xs
xsm
sm
md
lg

“มาลี ผ้าฝ้าย” จากฝ้ายทอมือ สู่ ผ้าทอนาโน บ้านหนองเงือก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ถ้าพูดถึงผ้าทอมือ หลายคนมองว่า เป็นสินค้าชุมชน ที่ล้าสมัย ไม่เข้ากับแฟชั่น หรือยุคสมัยในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผ้าฝ้ายทอมือ-ผ้าฝ้ายนาโนบ้านหนองเงือก ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ได้มีการปรับตัว โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ สร้างผ้าทอนาโน ที่แน่นไปด้วยคุณสมบัติ 5 ประการ สร้างยอดขายเติบโตให้กับชุมชน


นางมาลี กันทาทรัพย์ ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผ้าฝ้ายทอมือ
นางมาลี กันทาทรัพย์ ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผ้าฝ้ายทอมือ-ผ้าฝ้ายนาโนบ้านหนองเงือก ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน หรือเจ้าของ “มาลี ผ้าฝ้าย” เล่าว่า การทอผ้าฝ้ายที่หมู่บ้านแห่งนี้เป็นการสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ผ้าทอที่ได้ส่วนใหญ่เป็นผ้าผืน และมีแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆบ้าง เช่น เสื้อผ้า ฯลฯ ปัญหาของผ้าทอ ที่เกิดขึ้นจากอดีตถึงปัจจุบัน คือ ผ้าสีซีด สีตก และหดตัว

นอกจากนี้ ส่วนวัตถุดิบ คือ ฝ้าย เดิมชาวบ้านในชุมชน ปลูกกันเอง การทำงานของเรา คือ ตั้งแต่ขั้นตอนแรก เก็บฝ้าย ไปจนถึงได้ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือ นอกจากปัญหา เรื่อง ของผ้าสีตก และหดตัว ปัจจุบัน เจอปัญหาขาดแคลนแรงงานในขั้นตอนปั่นฝ้าย ที่ผ่านมา แก้ปัญหาโดยการสั่งฝ้ายในรูปแบบของเส้นใยมาจากโรงงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการสั่งเส้นใยฝ้ายสำเร็จรูป ช่วยลดต้นทุน ลดเวลา แก้ปัญหาแรงงาน ที่ขาดแคลน และลดขั้นตอนการทำงานหลายขั้นตอน



อย่างไรก็ตาม แม้ว่า จะซื้อเส้นใย มาจากโรงงาน แต่ขั้นตอนการทอผ้า ก็ยังคงเป็นแบบเดิมที่สืบทอดกันมา ปัญหาผ้าฝ้ายทอมือ ที่แข็งกระด้าง สีตก และหดตัว ก็ยังไม่สามารถแก้ไปได้ ทำให้ ผ้าฝ้ายทอมือ สินค้าชุมชน ไม่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อนำไปสวมใส่ ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา ผ้าฝ้ายทอมือ ของชุมชน ส่วนใหญ่ลูกค้า ซื้อเพื่อจึงนำไปใช้เป็นหัตถกรรมสิ่งทอในครัวเรือน มากกว่า ตัดเย็บเพื่อสวมใส่

ด้วยเหตุนี้ ทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้นำองค์ความรู้ และเทคโนโลยี เข้ามาช่วยกลุ่มทอผ้าฝ้ายบ้านหนองเงือก เข้ามาช่วยเหลือในหลายๆ ด้าน เช่น การใช้คุณสมบัติพิเศษจากนาโนเทคโนโลยี มาเคลือบผ้าฝ้าย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาผ้าฝ้ายแข็งกระด้าง ให้มีความนุ่มลื่น ช่วยป้องกันสีซีดจาง สะท้อนน้ำ ยับยั้งแบคทีเรีย และมีกลิ่นหอมติดทนนาน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง ลบภาพความทรงจำเดิมเกี่ยวกับผ้าฝ้ายทอมือไปได้อย่างสิ้นเชิง และเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด



หลังจากกลุ่มผ้าทอบ้านหนองเงือกได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์และสร้างผลิตภัณฑ์นาโนที่หลากหลาย ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลท่องเที่ยวประจำจังหวัดในงาน“ตำนานฝ้ายงามบ้านหนองเงือก” ช่วงเดือนเมษายนของทุกปี มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด เข้ามาเลือกซื้อผ้าทอพื้นเมืองของจังหวัดลำพูน

สำหรับ ราคาผ้าทอ นวัตกรรมนาโน ถ้าเป็นราคาก่อนเคลือบขายตัวละ 1,000 บาท เมื่อผ่านการเคลือบคุณสมบัตินาโนแล้ว ขายราคาตัวละ 1,500 บาท เป็นต้น โดยชุดผ้าทอที่ผ่านการเคลือบนาโน มีคุณสมบัติสามารถซักได้ มากถึง 7 – 10 ครั้ง โดยสารเคลือบยังไม่หลุดออก ซึ่งการปรับตัว ของกลุ่มผ้าฝ้ายทอมือ บ้านหนองเงือก ในครั้งนี้ ทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น คนที่ไม่ชอบผ้าทอมือ เพราะกลัวปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ก็หันมาให้ความสนใจและกลับมาใส่ผ้าฝ้ายทอมืออีกครั้ง



ในส่วน ของลวดลาย ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ จะเป็นลายโบราณของหมู่บ้าน คือ ลายดอกขอ จะมีรูปขออยู่ข้างในตัวผ้า นอกจากลายดอกขอแล้ว ยังมีลายดอกบัวเครือ ดอกแจ๋นเครือ ดอกช้าง ดอกม้า เป็นต้น และแน่นอนว่าเห็นลายเหล่านี้ที่ไหนก็จะสามารถดูออกเลยว่าเป็นลายผ้าเฉพาะของบ้านหนองเงือก และอีกลายเป็นลายพื้นดาดที่ไม่มีดอก เรียกว่าลายเกล็ดเต่า ซึ่งจะทอโดยการสลับเส้นด้ายขึ้นลงให้สีสลับกัน กลายเป็นลายตาราง

นอกจากลายโบราณ ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ ทางกลุ่มผ้าทอบ้านหนองเงือก ยังมีความคิดสร้างสรรค์ในการนำลวดลายดั้งเดิมมาประยุกต์ให้ทันยุคทันสมัย โดยการเพิ่มความสลับซับซ้อนและเล่นสีสันในลวดลาย เช่น ลายเกล็ดเต่าลูกอม ลายเกล็ดเต่าหมู่ ลายเกล็ดเต่าจิ๋ว ลายเกล็ดเต่าตา ลายดอกช้าง ลายดอกนก ลายดอกบัวเครือ ลายดอกขอลายไทย เป็นต้น ทำให้ลวดลายของฝ้ายทอมือบ้านหนองเงือกจึงมีความหลากหลายและทันสมัยอยู่เสมอ



สำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผ้าฝ้ายทอมือ-ผ้าฝ้ายนาโนบ้านหนองเงือก ถือว่าเป็นกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้ายทอมือ ขนาดใหญ่ โดยมีสมาชิก ซึ่งเป็นผู้ประกอบการทำผ้าทอมือ รวมตัวกันมากถึง 25 ราย ซึ่งเมื่อมีการสั่งซื้อเข้ามา จะแบ่งกันทำในกลุ่ม และทุกกลุ่มจะต้องควบคุมการผลิตให้ได้มาตรฐานที่ตรงกัน เช่น ลายที่ลูกค้าสั่งก็จะกำหนดว่า จะต้องทำเส้นยืนกี่เส้นก็ต้องทำให้เหมือนกันในออเดอร์นั้นๆ ส่วนสีของผ้าลูกค้าก็สามารถกำหนดได้ว่าต้องการสีอะไรโดย สีที่กลุ่มใช้จะเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติทั้งหมดในการย้อม เช่น สีน้ำตาล มาจากใบลำไย สีชมพูเข้มมาจากฝาง สีเขียวมาจากเผกา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นทั้งหมด

โดยสินค้าของทางกลุ่ม ฯ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ เป็นเครื่องนุ่งหุ่ม ได้แก่ เสื้อผ้าผู้หญิง เสื้อผ้าผู้ชาย ทั้งแขนสั้นและแขนยาว ผ้านุ่งของผู้หญิง และยังมี ผ้าคลุมไหล่ ฯลฯ และสินค้าในกลุ่มของใช้ ได้แก่ ปลอกหมอน และผ้าปูโต๊ะ และของใช้อื่นๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ

ส่วนช่องทางการขาย ที่ผ่านมา วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผ้าฝ้ายทอมือ-ผ้าฝ้ายนาโนบ้านหนองเงือก ใช้ช่องทางการขาย โดยการออกงานแสดงสินค้า ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ฯลฯ และมีลูกค้าบางส่วนที่เข้ามาท่องเที่ยวในหมู่บ้านและซื้อกลับไป ซึ่งการผลิต ทำตามรายการสั่งซื้อที่ลูกค้าสั่ง เข้ามา และด้วยมีลูกค้าประจำอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้มีออเดอร์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งที่รับไปจำหน่ายต่อ และ ซื้อเพื่อนำไปใช้เอง



นางมาลี กล่าวต่อว่า นอกจาก เทคโนโลยีผ้าทอนาโนแล้ว ทางกลุ่มผ้าทอบ้านหนองเงือก ยังได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี เอนไซม์เอนอีซ (ENZease) จากทางสวทช. ซึ่งเทคโนโลยี ที่ได้จากการหมักเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยใช้จุลินทรีย์เป็นตัวหลัก จุลินทรีย์นี้สามารถทำงานได้ดีในช่วงค่าพีเอช (pH) และอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกัน คือ pH 5.5 และที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส

โดยเอนไซม์เอนอีซ มีจุดเด่นสำคัญ คือ ไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพความแข็งแรงของผ้า สามารถลอกแป้งและกำจัดสิ่งสกปรกบนผ้าฝ้ายได้พร้อมกันในขั้นตอนเดียว ช่วยประหยัดเวลา ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนในการผลิต และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยถนอมคุณภาพของผ้าฝ้ายให้คงคุณภาพสูง ผ้าไม่ถูกทำลายเหมือนการใช้สารเคมี




นอกจากนี้ ทาง สวทช. คิดค้นวิธีการเตรียมสี ให้อยู่ในรูปสารละลายเข้มข้น หรือผงพร้อมใช้ โดยขั้นตอนการพัฒนา เริ่มจากการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ใบลำใย เปลือกต้นสะเดา ดอกดาวเรือง นำมาต้มสกัดในน้ำและทำการระเหยจนได้น้ำสีสารละลายเข้มข้น แต่ใช้ในรูปของผงสี ก็เพียงนำสีสารละลายเข้มข้น มาผ่านลมร้อนในเครื่อง สเปรย์ดราย ก็จะได้ผงสีพร้อมใช้

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า การปรับตัวของกลุ่มผ้าทอบ้านหนองเงือก ถือว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จตามแนวทางการช่วยยกระดับสินค้าชุมชนของหน่วยงานภาครัฐ ให้สามารถแข่งขันเวทีระดับสากลได้ และการเปิดรับเทคโนโลยีในหลายๆ ด้านมาใช้ เพื่อทำให้กลุ่มสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอ และยังแก้ปัญหา ผ้าฝ้ายทอมือ ที่มีมาตั้งแต่อดีตไม่ว่าจะเป็นความแข็งกระด้าง สีซีดจาง และผ้าหดตัว ได้อีกด้วย

สนใจโทร. 08-9554-9333




* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *



กำลังโหลดความคิดเห็น...