xs
xsm
sm
md
lg

สยามปลาคาร์ฟ รุกหนักตลาดปลาสวยงาม เพาะพันธุ์ส่งนอก สร้างรายได้เดือนละล้าน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


การประกอบอาชีพเกษตรกรรมไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะเต็มไปด้วยความเสี่ยง ทั้งจากปัจจัยทางธรรมชาติ และตลาดที่รับซื้อ หากขาดการวางแผนจัดการที่ดี แต่ ปกรณ์ วงศ์มโนพณิช เจ้าของ สยามปลาคาร์ฟ ก็เปลี่ยนความเสี่ยงเป็นความท้าทาย เปลี่ยนความล้มเหลวเป็นจุดหมายที่ต้องก้าวไป จนวันนี้ฟาร์มปลาคาร์ฟของเขามีขนาดใหญ่ติด 1 ใน 5 ของประเทศ
ปกรณ์เติบโตมากับธุรกิจฟาร์มหมู แต่กลับหลงใหลในปลาสวยงาม ตั้งแต่เด็กๆ เขาเลี้ยงปลาคาร์ฟขาย สร้างรายได้และส่งเสียตัวเองเรียน สร้างความภูมิใจให้กับคนเป็นพ่อแม่ยิ่งนัก และเพราะต้องการความรู้ที่แน่นปึ้ก เขาจึงเลือกเรียนทางด้านเกษตร และหาประสบการณ์ตรงจากการทำงานในบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์และยาสัตว์เป็นเวลา 5 ปี ก่อนลาออกมาลุยสร้างฟาร์มปลาคาร์ฟที่ได้มาตรฐานกรมประมง รวมทั้งเปิดหน้าร้านที่ตลาดปลาสวยงาม ที่ จ.ราชบุรี บ้านเกิด

“ประสบการณ์ความรู้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เราทำธุรกิจด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการค่าใช้จ่าย เงินทุนหมุนเวียน แรกๆ เราเลี้ยงปลาที่เพาะพันธุ์เองในบ้านเรา ก็ไม่ต้องลงทุนเยอะ จนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ภาวะเศรษฐกิจทำให้ค้าขายลำบาก จึงพยายามมองหาตลาดอื่น นั่นคือตลาดส่งออก ผมมองว่าทุกอย่างมันต้องพลิกแพลง ถ้าเจอทางตัน เราก็ไปทางอื่น”
ความแตกต่างของปลานำเข้าที่มีคุณภาพมากกว่า ทั้งอัตราการโต ความใหญ่ คุณภาพของสีสันและลวดลาย ดึงดูดให้เขาลุกขึ้นมาติดต่อฟาร์มปลาคาร์ฟที่ญี่ปุ่น เพื่อเป็นดีลเลอร์นำเข้าปลามาจำหน่ายที่เมืองไทย โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการทำมาร์เก็ตติ้ง แล้วก็ไม่ผิดหวัง ธุรกิจสยามปลาคาร์ฟโตไว ได้ผลตอบแทนที่รวดเร็ว โดยเขาจำหน่ายปลาที่นำเข้าให้กับดีลเลอร์อีกต่อหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฟาร์มขนาดกลางและฟาร์มรายย่อย สำหรับนำไปค้ากำไรต่อ ขณะเดียวกันก็อิมพอร์ตแม่พันธุ์จากญี่ปุ่นมาเพาะเลี้ยงที่ฟาร์มด้วย ก่อนขายในประเทศ และส่งออกไปจำหน่ายยัง 3 ประเทศหลัก คือ อินเดีย เวียดนาม และเปรู

“เราใช้แม่พันธุ์คุณภาพจากญี่ปุ่น เลยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ อยากได้ลูกอะไร ก็ไขว้ผสมเองเลย ทำให้ไม่เสียเวลา จุดเด่นของปลาที่เพาะออกมาคือ โตไว ตัวใหญ่ ให้ผลผลิตเยอะ แต่เปอร์เซ็นต์ลายสวยจะน้อย หมายถึง ลวดลายที่เป็นมาตรฐาน เช่น ลายซิกแซก ลายสองตอน ลายสามตอน ปลาไทยจะทำได้ดีกว่า แต่ข้อเสียคือโครงสร้างไม่ดี มูลค่าของปลาลูกนอกเลยสูงกว่าปลาไทย”

     กว่าจะประสบความสำเร็จ คนมีความรู้อย่างปกรณ์ก็ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ไม่ต่างจากคนอื่น อย่างตอนที่นำเข้าปลาชุดแรกเข้ามา เขาก็เจ็บตัวไม่น้อย เพราะขาดความรู้เรื่องสภาพอากาศ คุณภาพน้ำ และพันธุ์ปลา แต่ยิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งแข็งแกร่ง ครั้งต่อมาเขาถึงมั่นใจที่จะขอกู้เงิน 5 ล้านบาท เพื่อลงทุนนำเข้าปลาชุดที่ 2 โดยใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme ระยะที่ 5 (ปรับปรุงใหม่) นับว่า บสย. มีส่วนในการช่วยขยายธุรกิจฟาร์มปลาคาร์ฟแห่งนี้ไม่น้อย
ปัจจุบันสยามปลาคาร์ฟนำเข้าปลาสวยงามมาทำตลาดมากถึง 80% ธุรกิจขยายตัวต่อเนื่องตามฐานลูกค้าที่นิยมเลี้ยงปลาสวยงามที่กว้างขึ้น อย่างไรก็ดี ปลาที่นำมาจำหน่ายก็ต้องมีคุณภาพจริงๆ เพราะลูกค้าสมัยนี้รู้ลึก รู้จริง เลี้ยงปลาเป็น เนื่องจากศึกษามาอย่างดีจากคลังความรู้ในโลกออนไลน์ โดยตลาดที่น่าสนใจคือ ตลาดปลาไซส์เล็กขนาด 15-30 ซม. ขายอยู่ที่ตัวละ 1,500-3,000 บาท ซึ่งกำลังซื้อบ้านเราจะอยู่ที่ตลาดนี้เป็นส่วนใหญ่ แต่หากปลาไซส์ใหญ่กว่านั้น ตลาดจะเล็กลงมา สวนทางกับมูลค่าปลาที่สูงขึ้น โดยซื้อขายกันหลักหมื่นหลักแสนบาท

ด้วยมูลค่าของปลาสวยงามที่หอมหวานนี้เอง ทำให้คนเลี้ยงปลาจำนวนไม่น้อย ผันตัวมาเป็นพ่อค้าปลาสวยงาม ปกรณ์คาดว่าในตลาดน่าจะมีคนหันมาเป็นผู้ประกอบการ 60-70% โดยซื้อมา-ขายไปผ่านช่องทางสื่อโซเชียล ไม่ได้สร้างฟาร์มเป็นกิจจะลักษณะ เขาจึงโอกาสนี้ต่อยอดธุรกิจ ให้บริการคำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ในเรื่องการทำธุรกิจ เช่น จัดหาปลาสวยงาม วางโครงสร้างราคาและการทำกำไร กระทั่งรับสร้างบ่อหรือฟาร์มปลาคาร์ฟ เพราะนอกจากเป็นนักธุรกิจ ปกรณ์ยังสวมหมวกประธานชมรมปลาคาร์ฟ และบอร์ดบริหารสมาคมผู้ประกอบการปลาคาร์ฟแห่งประเทศไทยอีกด้วย

เมื่อธุรกิจก้าวพ้นวิกฤตมาได้ มาปีนี้เขาก็มองความเป็นไปได้ในการกระจายสินค้าให้เร็วที่สุด โดยพยายามผลักดันธุรกิจทั้ง 2 ขาให้เติบโตเต็มที่ ทั้งเพาะพันธุ์ปลาเพื่อส่งออก รวมทั้งนำเข้าปลาสวยงามจากญี่ปุ่นให้หลากหลายสายพันธุ์มากขึ้น ปีนี้ยังจะเป็นปีแรกที่ลงมือทำกิจกรรมการตลาดอย่างจริงจัง เช่น ประมูลปลาที่ฟาร์ม โรดโชว์ไปตามห้างสรรพสินค้า นอกจากส่งเสริมให้ดีลเลอร์ของสยามปลาคาร์ฟทำมาค้าคล่องในจังหวัดของตนเอง เขายังมีแผนจะขยายดีลเลอร์ไปทั่วประเทศให้ได้
“เราพยายามผลักดันธุรกิจทั้ง 2 ขา ให้เติบโตเต็มที่ โดยจะเน้นตลาดเพาะพันธุ์ปลาเพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนต่ำ โอกาสในตลาดปลาไซส์เล็กยังมีอีกมาก หากสามารถกระจายตลาดได้กว้างขึ้น น่าจะสร้างรายได้ใกล้เคียงกับธุรกิจนำเข้าปลา ที่ต้นทุนค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะเรื่องภาษี โดยเราตั้งเป้ารายได้เดือนละ 1 ล้านบาท หรือเติบโต 100% จากการสนับสนุนของดีลเลอร์ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ

สำหรับเอสเอ็มอีที่สนใจทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม ผมแนะนำว่าจะทำอะไร ต้องมองตลาดให้ออกก่อน ว่าเราจะกระจายสินค้าให้ใครได้บ้าง จากนั้นก็ทำการตลาดให้เต็มที่ อย่ากลัวว่ามันจะเจ๊ง ถ้าทำแล้วถึงแม้จะล้มเหลว ก็ยังหาช่องทางแก้ไขได้ ‘ถ้าไม่กล้าลงมือทำ ก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จ’ ดังนั้นลุยทำในสิ่งที่คิดได้เลย” ปกรณ์กล่าวทิ้งท้าย

ติดต่อ สยามปลาคาร์ฟ โทร. 095-827-9898 เฟสบุ๊ค https://th-th.facebook.com/SiamPlaCarp/

บทความโดย: บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) (www.tcg.or.th)


* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *

SMEs manager



กำลังโหลดความคิดเห็น...