xs
xsm
sm
md
lg

กรมส่งเสริมการค้าฯ จับตาอาหารไทยในเยอรมนี หลังทางการคุมเข้มโรคอ้วน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

น.ส.ปิตินันทน์ สมานวรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จับตาอาหารไทยในเยอรมนี หลังกระทรวงโภชนาการและการเกษตรคุมเข้มโรคอ้วน เผยตั้งเป้าลดการใช้น้ำตาล เกลือ และไขมันในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อป้องกันโรคอ้วนในผู้บริโภค

น.ส.ปิตินันทน์ สมานวรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เผยว่า ขณะนี้กระทรวงโภชนาการและการเกษตร แห่งสหพันธรัฐเยอรมนี ได้วางเป้าหมายร่วมกับอุตสาหกรรมอาหารในประเทศ สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่ดี โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่ปี 2025 ในการบังคับลดปริมาณการใช้น้ำตาล เกลือ และไขมันในการผลิตอาหารสำเร็จรูป เช่น พิซซาแช่แข็ง อาหารจากธัญพืช และเครื่องดื่ม เป็นต้น เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนในประเทศ และลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคเบาหวาน

ทั้งนี้ จากมาตรการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ โดยยินยอมที่จะลดปริมาณน้ำตาลในการผลิตเครื่องดื่มลง 15% ขณะที่สมาคมผู้ผลิตอาหารเกี่ยวกับแป้งและธัญพืชจะดำเนินการลดปริมาณน้ำตาลในการผลิตอาหารเช้าธัญพืชสำหรับเด็กลงอย่างน้อย 20% และสมาคมอุตสาหกรรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากนม วางแผนลดปริมาณน้ำตาลในผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตสำหรับเด็กลง 10% เป็นต้น

“การดำเนินมาตรการลดการใช้น้ำตาล เกลือ และไขมันในอุตสาหกรรมอาหารดังกล่าว ได้เริ่มต้นแล้วในปี 2019 และจะมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่ามีการปรับสูตรอาหารและเครื่องดื่มตามที่ระบุไว้หรือไม่ และหากผู้ผลิตไม่ให้ความร่วมมือ ทางการเยอรมนีจะมีการเพิ่มมาตรการควบคุมให้เข้มข้นขึ้นต่อไป”

อย่างไรก็ตาม จากมาตรการข้างต้น แม้จะเริ่มต้นบังคับใช้กับผู้ผลิตในประเทศ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะนำมาใช้กับผู้ผลิตในต่างประเทศที่ส่งออกสินค้าเข้ามาจำหน่ายในตลาดเยอรมนี ซึ่งผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยที่ทำตลาดสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในเยอรมนีจะต้องศึกษาและติดตามกฎระเบียบดังกล่าวให้ดี และวางแผนปรับปรุงกระบวนการผลิตให้สอดคล้องเพื่อให้สินค้ายังคงสามารถจำหน่ายได้ต่อไป

ปัจจุบันมีข้อมูลทางสถิติจากกระทรวงโภชนาการและการเกษตรพบว่า ในเยอรมนีมีจำนวนประชากรที่มีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ ได้แก่ เพศหญิง 47% เพศชาย 62% และเด็ก 15% ซึ่งมีผลมาจากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เกลือ และไขมันในปริมาณที่มากเกินไป

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...