xs
xsm
sm
md
lg

สวทช.จับมือ นาฟรี (NAFRI) สถาบันวิจัย สปป.ลาว ร่วมวิจัยถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านเกษตร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ Dr. Bounthong BOUAHOM (ดร.บุญถอง บัวหอม) ผู้อำนวยการสถาบันการวิจัยการเกษตรและป่าไม้แห่งชาติ (NAFRI) ร่วมลงนาม
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและงานวิจัย สถาบันวิจัยการเกษตรและป่าไม้แห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อร่วมกันดำเนินงานวิจัยและพัฒนาสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตร โดยมีกรอบระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2565)

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและงานวิจัย สถาบันวิจัยการเกษตรและป่าไม้แห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (NAFRI) เพื่อร่วมกันดำเนินงานวิจัยและพัฒนาสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตร โดยมีกรอบระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี (พ.ศ. 2560-2565)

สำหรับความร่วมมือดังกล่าว สืบเนื่องมาจากประเทศสมาชิกของอาเซียนยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการก้าวไปสู่ตลาดการแข่งขันทางเศรษฐกิจ สวทช. โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีชีวภาพสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน ในปี 2544 เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านเทคโนโลยีชีวภาพสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงส่งเสริมการสร้างเครือข่ายนักวิจัยในภูมิภาค เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ของภูมิภาคอาเซียนในปี 2563 ที่ต้องการขับเคลื่อนการแข่งขันทางเทคโนโลยี ทั้งในเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนากำลังคนให้มีคุณภาพ

ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นหนึ่งในโครงการที่ไบโอเทคผลักดันให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของภูมิภาค และช่วยสร้างความสามารถทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพให้กับภูมิภาคอาเซียน โดยการให้ทุนสำหรับนักวิจัยเพื่อทำวิจัยในห้องปฏิบัติการวิจัยของไบโอเทค เป็นเวลา 3-6 เดือน หลักสูตรฝึกอบรมเน้นการให้ความรู้พื้นฐานทางเทคโนโลยีชีวภาพและการปฏิบัติจริง โดยมีนักวิจัยพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำในการทำโครงการวิจัย”

ทั้งนี้ กว่า 16 ปีไบโอเทคได้ดำเนินโครงการนี้ มีนักวิจัยต่างชาติได้ทุน 179 ทุน จำนวนหนึ่งได้ทุนการศึกษาขั้นสูงเรียนต่อในประเทศต่างๆ และนักวิจัยที่กลับไปทำงานที่สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยต้นสังกัดในประเทศต่างๆ ได้มีการสร้างความร่วมมือใหม่ๆ กับนักวิจัยไบโอเทคอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้เทคโนโลยีเครื่องหมายโมเลกุลในการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์ข้าวผ่านการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการที่มีการปฏิบัติงานระยะยาวโดยใช้โจทย์วิจัยของแต่ละประเทศเป็นหัวข้อในการฝึกอบรม การสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าว และการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ทดสอบลักษณะสำคัญทางการเกษตรต่างๆ เช่น สถาบันวิจัยการเกษตรและป่าไม้แห่งชาติ สปป.ลาว ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวเหนียวหอม ท่าดอกคำ 1 ที่มีความหอม และคุณภาพการหุงต้มดีกว่าพันธุ์ดั้งเดิม สายพันธุ์ข้าวเจ้าเซบั้งไฟ 2 และเซบั้งไฟ 3 ซึ่งปรับตัวได้ดีทั้งในสภาพน้ำมากและน้ำน้อย และมีคุณภาพการหุงต้มดี และหอม เซบั้งไฟ 4 ซึ่งเป็นข้าวเหนียวที่มีความหอม ทนน้ำท่วม และต้านทานโรคไหม้ เป็นต้น จึงเป็นที่มาของการทำความร่วมมือระหว่างกันในวันนี้

“จากความร่วมมือดังกล่าว สวทช. และสถาบันวิจัยการเกษตรและป่าไม้แห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้หารือและเห็นชอบร่วมกันในการจัดทําบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและงานวิจัย ระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี (ปี 2560-2565) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันดำเนินงานวิจัยและพัฒนา การสร้างขีดความสามารถ และการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตร เช่น การเก็บรวบรวมและประเมินเชื้อพันธุกรรมของข้าว ข้าวโพด และพืชอื่น ทั้งลักษณะฟีโนไทป์ และลักษณะจีโนไทป์ เป็นต้น นับเป็นการช่วยสร้างความสามารถทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพให้แก่ภูมิภาคอาเซียน ทั้งการพัฒนาบุคลากรและการวิจัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความเข้มแข็งด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนร่วมกัน” ผู้อำนวยการ สวทช.กล่าว

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “SMEs ผู้จัดการ” รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...