โอซีบีซี แบงก์ประกาศตัวเป็นธนาคารแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้บริการโรโบ-อินเวสต์เมนต์ โดยกลุ่มเป้าหมายคือนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เกาะติดเทรนด์เทคโนโลยี และต้องมีเงินทุนเริ่มต้นเพียง 2,550 ดอลลาร์ หรือประมาณ 80,000 กว่าบาทเท่านั้น
โอซีบีซี โรโบอินเวสต์ใช้อัลกอริธึมในการติดตามหุ้นแต่ละพอร์ตโดยอัตโนมัติ และปรับสมดุลทรัพย์สินเป็นระยะถ้ามีการเคลื่อนไหวในตลาดหรือระบบเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อพอร์ต จากนั้นระบบจะส่งอีเมลเพื่อให้ลูกค้าอนุมัติการปรับสมดุล เท่ากับว่า ลูกค้าไม่ต้องคอยติดตามการลงทุนของตัวเองและยังเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนไปในตัว โดยโอซีบีซี โรโบอินเวสต์จะทำการปรับสมดุลหลังจากได้รับการยินยอมจากลูกค้าภายในสองสัปดาห์นับจากที่แจ้ง
ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงแดชบอร์ดเพื่อดูการลงทุนของตัวเอง รวมทั้งถอนหรือเพิ่มการลงทุนได้ตลอดเวลา
นอกจากนั้น ค่าบริการยังถูกแสนถูกเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมการบริหารการลงทุนคือ แค่ 1.5% ของมูลค่าทรัพย์สินที่จัดการสูงสุด 50,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (36,526 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ต่อปี และ 1% สำหรับทรัพย์สิน 50,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ขึ้นไป
โครงการนำร่องตั้งแต่เดือนมีนาคม-ธันวาคมปีที่แล้วช่วยยืนยันสมมติฐานของโอซีบีซี แบงก์ว่า นักลงทุนอายุระหว่าง 25-40 ปีไม่มีข้อจำกัดในการยอมรับการลงทุนแบบ “บริการตัวเอง” ตราบที่พอร์ตการลงทุนสอดคล้องกับความต้องการในการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ด้วยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าที่ได้จากโครงการนำร่องที่มีการลงทุนเฉลี่ยรายละ 9,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และอายุเฉลี่ยของนักลงทุนคือ 35 ปีนั้น โอซีบีซี โรโบอินเวสต์ที่เกิดจากการร่วมมือระหว่างแบงก์แดนลอดช่องแห่งนี้กับฟินเทคร่วมชาติ วีอินเวสต์ จึงเพิ่มจำนวนตลาดเป็น 6 ตลาดใหญ่ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง ยุโรป สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และอเมริกา รวมทั้งเพิ่มจำนวนพอร์ตการลงทุนเป็น 28 กลุ่ม เช่น เทคโนโลยี ทรัสต์ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคโตเร็ว ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ อาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ
ตลอดกระบวนการลงทุนครบวงจรนี้จะเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด
อาทิตยา คุปตะ หัวหน้าแผนกอี-บิสเนส สิงคโปร์ของโอซีบีซี บอกว่า โอซีบีซี โรโบอินเวสต์จะช่วยส่งเสริมให้นักลงทุนเริ่มต้นเส้นทางการลงทุนและเพิ่มความมั่งคั่งด้วยวิธีที่ง่ายดาย ชาญฉลาด และกำหนดด้วยตัวเอง นอกจากนั้นยังนำเสนอโซลูชันที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความสะดวกสบาย และปรับให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคนมากขึ้น และโอซีบีซีมั่นใจว่า ลูกค้าจะพบว่า แพลตฟอร์มการลงทุนแบบดิจิตอลใหม่นี้น่าสนใจอย่างมาก และจะเปลี่ยนแปลงวิธีที่ลูกค้ามีส่วนร่วมในการลงทุนโดยสิ้นเชิง
บาสคาร์ ปราบาคารา ซีอีโอวีอินเวสต์ บอกว่า ตื่นเต้นที่ได้ร่วมกับโอซีบีซี เปิดตัวแพล็ตฟอร์มดิจิตอลเพื่อการบริหารสินทรัพย์ที่ใช้งานง่าย ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนทั้งมือใหม่และนักลงทุนที่มีเงื่อนไขซับซ้อนพร้อมสำหรับเส้นทางการลงทุนแบบกำหนดเองด้วยโซลูชันการลงทุนที่มีประสิทธิภาพที่สุดแต่ค่าบริการถูกกว่าปกติมาก รวมทั้งยังตื่นเต้นที่โอซีบีซีเป็นธนาคารแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ริเริ่มให้บริการโรโบ-อินเวสต์เมนต์
การเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ซึ่งดำเนินการผ่านโอเพน โวลต์ บริษัทด้านนวัตกรรมในเครือโอซีบีซี แบงก์ เน้นย้ำความจำเป็นของนวัตกรรมและโมเดลใหม่ๆ ที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่สามารถปรับใช้โซลูชันดิจิตอลที่มุ่งเน้นลูกค้าอย่างรวดเร็วขึ้น
อนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ วีอินเวสต์ สตาร์ทอัพที่น่าจับตาของสิงคโปร์ เพิ่งระดมทุนรอบ A ได้เงินมา 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีชโรเดอร์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ระหว่างประเทศที่มีฐานอยู่ในลอนดอน เป็นผู้สนับสนุนหลักและถือหุ้นส่วนน้อย
สำหรับโอซีบีซี แบงก์นั้น เมื่อเดือนกรกฎาคมเพิ่งแย้มแผนเปลี่ยนพนักงานที่เคาน์เตอร์รับฝาก-ถอนเงินครึ่งหนึ่งเป็น “ดิจิตอลแอมบาสเดอร์” เพื่อยกระดับทักษะพนักงานเหล่านี้ และในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ยังเป็นแบงก์แห่งแรกในแดนลอดช่องที่ริเริ่มบริการเปิดบัญชีทันใจด้วยระบบดิจิตอลสำหรับผู้พำนักหรือพลเมืองสิงคโปร์


