xs
xsm
sm
md
lg

สศอ.สนองนโยบายรัฐ ชงงบกองทุน 1 หมื่นล้าน เร่งพัฒนา 5 อุตฯ เป้าหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดประเทศไทย 4.0 เคาะ 5 อุตสาหกรรม S-Curve ชุดแรก ตั้งเป้าเห็นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พร้อมชงกองทุนสนับสนุนวงเงินจำนวน 1 หมื่นล้านบาท

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อน 5 อุตสาหกรรมกลุ่มเป้าหมาย S-Curve ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป, อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน, อุตสาหกรรมหุ่นยนต์, อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และเห็นผลภายในปี 2560 โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี ตั้งกองทุนวงเงินจำนวน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนทั้ง 5 อุตสาหกรรม

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจัดตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งจะเน้นการพัฒนาและส่งเสริมการลงทุนตามแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดประเทศไทย 4.0 โดยประยุกต์ใช้นวัตกรรมในกระบวนการผลิต ทั้งระบบการผลิตแบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อก้าวสู่ Industry 4.0 มีรายละเอียดดังนี้

1. อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป การปรับเปลี่ยน โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยการนำนวัตกรรมอาหารมาใช้กับการปรับเปลี่ยนปริมาณอาหารให้เหมาะสมต่อความต้องการพลังงาน เพิ่มเติมสารอาหารหรือส่วนผสม (Food Ingredients) ที่ดีต่อสุขภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนเพื่อปรับสมดุลของร่างกายและป้องกันโรค การออกแบบสูตรอาหารให้เหมาะสมกับนักกีฬา การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) ที่เป็นอาหารเฉพาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์และทารก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ การยกระดับวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตยา สมุนไพร และอาหารทางการแพทย์ให้มีการผลิตเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น

2. อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน สร้างให้เกิดการลงทุนผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (xEV) และส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนสำคัญภายในประเทศ และ ผลักดันให้มีศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อ รองรับเป้าหมายการลงทุนในการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต โดย ครม.ได้มีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอแล้ว และมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ เร่งออกมาตรการสนับสนุนในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วต่อไป

3. อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ กำหนดเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำอาเซียนด้านการผลิต/การใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอาเซียน โดยมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง ผ่านการจัดตั้ง Center of Excellence ศูนย์อัจฉริยะด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บุคลากรและเทคโนโลยี ผลักดันการพัฒนาธุรกิจ System Integrators (SI) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรม ให้มีจำนวนเพียงพอและรองรับต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอนาคต ควบคู่กับการกระตุ้นอุปสงค์ (Demand Driven) โดยส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเป็นหุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติให้มากขึ้น

4. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ตั้งเป้าหมายให้เกิดการพัฒนาสู่การเป็นเศรษฐกิจชีวภาพ “Bioeconomy” ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมเป็นอย่างมากด้านวัตถุดิบทางการเกษตรในการนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ด้วยการพัฒนาตั้งแต่ระดับต้นน้ำ เชื่อมโยงการผลิตผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับการจัดสรรและผลิตวัตถุดิบเพื่อใช้เป็นอาหาร เชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป้าหมาย อาทิ ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ชนิดพิเศษ (Specialty Polymers/Products) พลาสติกชีวภาพ และผลิตภัณฑ์ชีวภาพอื่นๆ ที่มีมูลค่าสูง และผลักดันให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ที่เหมาะสมในรูปแบบ Bio Complex ส่งเสริมการวิจัยพัฒนา การพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการกระตุ้นให้เกิดอุปสงค์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพเพื่อสร้างตลาดและความต้องการใช้ให้เพิ่มมากขึ้น

5. อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เป็นอุตสาหกรรมศักยภาพเป้าหมายที่เป็นรากฐานสำคัญและสร้างงานให้กับภาคเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน โดยวางเป้าผลักดันกรุงเทพฯ ไปสู่ 1 ใน 5 Fashion Capital of Asia ภายในปี พ.ศ. 2579 ซึ่งจะปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมจากเดิมแยกกันตั้งรับเป็นโซ่อุปทานเชิงรุก เปลี่ยนแนวทางการพัฒนาจากผลักดันอุปทานเป็นการสร้างอุปสงค์ พัฒนาย่านการค้าไทยเป็นศูนย์กลางการค้าระดับอาเซียน รวมถึงสนับสนุนงานแสดงสินค้าแฟชั่นระดับนานาชาติในไทย นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการวิจัยพัฒนาสิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษ (Functional/Technical Textile & Fabric) ได้แก่ Meditech, Mobiltech, Hometech, Agrotech ควบคู่กับการพัฒนาโรงงานต้นแบบ ศูนย์ทดสอบและห้องปฏิบัติการครบวงจรตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ให้สามารถรองรับความต้องการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และอุตสาหกรรม S-Curve

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...