xs
xsm
sm
md
lg

สสว.เผย GDP SME ไตรมาส 3 ยังขยายตัวได้ดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
สสว.เผย GDP SME ไตรมาส 3 ขยายตัวดี เหตุจากการบริโภค และลงทุนภายในประเทศที่โตต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SMEs ภาคการค้าและบริการ ยอดจำหน่ายและกำไรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดัชนี TSSI ในเดือนตุลาคม 2561 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าทั้งในภาคการค้าส่งและภาคบริการ

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงมูลค่า GDP SME ไตรมาสที่สามของปี 2561 ขยายตัวได้ 4.8% ชะลอตัวจากไตรมาสก่อนเล็กน้อยที่ขยายตัว 5.0% โดยมีมูลค่า 1.74 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 43.0% ของ GDP รวมทั้งประเทศ ขยับเพิ่มขึ้นจาก 42.1% ในไตรมาสที่แล้ว ตามที่สภาพัฒน์ได้ประกาศตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา โดยมีอัตราการขยายตัว 3.3% ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวลงของภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน การส่งออกสินค้าหดตัวลงเล็กน้อย 0.1% ในขณะที่การนำเข้าสินค้าขยายตัว 10.7%

ทั้งนี้ ในส่วนของสาขาธุรกิจ SME ที่ขยายตัวได้ดีกว่าไตรมาสที่แล้ว ได้แก่ ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์การให้เช่าและบริการทางธุรกิจ ที่ขยายตัว 4.8% เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 3.5% มาจากการขยายตัวของธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ตัวแทนและนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจโฆษณา ธุรกิจก่อสร้างที่ขยายตัวได้ 4.7% จาก 2.0% ในไตรมาสก่อน มาจากการขยายตัวจากธุรกิจก่อสร้างอาคารโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยและโรงงานอุตสาหกรรม

ขณะที่สาขาธุรกิจที่ชะลอตัวจากไตรมาสที่แล้วแต่ยังคงขยายตัวได้ดี คือ ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง รวมทั้งธุรกิจซ่อมแซมของใช้ในครัวเรือน ที่ขยายตัว 7.2% ชะลอตัวเล็กน้อยจาก 7.3% ในไตรมาสที่แล้ว โดยธุรกิจขนส่งขยายตัว 6.2% ชะลอลงจากที่ขยายตัว 6.8% ในไตรมาสก่อน มาจากการชะลอตัวของธุรกิจขนส่งทางบก ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า เป็นการชะลอตัวตามภาคการท่องเที่ยวและภาคการผลิตเป็นหลัก

ส่วนธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารขยายตัว 5.1% ชะลอลงจากไตรมาสที่แล้วที่ขยายตัว 6.7% ปัจจัยหลักมาจากการชะลอตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะการชะลอตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อ ก.ค. 2561 รวมทั้งนักท่องเที่ยวยุโรปส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนจุดหมายเพื่อเดินทางไปชมฟุตบอลโลกที่รัสเซีย ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย อาเซียน และอเมริกายังขยายตัวได้ต่อเนื่อง

สำหรับ SME สาขาอุตสาหกรรมขยายตัว 1.7% ชะลอตัวจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 3.3% จากการหดตัวและชะลอตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมเบาที่สำคัญ ได้แก่การผลิตเครื่องดื่ม การผลิตสิ่งทอรวมทั้งการผลิตอาหาร กลุ่มอุตสาหกรรมวัตถุดิบได้แก่ การผลิตเคมีและเคมีภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า GDP SME ในไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว แต่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี GDP SME ยังขยายตัวได้ 5.3% ทั้งนี้ จากการที่อุปสงค์ภายในประเทศ ซึ่งมีบทบาทประมาณเกือบ 70% ของ GDP SME ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง ประกอบกับภาคการท่องเที่ยวที่น่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี ดังนั้น สสว. จึงประมาณการการเติบโต GDP SME ในปี 2561 เท่ากับ 5.2%

สำหรับปี 2562 คาดว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง มาจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและภาคเอกชนไทย รวมทั้งชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าท่องเที่ยวในประเทศ อีกทั้งการลงทุนของภาครัฐและเอกชนมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในปีหน้า สสว.จึงประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจของ SME ในปี 2562 อยู่ระหว่าง
4.8%-5.2%

นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ (TSSI) ในเดือนตุลาคม 2561 ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้น จากยอดขายสินค้าและกำไรที่เพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยบวกในช่วงเดือนตุลาคมเข้าสู่เทศกาลกินเจ ออกพรรษา และมีช่วงวันหยุดยาว 2 รอบ เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดการท่องเที่ยวและใช้จ่ายสูงกว่าปกติ อีกทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงส่งผลดีต่อต้นทุนการขนส่ง ค่าดัชนีเดือนตุลาคมอยู่ที่ระดับ 91.8 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายนที่อยู่ที่ระดับ 89.2 ในภาคการค้าส่งและภาคบริการ โดยสาขาธุรกิจที่ความเชื่อมั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นและมีค่าเกินค่าฐานที่ 100 ได้แก่ สาขาบริการการท่องเที่ยว การขนส่งมวลชน และโรงแรม/เกสต์เฮาส์/บังกะโล แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย และจากคู่แข่งขัน

สำหรับดัชนี TSSI คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ยังคงสูงกว่าค่าฐานที่ 100 โดยปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า อยู่ที่ระดับ 111.6 จากองค์ประกอบด้านยอดขายสินค้าและกำไรที่ลดลง เนื่องจากได้มีการเร่งการใช้จ่ายไปแล้วในช่วงเทศกาลปีใหม่ในเดือนก่อนหน้า










* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *







กำลังโหลดความคิดเห็น...