xs
xsm
sm
md
lg

มะเขือเทศนิลมณี-ไซนี่ควีน ผลงานนักปรับปรุงพันธุ์ไทย กำลังฮอต ปลูกง่าย ราคาดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

มะเขือเทศเชอรี่ นิลมณี และ ไซนี่ควีน
มะเขือเทศเชอรี่่ พืชที่เกษตรกรมีการปลูกกันมาก เพราะราคาดี ให้ผลตอบแทนสูง สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย ปัจจุบัน มีสายพันธุ์มะเขือเทศ สายพันธุ์ใหม่ ออกมาเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค

พันธุ์ ไซนี่ ควีน
สำหรับมะเขือเทศเชอรี่ที่ได้มีการปรับปรุงสายพันธุ์ โดยนักวิชาการด้านเกษตร ของประเทศไทย มีเช่นกัน และเรายังได้มะเขือเทศเชอรี่ สายพันธุ์ที่มี รสชาติอร่อย หวาน กรอบ ไม่แพ้ สายพันธุ์ ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น มะเขือเทศเชอรี่ ที่มีชื่อว่า นิลมณี ได้รับการพระราชทานนาม จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และยังมีพันธุ์ออเร้นท์ มข. หรือ ไซนี่ ควีน และพันธุ์ สแน็คสลิม ฯลฯ
สายพันธุ์ นิลมณี
โดยมะเขือเทศ นิลมณี เป็นมะเขือเทศที่มีการผสมข้ามสายพันธุ์ มีคุณสมบัติเด่น มีผลเล็ก สีน้ำตาลอมม่วง การเรียงช่อผลสวย ต้นแข็งแรง รสชาติหวาน เปลือกนอกบางรับประทานสด เหมาะกับการปลูกในฤดูหนาว เนื่องจากอากาศเย็นจะทำให้ผลสีม่วงเข้ม รสชาติหวานอร่อยขึ้น โดยเป็นผลงาน การปรับปรุงสายพันธุ์ ของ ศ.ดร.สุชีลา เตชะวงศ์เสถียร ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นักปรับปรุงพันธุ์ ฯ




ทั้งนี้ ศ.ดร.สุชีลา ได้มีการปรับปรุงสายพันธุ์มะเขือเทศสายพันธุ์อื่นๆ แต่ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภค มีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ คือ นิลมณี และ ไซนี่ควีน ซึ่งอาจารย์ได้นำไปขยายผล เผยแพร่ วิธีการปลูกให้เกษตรกรที่สนใจ นำไปปลูก สร้างรายได้ และหนึ่งในนั้น เป็นเกษตรกร จาก "ไร่ภูแสงทอง" อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ของ “นายภานุพงศ์ เร่งรัดกิจ” ได้ทำการปลูกมะเขือเทศนิลมณี และไซนี่ควีน มาตั้งแต่ปี 2561 โดยใช้วิธีการปลูกในโรงเรือน ซึ่งเริ่มเก็บผลผลิตแบบจริงๆ จังๆ เมื่อเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา

"ก่อนหน้านี้ ทางไร่ของเราเคยปลูกมะเขือเทศเชอรี่ แต่เนื่องจากเก็บผลผลิตไม่ได้ เพราะเป็นช่วงฤดูฝน และอากาศร้อน มะเขือเทศติดดอกเยอะ แต่ไม่ออกผล จนมาครั้งล่าสุด มีอากาศเย็น และหันมาปลูกในโรงเรือน ทำให้ได้ผลผลิต ที่สามารถนำไปจำหน่ายได้เป็นครั้งแรก ซึ่งมะเขือเทศทั้ง 2 ชนิดนี้ ใช้ระยะเวลาในการปลูก 75-90 วัน ผลผลิตที่ได้ ในปีแรก อยู่ที่ ต้นละ 2 กิโลกรัม ราคาจำหน่าย ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โดยส่วนของเราขายได้ราคาตั้งแต่ 100-200 บาท ต่อ กิโลกรัม เพราะเป็นออแกนิค แต่ถ้าปลูกทั่วไปไม่ใช่เกษตรอินทรีย์ อยู่ที่กิโลกรัมละ 40-60 บาท โดยผลผลิตที่ได้ ส่งขายใน ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่สาขาขอนแก่น และชัยภูมิ
สภาพภายในโรงเรือน


นายภานุพงศ์ กล่าวว่า สำหรับไร่ภูแสงทอง ได้แบ่งพื้นที่ทดลองปลูกมะเขือเทศเชอรี่ 3 สายพันธุ์ คือ นิลมณี ไซนี่ ควีน และ สแน็คสลิม ทั้ง 3 สายพันธุ์ สายพันธุ์ละ 200 ต้น โดยปลูกอยู่ในโรงเรือน ที่ต้องปลูกในโรงเรือน เพราะต้องควบคุม เรื่องอากาศ และความชื้น เนื่องจาก มะเขือเทศทั้ง 3 สายพันธุ์ ไม่ชอบอากาศที่ร้อนมาก หรือ น้ำฝนที่มากเกินไป เพราะถ้าได้น้ำฝนมากมะเขือเทศออกแต่ดอกไม่ติดผล ทำให้ช่วงฤดูฝน ฤดูร้อน ผลผลิตออกน้อย ราคาสูง ดังนั้น ถ้าสามารถควคุม ความร้อน และน้ำฝน โดยการปลูกในโรงเรือน อาจจะทำให้ได้ผลผลิตมะเขือเทศ ในทุกฤดูได้
นายภานุพงศ์  เร่งรัดกิจ เจ้าของ ไร่ภูแสงทอง
"ส่วนของแมลง และโรคต่างๆ นั้น เนื่องจากไร่ภูแสงทองของเรา ทำไร่ออแกนิค มีการป้องกันแมลง และโรคต่างๆ ให้กับพืชในไร่อยู่แล้ว ดังนั้น ผลผลิตมะเขือเทศ ที่ได้ก็เป็นออแกนิคเช่นกัน ในอดีตเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เคยมีการปลูกมะเขือเทศสแน็คสลิม แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะมีปัญหาเรื่องของอากาศผลผลิตออกน้อย ซึ่งตอนนั้นไม่ได้ทำโรงเรือน แต่พอได้มารู้จักกับ "อาจารย์สุชีลา" แนะนำ ปลูก 2 สายพันธุ์ คือ ไซนี่ ควีน และ นิลมณี โดยครั้งนี้ ทดลองปลูกในโรงเรือน ซึ่งควบคุมเรื่องสภาวะแวดล้อมอากาศภายนอกได้ ทำให้ครั้งนี้ ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ได้ผลผลิตตามเป้าที่ต้องการ อาจจะไม่มากเพราะเป็นปีแรก ผลผลิตที่ได้นำไปวางขายในท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต ผลตอบรับออกมาดีมาก ไม่พอขาย" นายภานุพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ (2562) ทาง คุณภานุพงศ์ บอกว่า มีแผนปลูกเพิ่ม ให้ได้ 1,000 ต้น และบางส่วนอาจจะทดลองปลูกนอกโรงเรือน ในแปลงดิน เพราะเชื่อว่าการปลูกในดิน และในพื้นที่อากาศถ่ายเท ได้ตลอด น่าจะดีกว่า ปลูกในโรงเรือน ที่ปิด และการปลูกในถุงที่เป็นวัสดุปลูก พืชจะได้สารอาหารไม่เต็มที ดังนั้น ถ้าบำรุงดินให้ดี ดินที่ดีน่าจะให้สารอาหาร ที่มาก
กว่า การปลูกในวัสดุปลูก ที่มีจำกัด

ครั้งนี้ มาทำความรู้จัก กับ มะเขือเทศทั้ง 2 สายพันธุ์ เริ่มที่ สายพันธุ์ ไซนี่ ควีน มะเขือเทศผลสีเหลือง เนื้อแน่น รสชาติหวาน ประมาณ 7-8 องศาบริกซ์ น้ำหนักต่อผล 7-8 กรัม ผลที่ช่อ จะมีประมาณ 14-16 ผล เป็นทรงพุ่มแบบเลื้อย ผลผลิตต่อต้น 2-3 กิโลกรัม ส่วนมะเขือเทศ นิลมณี วามหวาน 8-9 องศาบริกซ์ เปลือกบาง น้ำหนักต่อผล 10 กรัม ซึ่ง 1 ช่อ จะมีผลประมาณ 10-12 ผล และผลผลิตต่อต้นประมาณ 3-5 กิโลกรัม มีการเจริญเติบโตแบบเลื้อย สามารถปลูกได้ทั้งสภาพแปลง และในโรงเรือน

สนใจ เรื่องราวของมะเขือเทศทั้ง 3 ชนิด ทาง "คุณภานุพงษ์" ยินดีที่จะถ่ายทอดให้ โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่าย หรือ ถ้าอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และต้องการปลูกมะเขือเทศ ดังกล่าว ก็สามารถเป็นเครือข่าย กับทางไร่ภูแสงทองได้ แต่ต้องเป็นการปลูกแบบออแกนิค เท่านั้น และ ที่ผ่านมา ทางไร่ภูแสงทอง ได้มีการขยายงานในหลายส่วน รวมถึงการลงทุนปลูกพืชชนิดใหม่ ทำให้ต้องใช้เงินลงทุน ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแห่งประเทศไทย ช่วยให้มีเงินทุนมาขยายงานในไร่ได้ต่อไป

โทร. 08-4601-5923 , FB: ไร่ภูแสงทอง



บรรยากาศ ภายในไร่ภูแสงทอง



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *

SMEs manager