xs
xsm
sm
md
lg

PARA ของใช้ยางพารา ฝืมือนักออกแบบไทย ได้ร่วมโชว์เวทีระดับโลกที่ "มิลาน"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


การแปรรูป ยางพารา เป็นทางออกหนึ่งที่จะช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยาง ได้มีช่องทางในการจำหน่ายน้ำยางพารา ทำให้เราได้เห็นผลงานการออกแบบของนักออกแบบหน้าใหม่ ได้มีการนำยางพารา มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างรายได้เข้าประเทศ และยังช่วยเพิ่มมูลค่ายางพาราอีกทางหนึ่งด้วย

รวมถึง ผลงานการออกแบบของ “อรกานต์ สายะตานนท์” สาวเก่งในวัย 29 ปี ดีกรี ปริญญาโท ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ จากประเทศอิตาลี เธอเป็นหนึ่งในนักออกแบบรุ่นใหม่ที่ได้หยิบเอาวัตถุดิบ น้ำยางพารา ปัญหาของเกษตรกรไทย ราคาผลผลิตตกต่ำ มาแปรรูป โดยได้นำความรู้ด้านการออกแบบ ที่เรียนมาจากต่างประเทศ มาออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นที่ยอมรับทั้งคนไทยและต่างชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถูกใจสาวก “อีโค โปรดักต์”
อรกานต์ สายะตานนท์  เจ้าของผลงานออกแบบของใช้ยางพาราแบรนด์ พาร่า


“อรกานต์” เล่าว่า ที่มาของการออกแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปยางพารา เกิดขึ้นในช่วงที่ตนเองบินลัดฟ้าไปเรียนต่อ ปริญญาโท ที่เมืองมิลาน ระหว่างเรียนปริญญาโท เกิดไอเดีย ทำ “จุกน้ำ” ปิดขวด ซึ่งเน้นการออกแบบให้มีความร่วมสมัย และมีประโยชน์ใช้สอยมากกว่าจุกปิดขวด โดยเป็นทั้งจุกปิดขวดแบบสุญญากาศ และเพิ่มประโยชน์ใช้สอย คือ สามารถเป็นกรวยกรอกน้ำได้ และยังออกแบบให้ปากขวด ช่วยให้เทน้ำออกจากขวดได้ง่ายขึ้น

สำหรับ ไอเดีย จุกน้ำ “กานต์” เล่าว่า มาจากการตนเองเป็นคนช่างสังเกต และเมืองที่อาศัยอยู่ มีขวดไวน์เหลือทิ้งจำนวนมาก จึงมองหาโอกาสสร้างรายได้ และตั้งใจอยากเพิ่มมูลค่าน้ำยางพาราของไทย ในช่วงที่ราคาน้ำยางพาราตกต่ำ อย่างมาก ในช่วงที่ผ่านมา และไทยส่งออกยางพาราอันดับต้นๆของโลก ต้องการให้คนทั่วโลกได้รู้จักวัตถุดิบชนิดนี้ และรู้ว่า ยางพารา ใช้ทำอะไรได้บ้าง เลยเป็นที่มาของแบรนด์ PARA (พาร่า) ผลิตภัณฑ์จากยางพาราเติมนวัตกรรม ภายใต้คอนเซ็ปต์ Simply Innovative Design เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม




จากผลงานในห้องเรียนกว่าจะวางตลาดจำหน่ายจริง “กานต์” ใช้เวลา 1 ปีค้นหาข้อมูล ลงพื้นที่เรียนรู้กับเกษตรกร และโรงงานที่ทำผลิตภัณฑ์จากยางพารา ปรับสูตรน้ำยางจนลงตัว ก่อนวางจำหน่าย โดยผลิตภัณฑ์ทุกตัวของแบรนด์ พาร่า รวมถึง จุกน้ำ นี้ ได้ผ่านการทดสอบมาตรฐาน SGS เพื่อสร้างมั่นใจ และปลอดภัยกับผู้บริโภค ซึ่งมาตรฐานดังกล่าว เป็นมาตรฐานที่ใช้กับสินอุปโภคบริโภค ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับนานาชาติ

โดยเปิดตัวจุกน้ำ พร้อมกับการเปิดตัวแบรนด์ พาร่า ที่งานมิลาน ดีไซน์ วีค 2559 จากนั้นเริ่มทำการตลาดอย่างจริงจัง โดยเปิดขายออนไลน์ในช่วงปี 2560 นอกจาก “จุกน้ำ” ที่เป็นไฮไลต์ของแบรนด์พาร่า จะสามารถใช้กับขวดแก้วได้ทุกรูปทรง ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นที่ล้วนแล้วทำจากยางพารา นั่นคือ ที่รองแก้ว / จาน ที่ครอบขวดกันลื่น และเชือกสำหรับแขวนกระถางต้นไม้





สำหรับงานทุกชิ้นของ แบรนด์พาร่า เน้นการออกแบบที่ดูทันสมัย เรียบง่าย และที่สำคัญ คือ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า โดยทั้ง 4 ชิ้น ที่กล่าวมาข้างต้นดูภายนอกเรียบง่าย แต่ใช้งานได้จริง ที่สำคัญคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ทุกชิ้นสามารถนำกลับมารียูส ใช้ใหม่ในรูปแบบอื่นๆ ตามฟังก์ชันการใช้งานที่คิดออกแบบเพื่อเอาไว้ แม้แต่แพ็กเกจจิ้งใช้เป็นกระดาษคราฟต์ไม่ขัดสี ไม่ใช้กาว ปลอดภัยจากสารพิษ และย่อยสลายได้ง่าย ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่ออกแบบเหลือทิ้งเป็นขยะให้น้อยที่สุด

เนื่องจากเน้นฟังก์ชันการใช้งาน ที่มากกว่า 1 อย่าง ดังนั้น พยายามออกแบบสินค้าให้มีลูกเล่น รองรับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ เช่น ที่รองแก้ว และ จาน ที่สามารถใช้งานได้ ทั้ง2 ด้าน และเพิ่มลูกเล่น ให้สามารถเปลี่ยนสีไปตามอุณหภูมิของภาชนะที่นำมาวาง ส่วนที่ครอบขวดกันลื่น เป็นการนำยางเส้นมาสานครอบรอบขวด แก้ปัญหาขวดไวน์ลื่นจับลำบาก และเชือกสำหรับแขวนกระถางต้นไม้นำยางพาราแบบเส้นมาถัก คล้องกับกระปุกแยม หรือกระปุกแก้วใส่อาหารที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว สามารถใช้ปลูกต้นไม้ได้




สำหรับยางพาราที่ เลือกใช้เป็นฟู้ดเกรดแบบพรีเมี่ยมธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยนำยางแท่งไปผ่านกระบวนการปั๊มตามรูปทรงที่ออกแบบ โดยในส่วนของการผลิต ได้ให้ซัพพลายเออร์รับหน้าที่ตรงนี้ แต่เลือกผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ เพราะสินค้าทุกตัวเป็นของใช้ในครัวเรือน ใช้กับอาหาร ต้องมีความปลอดภัยสูง

ส่วนช่องทางจำหน่าย เปิดตัวที่เมืองไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังจากเปิดตัวในต่างประเทศ มาก่อน โดยเปิดตัวในงาน BIG&BIH งาน STYLE Bangkok ปัจจุบัน สินค้ามีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในประเทศไทย เช่น เอ็มควอเทีย สยามดิฟคัสเวอรี่ ช่างชุ่ย และร้าน room concept design เป็นต้น และมีขายผ่านช่องทางออนไลน์





ในส่วนตลาดต่างประเทศ มีสัดส่วนการส่งออกประมาณ 50% ตลาดส่งออกหลัก คือ ฝรั่งเศส และ ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศในยุโรป “กานต์” บอกว่า ที่ต้องเป็นตลาดยุโรป เพราะ สินค้าของเรา เช่น จุกปิดขวด ออกแบบมาจากไลฟ์สไตล์ของคนยุโรปที่ชอบดื่มไวน์ ดังนั้น สินค้าของเราก็เลยขายในยุโรป มากกว่าในตลาดเอเชีย

อรกานต์ เล่าถึงการแข่งขันสินค้าประเภทเดียวกันในตลาดยุโรป ว่า จริงก็มีคู่แข่งที่ผลิตสินค้าในแบบใกล้เคียงกัน แต่ สินค้าของเราต่างกับคู่แข่ง ตรง วัสดุที่เลือกใช้ ในต่างประเทศใช้วัสดุสังเคราะห์ เป็นหลัก ในขณะที่ของเราเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติ และคอนเซ็ปต์ของเรา คือ มิตรสิ่งแวดล้อม ซึ่งเข้ากับกระแสการตื่นตัวของคนทั่วโลก เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเข้าถึงลูกค้าของเราง่ายขึ้นด้วย และความตั้งใจของเรา ต้องการเห็นวัตถุดิบ อย่างยางพารา สินค้าส่งออกเบอร์หนึ่งประเทศไทย ได้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก ในอีกรูปหนึ่ง ที่ไม่ใช่แค่ยางพารา ดิบ




นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มมูลค่า ยางพารา ที่ราคากิโลกรัมละ 40-50 บาท ในปัจจุบัน แต่พอนำมาแปรรูป สามารถเพิ่มมูลค่า ได้ถึงกิโลกรัมละ 400-500 บาท ประกอบกับประเทศไทย เอง ก็มีสินค้า งานดีไซน์ จากยางพารา ส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ น้อยมาก ในขณะที่เรา เป็นแหล่งผลิตยางพาราดิบที่สำคัญของโลก



สำหรับกลุ่มเป้าหมายของ ผลิตภัณฑ์แปรรูปยางพารา ของแบรนด์พาร่า คือ กลุ่มคนทั่วไป ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม กลุ่มชื่นชอบใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ โดยราคาจำหน่าย จุกน้ำ 490 บาท ที่รองแก้ว 190 บาท ที่รองจาน 490 บาท เชือกแขวนต้นไม้ 390 บาท ที่จับขวดกันลื่น 990 บาท



“กานต์” ทิ้งท้ายว่า อยากคนทั่วโลกได้รู้จัก ผลิตภัณฑ์แปรรูปยางพาราที่เป็นงานดีไซน์จากประเทศไทย พร้อมกับ รู้ว่าประเทศไทยส่งออกยางพาราเป็นอับดับต้นๆ ของโลก และวันนี้ ประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะไม่มาก แต่สามารถทำให้สินค้าทุกชิ้นของแบรนด์พาร่าเป็นที่จับตามองในหลายๆ เวทีระดับโลก หลังจากผลงานเคยถูกนำไปโชว์ที่ฝรั่งเศส และอิตาลี


สนใจโทร. 08-2522-0012






* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *
กำลังโหลดความคิดเห็น...