xs
xsm
sm
md
lg

บัวลอยหม้อไฟ ยกระดับขนมไทยให้ดูอินเตอร์ เจาะลูกค้าชอบเซลฟี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ชุดบัวลอยหม้อไฟ จัดเสิร์ฟประมาณนี้
บัวลอย เป็นอีกหนึ่งเมนูขนมไทยยอดนิยม  และด้วยบัวลอยเป็นขนมที่ต้องกินร้อนจึงนิยมขายในตอนกลางคืน ด้วยเหตุนี้เองจึงได้เป็นที่มาของเมนูบัวลอยหม้อไฟ ของร้าน Yummy party ร้านปังนมสด และ สเต๊ก ที่จัดเมนูบัวลอยมาเสริมเอาใจคนรักขนมไทย
 “นางสาวสุทธินี สุภาจักร” (น้องสาว) “นางสาวจุฬาภรณ์ วงเดือน” และ “นายธีรภัทร วงษ์ประเสริฐ” เจ้าของ
นายสุทธิรัตน์ สุภาจักร เล่าว่า ได้ร่วมกับเพื่อนอีก 3 คน “นางสาวสุทธินี สุภาจักร” (น้องสาว) “นางสาวจุฬาภรณ์ วงเดือน” และ “นายธีรภัทร วงษ์ประเสริฐ” เปิดร้านปังนมสด และสเต๊ก สาขาแรกเปิดที่ถนนพหลโยธิน ปากซอยพหลโยธิน 67/1 แต่ขายไม่ค่อยดี ก็เลยลองมาเปิดใกล้วงเวียนหลักสี่ ปากซอยรามอินทรา 5 เช่าพื้นที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเป็นสาขาที่ 2
ร้านนี้ รามอินทรา ซอย 5 เช่่าหน้าร้าน 7-11
เมนูของทางร้านประกอบไปด้วย บึงซู ปังนม ไอศกรีม และสเต๊ก ส่วนเมนูบัวลอยหม้อไฟเพิ่งนำเข้ามาเสริมในร้านได้ประมาณ 1 เดือน ที่มาของ บัวลอยหม้อไฟ เกิดมาจากโดยส่วนตัวชื่นชอบการกินขนมไทยอยู่แล้ว และต้องการยกระดับขนมไทยให้สามารถเข้ากับคนรุ่นใหม่ ได้เหมือนกับเมนูอื่นๆ ของทางร้าน ซึ่งตอนนั้นนึกถึงบัวลอยเหมาะกับตลาดกลางคืน ส่วนการจัดเป็นเซตได้ไอเดียมาจากเบนโตะ อาหารญี่ปุ่น คิดว่าถ้าอย่างนั้น เอาถาดเบนโตะมาจัดเป็นเซต ส่วนหม้อไฟ เกิดมาจากเห็นว่าบัวลอยต้องกินร้อนๆ ก็เลยได้มาเป็นเมนูบัวลอยหม้อไฟ

สำหรับบัวลอยหม้อไฟ ของ “ร้าน Yummy Party” แห่งนี้ยังคงคอนเซ็ปต์ของร้านที่ชอบสีสันสดใส มีความเป็นพาสเทลของทุกเมนู เช่น บิงซู ขนมปัง และอื่นๆ ในส่วนของบัวลอยก็เช่นกัน โดยบัวลอยของร้านเรามีด้วยกัน 4 สีมาจากธรรมชาติ ได้แก่ สีเหลืองจากฟักทอง สีเขียวจากใบเตย สีม่วงจากอัญชัน และสีม่วงจากเผือก ส่วนกิมมิกก็คงอยู่ที่หม้อไฟ ที่ทางร้านจัดเสิร์ฟ โดยการเสิร์ฟจะแยกหัวกะทิ ซึ่งเราทำออกมาเป็น 2 แบบ กะทิแบบจืดมัน และกะทิแบบเค็ม ที่มาของกะทิทั้ง 2 แบบมาจากส่วนตัวครอบครัวเราจะชอบบัวลอยกะทิแบบเค็ม แต่พอครอบครัวของแฟนจะชอบบัวลอยกะทิแบบจืดและมัน ก็เลยนำทั้ง 2 อย่างมาแยกเสิร์ฟให้แก่ลูกค้า
บรรยากาศ ร้าน
ส่วนของเม็ดบัวลอย จะต้มในน้ำเชื่อม และเสิร์ฟอยู่ในหม้อไฟ เวลากินก็ราดน้ำกะทิซึ่งใครชอบเค็มก็ใส่กะทิเค็มเยอะหน่อย หรือถ้าชอบจืดมันก็ไม่ต้องใส่เค็ม หรือถ้าชอบทั้ง 2 แบบก็เติมกะทิทั้ง 2 แบบ ส่วนท็อปปิ้งที่แยกออกมาก็จะมี ฟักทอง เนื้อมะพร้าวอ่อน เผือก ข้าวโพด และขาดไม่ได้ก็คือไข่หวาน ที่เป็นท็อปปิ้งคู่ใจของบัวลอย โดยราคาบัวลอยหม้อไฟ มีราคาเดียว คือ 169 บาท สามารถกินกันได้ 4-5 คน ถ้าใครไม่ต้องการบัวลอยหม้อไฟ ทางร้านก็จะมีบัวลอยที่จัดเสิร์ฟเป็นถ้วยไว้บริการด้วย ซึ่งมี 2 ราคา 39 บาท และใส่ไข่ 49 บาท

\
 เมนูอื่นๆของทางร้าน
“สุทธิรัตน์ บอกว่า หลังจากเปิดตัวเมนูบัวลอยหม้อไฟทำให้เราได้ลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมาจากในโซเชียล จากการที่เราโพสต์ และเกิดการแชร์ต่อ บวกกับลูกค้าที่มากิน และถ่ายรูปไปลง ซึ่งเป็นไปอย่างที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ว่าถ้าเปิดตัวบัวลอยหม้อไฟจะได้รับกระแสจากลูกค้าในโลกออนไลน์ ช่วงแรกที่ลูกค้าตามมากินอาจจะอยากมากินบัวลอย แต่พอเขาได้รู้จักร้านของเรา  ก็จะกลับมากินเมนูอื่นๆ ในอนาคตได้ 


 บัวลอยเสิร์ฟในหม้อไฟ จะเป็นบัวลอยต้มในน้ำเชื่อม
ทั้งนี้ เปิดมาได้ 1 เดือน จากวันแรกที่ขายหม้อไฟได้แค่ 2-3 หม้อ แต่วันนี้ขายได้วันละ 60-70 หม้อ และลูกค้าที่สั่งบัวลอยหม้อไฟจะเพิ่มขึ้นทุกวัน ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าใหม่ที่มาจากโซเชียลเกือบทั้งหมด ที่สำคัญ ก่อนที่จะขายเมนูบัวลอย ลูกค้าส่วนใหญ่ของทางร้านจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น แต่เมนูบัวลอย ขนมไทยทำให้เรามีลูกค้าที่เป็นผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมา และการที่เรามาทำขนมบัวลอยทำให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้วคนไทยชอบกินบัวลอยกันเยอะมาก โดยเฉพาะการขายบัวลอยในตลาดกลางคืน ซึ่งร้านของเราเปิดขายตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น.

“จากการที่เราทั้ง 4 คนเป็นคนรุ่นใหม่ ดังนั้น ครั้งแรกที่เราคิดจะร่วมกันมาเปิดร้าน เรามองไปที่อาหารที่ต้องดูทันสมัย เมนูจากต่างประเทศ เลือกเปิดร้านบิงซู และสเต๊ก โดยเรามองข้ามเมนูขนมไทย แต่พอเรามาทำบัวลอย พบว่าจริงๆ แล้วเมนูที่ถูกใจคนไทยมากที่สุดคือขนมไทยอย่าง บัวลอย นี่เอง กินได้ทุกวัย วัยรุ่นชอบ ผู้สูงอายุ หรือเด็กก็ชอบ เพียงแค่นำมายกระดับให้มันดูแปลกใหม่ และร่วมสมัยไปกับคนรุ่นใหม่ ให้เขามากินและต้องถ่ายรูปกลับไป ที่สำคัญคือ รสชาติต้องอร่อยด้วย” สุทธิรัตน์กล่าวทิ้งท้าย

สนใจโทร. 08-6987-4564, 08-8628-8565



* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *