xs
xsm
sm
md
lg

“ลอดช่องสยาม” ขนมไทยฉีกกรอบธุรกิจ โตเมืองนอก คืนเหย้าสยายปีกในบ้านเกิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

อริยา ยิ้มทะโชติ เจ้าของบริษัท ลอดช่องสยามกรุ๊ป จำกัด
ธุรกิจประเภทอาหารส่งออกของไทย โดยทั่วไปมักเริ่มต้นและเติบโตในท้องถิ่น ตามด้วยขยายตลาดนอกพื้นที่ก่อนจะเติบโตสู่การส่งออกต่างประเทศ ทว่า ขนมไทย แบรนด์“ลอดช่องสยาม” กลับตรงกันข้าม เลือกที่จะแจ้งเกิดในต่างแดน จนประสบความสำเร็จ จากนั้นค่อยคืนถิ่นมาทำตลาดในบ้านเกิดนับเป็นโมเดลธุรกิจน่าสนใจ จากฝีมือของสาวเก่ง “อริยา ยิ้มทะโชติ” เจ้าของบริษัท ลอดช่องสยามกรุ๊ป จำกัด

ก่อนประสบความสำเร็จอย่างสูงกับธุรกิจขนมไทย แบรนด์ “ลอดช่องสยาม” จุดเริ่มต้นเกิดจากวิกฤติในธุรกิจเดิมเคยเปิดโรงงานรับจ้างแกะกุ้ง อยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร มากว่า 10 ปีเศษ แต่ด้วยปัญหาขาดแคลนแรงงาน จนเกิดภาวะขาดทุนสุดท้ายต้องปิดโรงงาน ปล่อยทิ้งร้างเปล่าประโยชน์เกือบ 3 ปี
ลองช่องสยาม บูมจากต่างแดน และสยายปีกกลับบ้านเกิด
“หลังธุรกิจรับจ้างแกะกุ้งต้องปิดตัวลงดิฉันพยายามคิดหาทางสร้างธุรกิจใหม่มาทดแทนที่ยังสามารถจะใช้ศักยภาพของโรงงานเดิมได้โดยดิฉันเห็นจุดเด่นด้านที่ตั้งโรงงานอยู่ในย่านแถวสมุทรสาครซึ่งพื้นที่นี้และใกล้เคียงนอกจากเป็นแหล่งวัตถุดิบประเภทของสดจากทะเลแล้วยังมีการปลูกมะพร้าวจำนวนมากซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำขนมไทย เลยเกิดแนวคิดจะทำธุรกิจเกี่ยวกับขนมไทย” อริยา เกริ่นนำ

เมื่อมีแนวคิดเบื้องต้นต้องการจะทำธุรกิจเกี่ยวกับขนมไทยประกอบกับได้รับรู้ข้อมูลสำคัญจากญาติสนิทว่า ตลาดประเทศสิงคโปร์ชื่นชอบขนมไทยที่ใช้ “น้ำกะทิ” โดยเฉพาะเมนู “ขนมลอดช่อง” อย่างมาก หากทำสินค้าตอบโจทย์ได้ดีมีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จ เพราะตลาดสิงคโปร์พร้อมรอรับซื้ออยู่แล้วจากข้อมูลดังกล่าว จุดไฟให้นักธุรกิจสาวมุ่งมั่นจะทำขนมลอดช่องจากเมืองไทยเพื่อไปแจ้งเกิดในตลาดสิงคโปร์ให้จงได้
เส้นนุ่ม รสละมุน
“ดิฉันเริ่มธุรกิจลอดช่องเมื่อประมาณ 8 ปีแล้ว ซึ่งเวลานั้นตลาดขนมลอดช่องในเมืองไทยมีเจ้าดังที่คนทั่วไปคุ้นชินอยู่แล้วในขณะที่ เรามาทำตลาดทีหลัง ยากจะแจ้งเกิดได้เพราะผู้บริโภคค่อนข้างยึดติดแบรนด์เดิมๆ ดังนั้น การเริ่มต้นเรามุ่งไปที่ตลาดต่างประเทศก่อน” สาวเก่ง เสริม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์ใดๆ ในการทำลอดช่องและน้ำกะทิมาก่อนเลยทุกอย่างต้องตั้งต้นใหม่จากศูนย์ โดยสูตรต่างๆ อาศัยสอบถามจากผู้รู้ส่วนใหญ่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ชำนาญการทำขนมโบราณควบคู่หาข้อมูลเสริมในอินเตอร์เน็ต แล้วลงมือลองผิดลองถูกด้วยตัวเองในรูปแบบ “ไม่ได้ความอร่อยตามต้องการ ก็เททิ้ง”
กระบวนการผลิตได้มาตรฐานสากล
ทำเช่นนี้อยู่นานเกือบปี กว่าจะได้สูตรลงตัวขณะเดียวกัน ลงทุนหลักแสนบาท ปรับปรุงโรงงานใหม่ รวมถึงจัดซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์ และจ้างแรงงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานสามารถจะผลิตลอดช่องเพื่อส่งออกต่างประเทศได้ และด้วยเป้าหมายหลัก ต้องการจะขายขนมไทยเพื่อลูกค้าต่างแดนการนำเสนอสินค้าต้อง “ชัดเจน” ดังนั้น เลือกจะตั้งชื่อแบรนด์ว่า“ลอดช่องสยาม” ควบคู่กับบรรจุภัณฑ์ มีโลโก้รูป “เรือสุพรรณหงส์” เพื่อให้ลูกค้าเป้าหมายรับรู้ได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็นว่า นี่คือขนมลอดช่องจากต้นตำรับประเทศไทย

“จะให้สินค้าติดตลาดเป็นที่รู้จัก ต้องมีแบรนด์ตั้งแต่วันแรกเพื่อลูกค้าจะจำและเรียกชื่อได้ถูกต้อง ดิฉันจึงเลือกใช้คำว่า “สยาม” มาต่อท้าย “ลอดช่อง” และมีโลโก้เป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ บ่งบอกว่าเป็นสินค้าจากเมืองไทยแท้ๆ” อริยา อธิบายเสริม

ด้วยจุดเด่นของลอดช่องสยาม ที่ตัวเส้นลอดช่องนุ่มหนึบมีกลิ่นหอมจากใบเตย อีกทั้ง สามารถเก็บได้หลายวันโดยไม่ใส่สารกันบูด ส่วนน้ำกะทิหอมหวานนวลทำจากกะทิสดและน้ำตาลมะพร้าวคุณภาพเยี่ยมควบคู่กับการผลิตในมาตรฐานสูงและที่สำคัญวางแผนการตลาดอย่างเหมาะสมช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จตั้งแต่เริ่มวางขายที่ประเทศสิงคโปร์และสามารถขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และฝรั่งเศส เป็นต้น เมื่อแจ้งเกิดและสร้างชื่อในต่างแดนสำเร็จ ถึงเวลาที่แบรนด์ “ลอดช่องสยาม” คืนสู่เหย้าให้คนในบ้านเกิด ลองลิ้มชิมรสอร่อยบ้าง

อริยาหวนกลับมาขยายตลาดในเมืองไทย เบื้องต้นใช้วิธีออกงานแสดงสินค้า เปิดแจกให้ลูกค้าชิมไม่อั้น เพราะมั่นใจว่าใครก็ตาม เมื่อมีโอกาสลองแล้ว จะติดใจควบคู่กับนำเสนอจุดเด่นเรื่องของคุณภาพสินค้าระดับส่งออกผลิตด้วยเครื่องจักรทันสมัย การันตีคุณภาพทั้งโอทอป 5 ดาว เครื่องหมาย อย. ฮาลาล และโรงงานผลิตระดับ HACCP GMP และISO 2200 เป็นต้น ซึ่งเวลานี้ยังเป็นผู้ผลิตขนมลอดช่องเพียงรายเดียวในไทยที่มีมาตรฐานสูงดังกล่าว
น้ำเชื่อมจากน้ำตาลมะพร้าวบรรจุขวด ยี่ห้อ COCO Lush
เจ้าของบริษัท ลอดช่องสยามกรุ๊ป จำกัด เผยด้วยว่า ทุกวันนี้ “ลอดช่องสยาม” ได้รับความนิยมทั้งตลาดในประเทศ มีตัวแทนรับไปขายต่อแทบทุกจังหวัด และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน การส่งออกขยายไปหลายประเทศ ทั้งทวีปเอเชีย และยุโรป นอกจากนั้น ผลิตสินค้าใหม่เพิ่มเติม ภายใต้แบรนด์ “COCO Lush” นำน้ำตาลมะพร้าวมาทำเป็นในรูปแบบ “syrup” หรือน้ำเชื่อมจากน้ำตาลมะพร้าวบรรจุขวด สะดวกใช้งาน รวมถึงเหมาะส่งออกต่างแดนที่มีอากาศหนาวเย็น เพราะ syrup น้ำตาลมะพร้าวจะไม่จับตัวจนแข็ง จึงสามารถใช้ทดแทนน้ำผึ้งได้อีกทั้ง พัฒนาลอดช่องร่วมกับนักวิชาการด้านอาหาร ให้เป็น “ลอดช่องแช่แข็ง” และ “ลอดช่องใส่ถ้วยพร้อมกิน” ยืดอายุเก็บรักษาได้นานขึ้น และสะดวกต่อการขนส่งสามารถตอบไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ และขยายตลาดต่างแดนได้มากขึ้น

จากแนวโน้มธุรกิจที่กำลังเติบโตดังกล่าว “ลอดช่องสยาม” ได้ขอใช้บริการสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยมี “บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม” (บสย.) ทำหน้าที่ค้ำประกันช่วยให้เข้าถึงแหล่งทุนนำมาใช้ขยายธุรกิจตามแผนที่วางไว้ได้สำเร็จอริยา กล่าวในตอนท้ายว่า ความสำเร็จในวันนี้เกินกว่าที่คาดหวังไว้ช่วงเริ่มต้นธุรกิจมากมายนัก และเมื่อทำวันนี้ให้สำเร็จได้แล้ว พร้อมจะก้าวต่อไป เพื่อพาขนมไทย ภายใต้แบรนด์ “ลอดช่องสยาม” ให้กระจายอยู่ในทุกประเทศทั่วโลก

“ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะมาไกลถึงขนาดนี้ ตอนเริ่มธุรกิจคิดว่าขอแค่มียอดส่งลอดช่อง วันละแค่หลักร้อยกิโลฯ ก็พอใจแล้วแต่ทุกวันนี้ผลิตส่งขายเป็นหลักพันกิโลฯ มีคนกลางมารอรับซื้อถึงหน้าโรงงานตั้งแต่เช้ามืดทุกวันสามารถส่งขายได้ทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นความภูมิใจ แต่เราก็จะไม่หยุดนิ่ง พยายามพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบความต้องการของตลาดให้ได้ดียิ่งขึ้นเสมอ” อริยา ตบท้าย

***สนใจ และติดต่อธุรกิจ โทร. 034-870- 184 081-763- 6715***

บทความโดย:บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...