xs
xsm
sm
md
lg

มหัศจรรย์น้ำหอมจากรากหญ้าแฝก แบรนด์คีตภัทร สานต่อพระราชปณิธาน ในหลวงรัชกาลที่ 9

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หญ้าแฝก สายพันธุ์พระราชทาน ไม่เพียงแต่ใช้ปลูกเพื่อป้องกันดินทลายเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างเป็นผลิตภัณฑ์น้ำหอมหญ้าแฝก แบรนด์ “คีตภัทร” และกว่าจะออกมาเป็นน้ำหอม ต้องใช้เวลาหมักมากถึง 8 ปี จึงจะได้น้ำหอมคุณภาพ ที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม
คุณอนุสรณ์ หอมดอก หรือ คุณแจ็ค
คุณอนุสรณ์ หอมดอก หรือ คุณแจ็ค เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำ น้ำหอมหญ้าแฝกเริ่มมาจากได้ศึกษาพระอัจฉริยภาพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” พบว่า หญ้าแฝกเป็นหญ้ามหัศจรรย์ ไม่เพียงปลูกไว้ป้องกันดินพังทลายเท่านั้น แต่รากของหญ้าแฝกสามารถนำไปแปรรูปทำน้ำหอม ครีมทาผิว แชมพู และสบู่ได้อีกด้วย จึงอยากสานต่อพระราชปณิธาน จึงศึกษาต่อและสร้างเป็นแบรนด์ “คีตภัทร” จนถึงทุกวันนี้

ซึ่งก่อนหน้าที่จะทำเป็นน้ำหอมหญ้าแฝก ครอบครัวได้ทำหมอนสมุนไพรอยู่แล้ว จึงได้คิดจะใช้หญ้าแฝกทำเป็นหมอนสมุนไพรมาก่อน แต่หญ้าแฝกเมื่อใช้งานไปสักพัก หมอนจะแบน และหนุนไม่สบาย ไม่เหมาะต่อการนำมาทำเป็นหมอน และหลังจากที่ได้ศึกษามาว่ารากหญ้าแฝกสามารถแปรรูปเป็นน้ำหอมได้จึงเปลี่ยนมาทำเป็นนำหอมแทน โดยสายพันธุ์ ที่นำมาใช้สกัดเป็นน้ำหอม คือสายพันธุ์พระราชทาน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่รากยาวมากที่สุด

หลังจากที่ได้ศึกษาขั้นตอนวิธีการทำน้ำหอม จึงเริ่มต้นจากการปลูกหญ้าแฝกโดยใช้ระยะเวลาทั้งหมด 2 ปี กว่าจะได้อายุของต้นที่พอเหมาะ หลังจากนั้นจึงตัดรากออกมาหมักรวมกับดอกไม้ ทั้งหมด 8 ปี จนถึงปัจจุบันใช้ระยะเวลาทั้งหมด 15 ปีแล้ว และตอนนี้ยังได้สร้างผลงานวิจัยร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยสุรนารี ว่าเป็นน้ำหอมที่ไม่มีสารเคมี ผู้ที่เป็นภูมิแพ้สามารถใช้ได้ และไม่มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของผู้ใช้งานอีกด้วย คุณสมบัติจะมีกลิ่นหอมนุ่มและติดทนนานกว่า 12 ชั่วโมง กำลังการผลิตอยู่ที่ 2,000-3,000 ขวดต่อเดือน ขนาดของน้ำหอมในตอนนี้ จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ขนาด คือ ขนาดเล็ก ราคาจะอยู่ที่ ขวดละ 690 บาท, ขนาดกลาง 1,200 บาท และขนาดใหญ่ 2,200 บาท

ส่วนดอกไม้ที่นำมาหมักร่วมด้วย จะเป็นดอกไม้หลากพันธุ์ เช่น ดอกมะลิ ดอกโมก ดอกชมนาด เป็นดอกไม้โทนสีขาว นอกจากนี้ยังมี ดอกพะยอม ดอกแก้ว ดอกชมนาดและใบเตย ดอกลีลาวดี ดอกปีป ดอกจันทร์กระพ้อ ดอกกล้วยไม้นานาชนิด สุดท้ายเป็นกลิ่นที่ได้จากว่านสาวหลง และแก่นไม้หอมนานาพันธุ์






“ผลตอบรับจากลูกค้า ดีมากๆ เพราะเนื่องจากเป็น พระอัจฉริยภาพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ที่มีผลต่อจิตใจของลูกค้า ทำให้น้ำหอมหญ้าแฝกมีคุณค่ามากขึ้นไปอีกเท่าตัว ด้านการตลาด ตอนนี้ทางร้านยังมีเพียงการออกบูทตามงานโอทอป ต่างๆ ทั่วไป และขายตามช่องทางออนไลน์ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก ช็อปปี้ ”

นอกจากน้ำหอมแล้ว รากหญ้าแฝกยังสามารถสกัดเป็น เซรั่มออยจากรากหญ้าแฝก สามารถใช้เช็ดล้างเครื่องสำอางได้ดี บำรุงผิว บำรุงเส้นผมได้ ใช้แต้มสิวได้ เพราะสามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บนผิวหน้าได้ ใช้เพียง 1 – 2 หยด ช่วยการหมุนเวียนของเลือด และสามารถดีท๊อกซ์ผิว ทำให้ผิว รวมถึงครีมทาผิวที่สร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว นอกจากนี้แล้วยังมีแชมพูกับครีมนวดจากรากหญ้าแฝก ช่วยชะล้าง ดูดซับสารพิษ และเคมีตกค้างออกจากเส้นผมและหนังศีรษะ และสุดท้ายสบู่จากรากหญ้าแฝก ช่วยดูดซับความมันและสารเคมี

ในอนาคตก็คาดว่าจะเร่งประชาสัมพันธ์ สินค้าที่ออกมาใหม่ เช่น สเต็มเซลล์รังไหม เซรั่มเกล็ดปลาเค้าท์ ก็จะมีผลิตภัณฑ์ ที่เพิ่มไลน์การผลิตออกไปอีก แต่สินค้าหลักๆ ของทางแบรนด์ ก็ยังจะเป็นรากหญ้าแฝกอยู่ และจะผลักดันออกไปขายในต่างประเทศให้มากขึ้น เพราะในตอนนี้มีออกไปขายแล้ว คือ ประเทศเวียดนาม และสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สนใจติดต่อ น้ำหอมคีตภัทร
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *