xs
xsm
sm
md
lg

ไปรษณีย์ไทย บุกเกาะเกร็ด ชวนชาวบ้านขายออนไลน์ ชู ‘ชารางแดง’ พืชโกยเงินปลูกง่ายขายคล่อง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ไปรษณีย์ไทย ชวนชาวเกาะเกร็ด ขายของออนไลน์
 

ยุค 4.0 การขายของไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านอยู่อีกต่อไปเพราะโลกออนไลน์ก็เป็นหน้าร้านอย่างดีที่ทำให้สินค้าส่งขายได้ทั่วโลกโดยเฉพาะสินค้าที่มีอัตลักษณ์และมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นอย่างผลิตภัณฑ์ชุมชนหรือโอทอปของไทย ที่วันนี้ชาวบ้านขอเลือกช่องทางนี้ เพราะลงทุนน้อยที่สุดทำให้ไปรษณีย์ไทยขอลงพื้นที่กระจายความรู้ขายของออนไลน์สู่ชุมชนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี หวังประกาศศักดาผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น เติบโตและเป็นที่รู้จักสู่วงกว้าง
ไปรษณีย์ไทย จัดทำกระเช้าของขวัญปีใหม่ผลิตภัณฑ์ชุมชน
 

เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว ที่ไปรษณีย์ไทยลงพื้นที่เกาะเกร็ดพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน กระทั่งสามารถสร้างชื่อและสร้างยอดขายรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นกอบเป็นกำ กับ “ชารางแดง” พืชพื้นถิ่นที่ชาวบ้านรับประทานมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษจากสรรพคุณที่ช่วยลดน้ำตาลและไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี จนปัจจุบันลูกหลานนำมาต่อยอดกลายเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้และเกิดการรวมกลุ่มกันภายในชุมชนก่อตั้งขึ้นเป็นวิสาหกิจเพื่อผลิตชารางแดงโดยเฉพาะกับแบรนด์ที่ชื่อว่า “ชารากุล” ขายในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และล่าสุดได้เป็นสินค้าขายดีในเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทย
นายอัครพล เหลืองทอง หัวหน้าส่วนการตลาดและลูกค้าธุรกิจ สำนักงานไปรษณีย์นครหลวง 1 ในฐานะผู้ดูแลโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี  กล่าวเปิดงาน
 

นายอัครพล เหลืองทอง หัวหน้าส่วนการตลาดและลูกค้าธุรกิจ สำนักงานไปรษณีย์นครหลวง 1 ในฐานะผู้ดูแลโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยเล็งเห็นความสำคัญของผลิตภัณฑ์ชุมชนมาโดยตลอด โดยได้พัฒนาแอปพลิเคชันและติดตั้งระบบบริหาร ณ จุดขาย หรือ พีโอเอส (POS: Point of Sale) ที่สามารถจัดการบริหารค้าปลีกผ่านระบบร้านค้าออนไลน์ ระบบอี-เพย์เมนต์ ( และระบบ อี-ลอจิสติกส์ ให้กับร้านค้าชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยปัจจุบันดำเนินการเสร็จกว่าจำนวน 200 จุดทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระบบดังกล่าวเป็นการยกระดับมาตรฐานของระบบการจัดการหน้าร้าน รายการสินค้า และการจัดการสินค้าคงคลัง เพื่อให้พร้อมสำหรับการขายของออนไลน์ในระบบอีคอมเมิร์ซต่อไป
ชารางแดง ผลิตภัณฑ์คุณภาพ
“บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท เป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนโครงการ “ดิจิทัลชุมชน ด้าน e-Commerce” ของรัฐบาล ในฐานะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เติบโตเคียงคู่กับสังคมไทยมายาวนานกว่า 135 ปี โดยเน้นให้การสนับสนุนชุมชนเกิดการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ สร้างช่องทางการตลาด ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น โดยไปรษณีย์ไทยได้พัฒนาระบบบริหารร้านค้าปลีก หรือ Point of Sale : POS รวมถึงติดตั้งระบบในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนสำหรับเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าชุมชนเพียงนำสินค้ามาขึ้นทะเบียนเพื่อจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ www.Thailandpostmart.com ก็สามารถซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ตอบสนองกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งระบบการจัดเตรียมสินค้าที่มีมาตรฐานปลอดภัยในการจัดส่งและระบบการชำระเงินที่รองรับในทุกรูปแบบ” นายอัครพล กล่าว
ชารางแดง ของชาวเกาะเกร็ด ขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์คุณภาพ

และเพื่อให้การสนับสนุนเป็นมากกว่าผู้ขนส่งสินค้าให้ถึงมือผู้รับ ดังนั้นทางไปรษณีย์ไทย จึงเข้าไปช่วยเหลือและใกล้ชิดชุมชนมากขึ้น ซึ่งไปรษณีย์ไทยมีความได้เปรียบในเรื่องนี้อยู่เป็นทุนเดิม ดังนั้นการจะเข้าไปช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจึงไม่ใช่เรื่องยากเห็นได้ชัดจากการพัฒนา “ชารางแดง” ในเกาะเกร็ด ที่แต่เดิมชาวบ้านผลิตชารางแดงเพื่อจำหน่าย โดยยังไม่เกิดการรวมกลุ่มกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างจริงจังซึ่งไปรษณีย์ไทยใช้เวลาประมาณ 3 ปีเศษ เข้าไปช่วยเหลือในเรื่องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะการออกแบบให้รูปลักษณ์ทันสมัย น่าซื้อหา และการอบชาเพื่อให้ได้สินค้าตามหลักมาตรฐานสากล สามารถเจาะตลาดได้กว้างไกลยิ่งขึ้น

ปัจจุบันชารากุล ได้ถูกจำหน่ายผ่านช่องทางในเว็บไซต์ไปรษณีย์ไทยไปแล้วกว่า 1,000 ซอง และมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการบอกปากต่อปากและสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องการลดน้ำตาลและไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี ขณะที่ราคาพร้อมจัดส่งผ่านไปรษณีย์ไทยขาย 3 ห่อ 110 บาท โดยหนึ่งห่อบรรจุ 10 ซอง ซึ่ง 1 ซองสามารถชงได้กับน้ำถึง 1 ลิตร สามารถดื่มแทนน้ำเปล่าได้ตลอดวัน

เห็นอย่างนี้แล้วหลายคนอาจจะต้องการนำสินค้าขายผ่านเว็บไซต์ไปรษณีย์ไทยบ้างซึ่งทางไปรษณีย์ ก็ได้จัดเตรียมและออกแบบเว็บไซต์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เริ่มจากเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com เลือกเมนู “ติดต่อขายสินค้า” บริเวณมุมบนด้านขวา จากนั้นกรอกใบสมัครเพื่อเข้าร่วมโครงการ ต้องใส่ข้อมูลอย่างละเอียดครบถ้วนทุกขั้นตอน โดยเฉพาะอีเมล์และหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งจะถูกนำไปผูกกับ e-Wallet หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ในการโอนเงินระหว่างลูกค้า ผู้ประกอบการ และไปรษณียไทย จากนั้นรอการอนุมัติประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ประจำท้องถิ่นนั้นๆ ลงพื้นที่ตรวจดูผลิตภัณฑ์




อย่างไรก็ตามก่อนที่จะนำสินค้ามาขายในช่องทางออนไลน์กับไปรษณีย์ไทย ควรต้องเตรียมพร้อมเบื้องต้นก่อน อย่าง รูปภาพควรถ่ายผลิตภัณฑ์ให้ครบทุกด้านอย่างชัดเจน ประมาณ 3-4 ภาพ โดยความละเอียดของภาพประมาณ 200-300 DPI และต้องมีรายละเอียดสินค้าให้ครบถ้วน เน้นที่มาของผลิตภัณฑ์ชุมชน มีการเล่าเรื่องราวเพื่อให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงต้องกำหนดราคาที่จะขายส่งให้ไปรษณีย์ และราคาขายในเว็บไซต์ โดยราคาขายต้องไม่แพงกว่าราคาตามท้องตลาดทั่วไปด้วย

เริ่มอย่างไร? ขายของกับไปรษณีย์ไทย
แต่ใช่ว่าสินค้าทุกผลิตภัณฑ์ชุมชนจะสามารถส่งทางไปรษณีย์ไทยได้ เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องของสินค้าต้องไม่ผิดกฎหมาย หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่แตกหักง่ายและเป็นของเหลวซึ่งถือเป็นข้อจำกัดของไปรษณีย์ไทยอยู่แล้ว หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารและเครื่องดื่ม
เข้าเว็บไซต์ www.thailandpostmart.com

เพราะเกาะเกร็ดไม่ได้ขึ้นชื่อแค่ชารางแดงแต่ยังมีเครื่องปั้นดินเผา ผ้าบาติก ขนมหวานและผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายที่หากนำมาพัฒนาในเรื่องรูปแบบและบรรจุภัณฑ์ก็จะสามารถขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน ซึ่งจะเป็นภารกิจต่อไปของไปรษณีย์ไทยที่ยังไม่หยุดพัฒนาและให้การช่วยเหลือชุมชนในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านให้แจ้งเกิดในตลาด

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *