ปฎิเสธไม่ได้กับผลิตภัณฑ์จากปลาร้าคนไทยนับวันจะบริโภคมากขึ้นแต่ก็ต้องควบคู่กับการต้องถูกสุขลักษณะอนามัยด้วย ทำให้ทายาทธุรกิจผู้คร่ำหวอดในวงการที่มีคุณแม่ทำปลาร้า มานานกว่า 30 ปี ขอแปรรูปเป็นปลาร้าพาสเจอร์ไรซ์ พร้อมนำนวัตกรรมมาช่วยร่นเวลาในการหมักจาก 1 ปีเหลือเพียง 8 เดือนภายใต้แบรนด์ “ปลายจวัก”
‘อาหารที่มีส่วนผสมของปลาร้ามักจะมีรสชาติดีถูกปากคนไทยและเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ทำให้ธุรกิจโรงหมักปลาร้าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันดำเนินต่อไปได้และยังมีโอกาสเติบโตสูง’ แนวคิดนี้ช่วยจุดประกายให้ “เนตรดาว ขันดวง” ขอสานต่อกิจการครอบครัวที่มารดาทำโรงหมักปลาร้า ใน จ.สระบุรี มา 30 ปี เดิมเป็นการหมักโดยใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านใช้โอ่งเป็นภาชนะหลักเริ่มจากโอ่งเพียงไม่กี่ใบขยายเป็น 600 ใบ และล่าสุดตั้งเป้าทะลุ 1,000 ใบ อย่างแน่นอนหลังเปลี่ยนการผลิตมาเป็นปลาร้าพาสเจอร์ไรซ์
“เรามองว่านับวันมีผู้คนบริโภคปลาร้าเพิ่มมากขึ้นทำให้ขั้นตอนการผลิตก็ต้องเน้นไปที่มาตรฐานและคุณภาพซึ่งจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนจึงคิดทำน้ำปลาร้าพาสเจอร์ไรซ์ที่เน้นความสะอาดปลอดภัยไร้สารตกค้างประกอบกับสามีเป็นพนักงานโรงงาน ด้านอาหารมาประมาณ 10 ปี ก็เห็นโอกาสและใฝ่ฝันที่จะมีโรงงานผลิตอาหารเป็นของตัวเองบ้าง จึง มองไปที่โรงงานผลิตปลาร้าที่ได้มาตรฐาน และในปี 2559 โรงงานผลิตน้ำปลาร้าพาสเจอร์ไรซ์ แบรนด์ 'ปลายจวัก' ก็เกิดขึ้น”
การเปิดตลาดครั้งแรกของน้ำปลาร้าพาสเจอร์ไรซ์ปลายจวัก ได้รับโอกาสจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ SME Development Bank นำสินค้าไปวางจำหน่ายที่คลองผดุงกรุงเกษม ก็ได้รับการตอบรับดีจากทั้งผู้บริโภคและผู้ที่สนใจนำสินค้าไปจำหน่ายต่อเนื่อง จากมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยรวมถึงกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานไม่ว่าจะเป็น อย., HACCP, GMP และฮาลาล รวมถึงปราศจากวัตถุกันเสียอีกด้วย ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้ไม่เพียงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคคนไทยเท่านั้นแต่ตลาดส่งออกยังเปิดกว้างให้คนไทยในต่างแดนได้ซื้อไปบริโภคและนำไปทำตลาดต่อ
สำหรับสูตรของน้ำปลาร้าปลายจวัก จะแบ่งออกเป็น 2 สูตรคือ 1.สูตรสำหรับการบริโภคในประเทศ จะใช้ปลาสดน้ำจืดหลากหลายชนิด อย่าง ปลาสลิด ปลากระดี่ ปลาหมอ ปลายี่สก นำมาหมักกับเกลือ ข้าวคั่ว และรำข้าว ซึ่งปลาเหล่านี้จะใช้ทั้งตัวในการหมัก ขายในราคาขวดละ 49 บาท (ขนาด 300 มล.) และ 2.การผลิตน้ำปลาร้าพาสเจอร์ไรซ์สำหรับส่งออก จะเลือกใช้ปลาจีน หรือปลายี่สกเพียงชนิดเดียว เลาะเอาแต่เนื้อปราศจากก้างกระดูก หัว และไส้ของปลา เนื่องจากเป็นข้อกำหนดผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับส่งออกไปต่างประเทศ ขายในราคาขวดละ 69 บาท เป็นขวดพลาสติกหนา 3 ชั้น ทนร้อนและป้องกันการกดอากาศในเครื่องบินได้
ส่วนผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาร้าของปลายจวักที่ขายดีไม่แพ้กัน คือ แจ่วบอง ปลาร้าสับทรงเครื่อง และน้ำปลาหวาน แต่อุปสรรคสำคัญคือขั้นตอนการหมักต้องใช้เวลาถึง 1 ปี ดังนั้นคุณเนตรดาวจึงได้ปรึกษากับนักวิชาการ “รศ.ชื่นจิต ประกิตชัยวัฒนา” ภาควิชาเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมทำวิจัยในเรื่องการลดเวลาหมักปลาร้าให้สั้นลงล่าสุดเหลือเพียง 8 เดือน แต่ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ซึ่งอนาคตคาดว่าจะใช้เวลาในการหมักสั้นกว่านี้
“เรามองว่าระยะเวลาในการหมักปลาร้า1 ปี ถือว่านานเกินไปไม่ตอบโจทย์ด้านการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันได้จึงได้ทำการวิจัย สุดท้ายเหลือเพียง 8 เดือนรสชาติไม่ต่างจากการหมักนาน 1 ปี โดยเป็นการทำหัวเชื้อที่ได้จากการหมักปลาร้าจากโอ่ง ซึ่งเป็นหัวเชื้อจากจุลินทรีย์ตัวที่ช่วยในเรื่องของการหมักและทำให้กลายเป็นน้ำปลาร้าได้เร็วขึ้น ซึ่งอนาคตเราจะร่วมทำการวิจัยต่อให้เหลือเพียง 6 เดือน เพื่อเตรียมนำสินค้าเข้าจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อชื่อดังเร็วๆ นี้”
เมื่อปรับลุคส์ของปลาร้าทั้งในเรื่องของคุณภาพ และบรรจุภัณฑ์แล้ว ก็ถึงเวลานำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดออนไลน์ โดยเธอตัดสินใจเข้าร่วมอบรมในหัวข้อ “เชื่อมต่อธุรกิจเปิดสวิซต์ e-Commerce” ที่ร่วมกับเว็บไซต์ e-Marketplace ชื่อดังอย่าง Shoppee ที่ทำให้เธอเป็นดาวเด่นและมียอดขายเพิ่มมากขึ้นในรุ่นที่มีการอบรมในครั้งนี้ ซึ่งในคอร์สการอบรมนอกจากการสอนเทคนิคการขายสินค้าในช่องทางออนไลน์แล้ว ยังถ่ายทอดความรู้เรื่องการถ่ายรูปผลิตภัณฑ์ให้ดึงดูดลูกค้า และทำให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นขึ้นส่งผลให้ยอดขายเพิ่ม และแบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น
***สนใจติดต่อ 09-5159-5115 หรือที่ Facebook: Plaijawak9 และ Line Id: @plaijawak***
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *


