลาดต่างประเทศ แม้จะได้ราคาสูงกว่าป้อนตลาดในประเทศแต่คุณภาพของใบกล้วยที่กำหนดไว้ค่อนข้างสูงก็นับเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยให้ความสนใจกับการผลิตเพื่อส่งออก แต่ลุงบุญชอบก็ยังเดินหน้าที่จะส่งเสริมให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของการผลิตใบตองคุณภาพเพื่อความยั่งยืนของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ต้นกล้วยตานี


การปลูกกล้วยเพื่อตัดใบตองขายนั้น ลุงบุญชอบ บอกว่า ต้องปลูกใช้ระยะปลูก 3x3 เมตร หรือ 180 ต้นต่อไร่ แต่ถ้าปลูกเชิงเดี่ยวปลูกในระยะ 2.5x2.5 เมตร หรือ 240 ต้นต่อไร่ หลังปลูกแล้วประมาณ 6-8 เดือนจะใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 200 กก./ไร่/ปี และให้ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ในช่วงเร่งการเจริญเติบโตประมาณ 12-15 กิโลกรัมต่อไร่ มีการพรวนดินแปลงปลูกปีละ 1 ครั้ง กำจัดวัชพืชปีละ 2 ครั้ง ช่วงหน้าแล้งจะมีการให้น้ำเดือนละครั้ง หลังปลูกไปได้ 6-8 เดือน ก็เริ่มตัดใบขาย

จนกระทั่งกล้วยเริ่มออกปลี จึงตัดต้นแม่ทิ้ง ปล่อยให้หน่อลูกข้างต้นแม่ขึ้นมาแทน กล้วยตานีที่ปลูกในครั้งแรกจะตัดใบได้ประมาณ 24 ใบต่อต้น พอเข้าปีที่ 2 หน่อลูกที่เจริญขึ้นมาแทนต้นแม่ก็จะสามารถตัดใบขายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4 เท่าของปีแรก ในปีที่ 3 หน่อลูกจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่จะต้องควบคุมให้หน่อกล้วยตานีต่อกอไว้ประมาณ 5-7 ต้น หากไว้มากเกินไปจะทำให้ใบตองมีขนาดเล็กและคุณภาพของใบกล้วยลดลง นอกจากนี้ควรจะมีการตัดแต่งใบที่เน่าเสีย ใบที่ฉีกขาดหรือไม่มีคุณภาพทิ้งอยู่เสมอ จะช่วยให้กล้วยตานีแตกใบใหม่ที่สวยและมีคุณภาพ โรคที่พบส่วนใหญ่ก็จะเป็นโรคตายพราย กล้วยจะมีอาการใบเหลือง ไหม้ ต้นเน่า ยืนต้นตาย ส่วนแมลงที่พบส่วนใหญ่ก็จะมีด้วงงวงเจาะลำต้น


อบรม กลุ่ม มาตรฐานส่งออก GAP


โดยรายได้จากการปลูกกล้วยตานีเพื่อขายใบนั้น ถ้าเป็นการปลูกกล้วยเชิงเดี่ยวบนพื้นที่ 1 ไร่ หากกล้วยไม่เสียหายจากโรค-แมลงหรือภัยธรรมชาติ ชาวสวนจะมีรายได้ประมาณ 8,000-10,000 บาทต่อไร่ แต่ถ้าเสียหายรายได้ก็จะลดลงเหลือประมาณ 4,000-5,000 บาท/ไร่ โดยต้นทุนการดูแลจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-2,500 บาท/ไร่ เป็นค่าการจัดการในสวน

คุณภาพของใบตองแบบไหนที่ตลาดต้องการ ความกว้างของใบจะมี 2 ขนาด คือ ความกว้าง 8-12 นิ้ว และ ความกว้างใบ 10-14 นิ้ว ไม่จำกัดความยาว ไม่ฉีกขาดเกิน 3 แฉก ส่วนใบที่ส่งตลาดในประเทศคุณภาพจะต่ำกว่าที่ส่งตลาดต่างประเทศ แต่ก็จะเป็นใบที่มีความสมบูรณ์ สวยงามเช่นกัน


สำหรับผลผลิตใบตองที่ ต.คลองกระจงนี้ จะมีการตัดใบตองส่งขายทุกวัน เฉลี่ยวันละ 20-30 ตัน โดยผลผลิตส่วนใหญ่จะขายตลาดในประเทศ ใบตองที่นี่จะคัด 3 เกรด โดยราคารับซื้อใบตองจะอยู่ที่ 3-4 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนตลาดต่างประเทศราคาจะสูงกว่าถึง 2 เท่าตัว ส่วนปลีกล้วยจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ 2-3 บาท ส่วนของลำต้นก็นำไปลอกออกเป็นกาบเพื่อทำเป็นเชือกปอกล้วย จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 8 บาท

สนใจโทร.08-1888-1739




* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...