xs
xsm
sm
md
lg

“สารสกัดเลือดจระเข้” ผลงานวิจัยคนไทย เสริมอาหารเบอร์ต้นๆ ตอบโจทย์ทัวร์จีน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผลิตภัณฑ์แคปซูลสารสกัดเลือดจระเข้
ปัจจุบันการเลี้ยงจระเข้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนไทยอีกต่อไป เพราะมีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากทุกส่วนของจระเข้ นั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ไม่เว้นแม้แต่เลือดจระเข้
นางสาววิสาธิณี รุ่งทวีชัย เจ้าของ
เฉกเช่นผู้ประกอบการรายนี้ "นางสาววิลาสิณี รุ่งทวีชัย" เจ้าของฟาร์มจระเข้รุ่งทวีชัย จังหวัดนครปฐม ได้นำเลือดจระเข้มาอัดแคปซูล เป็นผลิตภัณฑ์แคปซูลสารสกัดจากเลือดจระเข้ แบรนด์ วานิไทย โดยเริ่มต้นมาจาก ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ต้องการจะศึกษาคุณสมบัติทางชีววิทยาของจระเข้ จึงได้ติดต่อขอตัวอย่างเลือดจากทางฟาร์มรุ่งทวีชัยนำไปศึกษา และพัฒนา จึงได้ออกมาเป็นสารสกัดดังกล่าว ซึ่งเมื่อ 11 ปีก่อนหน้านี้สารสกัดเลือดจระเข้ วานิไทย ถือเป็นรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย และในโลก

หลังจากเปิดตัว และได้รับมาตรฐาน อย. เรื่องราวของสารสกัดเลือดจระเข้ได้มีการพูดถึงกันแบบปากต่อปาก ถึงคุณสมบัติที่สามารถควบคุมโรคเบาหวาน ช่วยลดน้ำตาล และรักษาอาการภูมิแพ้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการโลหิตจาง เมื่อรับประทานสารสกัดเลือดจระเข้ยังช่วยการไหลเวียนของเลือดได้ โดยมีผลการวิจัย จากทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงผู้ที่เคยใช้ และได้ผล
เลือดเก็บในขวดที่สามารถเก็บในความเย็น -40องศาได้
นางสาววิลาสิณี กล่าวต่อว่า ตนได้ใช้งบไปกับการสร้างโรงงานและการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับเลือดจระเข้ในครั้งนี้ไปกว่า 50 ล้านบาท ปัจจุบันมีลูกค้าคนไทย ลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าทัวร์จีน อาหารเสริมที่เขาต้องซื้อกลับเมื่อมาประเทศไทย นั่นคือ เลือดจระเข้เป็นหนึ่งในเสริมอาหารที่คนจีนนิยม ซึ่งยังได้มีการขยายตลาดโดยการบอกต่อของผู้ที่เคยบริโภค ไปยังประเทศในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา รวมถึงในเอเชียอีกหลายประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว นอกจากนี้ รับจ้างผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มทัวร์จีน แต่หลังจากที่ทัวร์ศูนย์เหรียญถูกยกเลิกไป ทำให้รายได้ในส่วนของการรับจางผลิตหายไปด้วย

สำหรัการเติบโตของตลาดเลือดจระเข้มีสูงขึ้นหลังจากตลาดมีความต้องการ เพราะลูกค้าที่ได้กิน และได้ผลจะกลับมาซื้ออีก ประกอบกับได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดทัวร์จีน ทำให้มีผู้ประกอบการที่ทำฟาร์มจระเข้หันมาทำแคปซูลสกัดเลือดจระเข้ แต่ปัญหาที่ตาม คือ การผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ของผู้ผลิตรายย่อย ส่งผลต่อภาพรวมของผลิตภัณฑ์ในอนาคต ถ้าผู้บริโภคเลือกแบรนด์ที่ไม่ได้มาตรฐาน และเมื่อกินเข้าไปแล้วไม่ได้ผล หรือ มีผลข้างเคียง ทำให้เกิดภาพลบต่อผลิตภัณฑ์เลือดจระเข้แบรนด์อื่นๆ ด้วย

ในส่วนของช่องทางการจัดจำหน่าย ตลอด 11 ปีที่ผานมา สารสกัดเลือดจระเข้ แบรนด์ วานิไทย เลือกใช้การขายผ่านทางรายการวิทยุ รายการทีวีทางเคเบิลเป็นหลัก และขายผ่านทัวร์จีน แต่หลังจากมีโลกออนไลน์ โซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามา โลกเปลี่ยนไป ต้องยอมรับว่า ช่องทางหลักทำรายได้ให้กับธุรกิจอาหารเสริม คือ ออนไลน์ ซึ่งการทำการตลาดแบบเดิมอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้น แผนการตลาดตอนนี้มุ่งการประชาสัมพันธ์ผ่านทางออนไลน์ให้มากขึ้น

ส่วนยอดขายในตอนนี้อยู่ประมาณเดือนละ 1 ล้านเม็ด ราคาเม็ดละ 15 บาท ลูกค้าคนไทยประมาณ 70% ที่เหลือเป็นส่งออกประมาณ 30% สัดส่วนการส่งออกจะเปลี่ยนแปลงตามจำนวนทัวร์จีนที่มาลงด้วย ถ้าเป็นช่วงที่ทัวร์จีนมาลงเยอะสัดส่วนส่งออกจะมากถึง 80%

ในส่วนของการผลิต เลือดจระเข้ที่นำมาใช้ในการผลิตมาจากฟาร์มของตนเองส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งรับซื้อมาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐาน โดยแต่ละเดือนต้องใช้เลือดจระเข้มากถึง 4,000 กิโลกรัม โดยเลือด 11 กิโลกรัม สามารถนำมาฟรีซดรายเป็นผงแห้งได้ประมาณ 1 กิโลกรัม ซึ่งเลือดจระเข้ในฟาร์มของเราจะใช้วิธีการดูดเลือดออกมาเพื่อจะได้ไม่ต้องฆ่าจระเข้ สำหรับฟาร์มที่เราไปซื้อเลือดก็จะให้เขาใช้วิธีการดูดเลือดเช่นกันเพราะจะได้เลือดที่สะอาดไม่ปนเปื้อนสิ่งสกปรก

ทั้งนี้ คุณวิลาสิณี บอกว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการรายเล็กที่เลี้ยงจระเข้มีน้อยลง เพราะต้นทุนสูง และใช้เวลาในการเลี้ยงนานถึง 3-4 ปี ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย ส่วนราคาจระเข้ขึ้นอยู่กับขนาด คิดเป็นเซน ส่วนเลือดจระเข้ขายเป็นกิโลฯ กิโลกรัมละ 500 บาท ข้อดีของการเลี้ยงจระเข้ คือ ถ้าเราชำแหละเอง จะขายได้ทุกส่วน 
ผงเลือดที่พร้อมบรรจุ ในแคปซูล
ฟาร์มของเราพยายามจะนำทุกส่วนของจระเข้มาทำการวิจัย เพื่อหาช่องทางในการทำผลิตภัณฑ์ เช่น ล่าสุดได้เซรัม ซึ่งเป็นชั้นไขมันที่ได้จากการตกตะกอนของเลือด มาทำสารสกัดอีกตัวหนึ่ง ซึ่งสามารถลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้เป็นเบาหวานได้ดีกว่าเลือดจระเข้ หรือ กระดูก นำมาวิจัย พบว่ากระดูกของจระเข้มีแคลเซียมสูง เหมาะสำหรับเด็ก และผู้สูงอายุที่ต้องการแคลเซียม เป็นต้น

นางสาววิลาสิณี เล่าว่า ที่เธอมาทำธุรกิจนี้เกิดมาจากความบังเอิญที่ชื่นชอบจระเข้ และได้จระเข้มาเลี้ยงจากคนรู้จักที่ให้มาเลี้ยงหลายปี ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร ก็เลยว่าจะเอาไปขาย แต่คนซื้อกดราคาก็เลยไม่ขาย และเริ่มหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้สามารถขายจระเข้ได้ราคามากกว่านี้ สุดท้ายหันมาเพาะจระเข้ขายเอง และเป็นคนกลางรับซื้อ และชำแหละจระเข้ส่งโรงงานเครื่องหนัง และโรงงานรับซื้อเนื้อจระเข้ รายได้ค่อนข้างดี ก็เริ่มหาจระเข้มาเลี้ยงเพิ่มเรื่อยๆ จนวันหนึ่งอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาเจอเรา และได้ขอเลือดจระเข้จากฟาร์มไปทำการวิจัย และเมื่อผลวิจัยออกมา เราก็เลยได้ขอเป็นผู้ผลิต และได้ทำการผลิตแคปซูลสารสกัดเลือดจระเข้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันมีฟาร์มเลี้ยงจระเข้มากกว่า 100 ไร่

สนใจ โทร. 08-3270-8090


* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *




กำลังโหลดความคิดเห็น...