xs
xsm
sm
md
lg

‘K Health’ น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ ดื่มได้สุขภาพ ติดปีกพืชริมรั้วทำเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ผลมะม่วงหาวมะนาวโห่
หลายคนคงรู้จัก “มะม่วงหาวมะนาวโห่” จากนิทานปรัมปราเรื่องนางสิบสอง พระรถ-เมรี แต่แท้ที่จริงแล้ว มะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นพืชสมุนไพรที่เกิดในป่า สามารถขึ้นได้ทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครปฐม และ จ.ราชบุรี ลักษณะผลเมื่อสุก จะมีสีแดงสวยงาม ออกผลได้ตลอดทั้งปี ชาวบ้านมักนิยมปลูกไว้ตามริมรั้วบ้านเพราะมีหนามแหลมคม
ปิยนุช พุทธปราณี
นอกจากจะมีรูปทรงสวยงามแล้ว ในทางสมุนไพร มะม่วงหาวมะนาวโห่มีสรรพคุณยอดเยี่ยมและหลากหลาย เช่น มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย และมีวิตามินซีสูง รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ทั้งยังป้องกันอาการหวัด เป็นต้น ซึ่งสรรพคุณเหล่านี้ เหมาะจะปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ และต่อยอดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้ถูกใจท้องตลาดมากยิ่งขึ้น
น้ำดื่มสุขภาพ  “K Health”
ปิยนุช พุทธปราณี เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ ในจังหวัดนครปฐม เห็นโอกาสของพืชดังกล่าว และพัฒนา ผลักดันให้เป็นผลิตภัณฑ์น้ำดื่มสุขภาพ โดยสร้างแบรนด์ของตนเอง ภายใต้แบรนด์ “K Health” ซึ่งเริ่มมานานกว่า 3 ปีแล้ว

"เดิมทีเราปลูกเพียง 2 ต้น ในบริเวณบ้านเพื่อเอาไว้กินกันเองภายในครัวเรือน แต่เมื่อค้นข้อมูลเรื่องสรรพคุณของมะม่วงหาวมะนาวโห่ พบว่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีวิตามินสูง บวกกับในพื้นที่ใกล้เคียงมีโรงงานรับซื้อผลดิบเพื่อนำไปแปรรูปเป็นเครื่องดื่มมะม่วงหาวมะนาวโห่ ซึ่งในขณะนั้นให้ราคาสูงถึงหลักร้อยบาทต่อกิโลกรัม จึงเริ่มมีการขยายพื้นที่ปลูกในที่ดินของตนเองกว่า 2 ไร่ ซึ่งแต่ละปีให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 1 - 2 ตัน/ปี โดยเริ่มเก็บเกี่ยวและจำหน่ายผลมะม่วงหาวมะนาวโห่มานานกว่า 2 ปี คือ ช่วงปี พ.ศ.2558- 2559 แต่เมื่อวัตถุดิบล้นตลาดในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว (เมษายน - พฤษภาคม) ทำให้ประสบปัญหาราคาตกต่ำ และโรงงานบางแห่งปฏิเสธการรับซื้อเพราะต้องเลือกซื้อของลูกสวนตนเองก่อน จึงต้องตระเวนหาตลาดรับซื้อใหม่ ซึ่งก็ได้ราคาไม่สูงมาก” ปิยนุช เผยจุดเริ่มต้นเข้าสู่อาชีพ
ภายในสวนปลูก

จากปัญหาดังกล่าว สุดท้าย เกิดแนวคิด นำผลผลิตมาแปรรูปเป็นสินค้าของตนเอง และรับซื้อผลผลิตจากชุมชนรอบนอก ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กรายใหญ่เพื่อสต็อกวัตถุดิบไว้เพื่อผลิต “น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่พร้อมดื่ม” เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว ใช้หม้อต้มที่บ้าน บรรจุขวดพลาสติก เริ่มจากการส่งไปให้ร้านค้า ทั้งร้านโชห่วย และร้านอาหารเล็ก ๆ ในพื้นที่ทดลองชิม และเริ่มต้นวางจำหน่ายเมื่อปลายปี พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา โดยส่งขายตามร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยว และร้านโชห่วย ภายในพื้นที่ จ. ราชบุรีและ จ.นครปฐม กว่า 20 ร้านค้า มีความต้องการ 150 -200 ขวด/ร้าน/เดือน จำหน่ายราคาขวดละ 15 บาท สร้างยอดขายได้ราว 30,000 บาท /เดือน

“แม้ในพื้นที่ จ. นครปฐม จะมีผู้ผลิตน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ ถึง 2 โรงงาน แต่พบว่า ความต้องการของเครื่องดื่มสุขภาพยังมีความต้องการอยู่มาก เพราะน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ยังสามารถวางจำหน่ายได้ในร้านอาหารในท้องถิ่น นอกจากนั้น ยังเห็นช่องว่างขายในร้านของฝากทั้ง จ. นครปฐม จ.ราชบุรี จนถึง จ.สุพรรณบุรี รวมไปถึงในร้านสุขภาพ ห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ” ปิยนุช ระบุ

อย่างไรก็ตาม การที่จะเข้าไปวางจำหน่ายยังร้านสุขภาพ หรือ ร้านของฝาก รวมทั้งห้างต่างๆ ได้นั้น นอกจากต้องเพิ่มกำลังการผลิตแล้ว ในเรื่องของมาตรฐานสินค้าและโรงงาน ต้องยกระดับให้สูงขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะต้องได้รับการจดทะเบียน อย. และสร้างโรงงานได้มาตรฐาน GMP ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินลงทุน โดยอาศัยสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุน และดำเนินการตามแผนธุรกิจที่ไว้วางได้สำเร็จ

"เงินที่กู้ยืมมาดังกล่าวใช้ลงทุนสร้างโรงงานใหม่ ซึ่งมีมาตรฐานมากขึ้น พัฒนาบรรจุภัณฑ์จากการบรรจุขวดพลาสติก สู่ขวดแก้วที่ผ่านกระบวนการสเตอริไลส์ (Sterilization) ติดตราแบรนด์ K Health มีมาตรฐานรับรองทั้ง อย. และ GMP พร้อมกันนั้นจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิม 350 ขวด/วัน เป็น 3,000 ขวด/วัน พร้อมเข้าสู่ตลาดระดับบนมากขึ้น เบื้องต้นจะวางจำหน่ายยังร้านของฝาก ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ สนามกอล์ฟ และร้านสปา ในราคาขวดละ 25 บาท เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ จากนั้นจะขยายช่องทางไปสู่ห้าง หรือโมเดิร์นเทรดต่อไป” เจ้าของธุรกิจ เผยแผนการตลาดที่กำลังจะก้าวไป


ขณะเดียวกันการมีโรงงานใหม่ที่สามารถรองรับการผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ทางแบรนด์มีแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่ “แยมมะม่วงหาวมะนาวโห่” เพื่อเพิ่มทางเลือก และความหลากหลายให้แก่สินค้า โดยเริ่มทดลองผลิตจนได้รสชาติที่ถูกใจท้องตลาด และพร้อมวางจำหน่ายในเร็วๆ นี้

แผนต่อไป นั้น “ปิยนุช” ตั้งเป้าจะทำให้แบรนด์ K Health เป็นเครื่องดื่มมะม่วงหาวมะนาวโห่ที่ปลอดสารพิษ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างความแตกต่างจากท้องตลาด ซึ่งจะนำร่องในพื้นที่ของตนเองก่อนจำนวน 2 ไร่ และจะหาลูกสวนที่สนใจ และมีแนวทางเดียวกันเพื่อเพิ่มพื้นที่ปลูกวัตถุดิบให้ปลอดสารพิษ คาดว่าจะมีผู้สนใจเนื่องจากจะให้ราคาที่สูงกว่า และมะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นพืชที่แข็งแรงทนต่อโรคอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีการปรับตัวมากนัก


นอกจากนั้น ยังวางแผนที่จะเปิดหน้าร้าน "บ้านมะนาวโห่" รวบรวมสินค้าต่างๆ ที่แปรรูปมาจากมะม่วงหาวมะนาวโห่ไว้ด้วยกัน ทั้งอาหารทานเล่น แยมต่างๆ และเครื่องดื่ม เพื่อโปรโมทให้พื้นที่ จ. นครปฐม -ราชบุรี เป็นพื้นที่ท้องเที่ยวสุขภาพในอนาคตต่อไปอีกด้วย

ด้วยบริการค้ำประกันสินเชื่อจาก บสย. สร้างโอกาสให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเกษตรแปรรูปรายนี้ เพิ่มกำลังผลิต ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ และยกระดับมาตรฐานโรงงาน จนสามารถติดปีกพืชจากริมรั้วสู่เครื่องดื่มสมุนไพรที่ตอบโจทย์ตรงใจแก่กลุ่มผู้รักสุขภาพได้เป็นอย่างดี

----------------------

ติดต่อโทร.081 455 8491

บทความโดย: บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...