นอกจากพืชผักเมืองหนาว หรือผักปลอดสารพิษจะเป็นเทรนด์แรงที่ผู้คนนิยมหันมาลงทุนทำธุรกิจด้านนี้แล้ว ยังเริ่มมีการนำผลไม้เมืองหนาวมาทดลองปลูกในภาคกลางกันมากขึ้น อย่าง มัลเบอร์รี หรือลูกหม่อน ที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ จากสรรพคุณในเรื่องการรักษาโรค และอุดมด้วยวิตามินซี ทำให้ “สวนพ่อสรุวุฒิ” กลายเป็นสวนแห่งแรกๆ ใน จ.สมุทรสาคร ที่นำร่องปลูกมัลเบอร์รี สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว
นายสุรวุฒิ เหลืองขมิ้น เจ้าของสวนมัลเบอร์รี “สวนพ่อสุรวุฒิ” ย้อนที่มาให้ฟังว่า เดิมเป็นชาวสวนที่ทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกพืชหลากหลายชนิดในผืนดินของตนเอง ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ที่ ต.หลักสอง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยปลูกกล้วย มะพร้าว ฝรั่ง และมะนาว ทำให้ได้ผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งปี และมีรายได้หมุนเวียนหล่อเลี้ยงครอบครัว และด้วยความเป็นเกษตรกรในสายเลือด คุณสุรวุฒิมักจะไม่หยุดนิ่งในการสรรหาพืชพันธุ์ต่างๆ มาปลูกในผืนดินของเขา อย่าง สตรอเบอรี่ ก็เคยปลูกมาแล้ว อาศัยใจรักล้วนๆ
กระทั่งได้ไปเดินเที่ยวชมงานเกี่ยวกับต้นไม้ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ก็ลองซื้อต้นมัลเบอร์รี หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “ลูกหม่อน” มาทดลองปลูก ก็พบว่า ปลูกง่าย โตเร็ว และให้ผลผลิตดี และเริ่มเป็นที่ต้องการของตลาด หลังลองนำไปจำหน่ายรวมกับผลผลิตอื่นๆ ในสวน โดยได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า โดยเฉพาะผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ เพราะมัลเบอร์รีเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก ป้องกันโรคมะเร็ง และยังมีวิตามินซีสูง รวมถึงยังนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้มากมาย
จากมัลเบอร์รีเพียง 2 ต้น ขยายสู่ 300 ต้นบนพื้นที่ 3 ไร่ ในเวลาอันรวดเร็ว หลังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค และยังปลูกขายมีออร์เดอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาจำหน่ายในช่วงแรกอยู่ที่ 80 บาทเท่านั้น แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 200 บาท/กิโลกรัม (ราคาหน้าสวน) ส่งผลให้ขณะนี้รายได้จากการจำหน่ายมัลเบอร์รีอยู่ที่ 60,000 บาท/เดือน จนกลายเป็นรายได้หลักของครอบครัวนี้
ส่วนวิธีการปลูกมัลเบอร์รีให้ได้ผลผลิตดีนั้น คุณสุรวุฒิ แย้มเคล็ดลับว่า วิธีการปลูกไม่ยากเลย สามารถปลูกได้ทั่วไป โดยสายพันธุ์ที่เลือกใช้คือ “กำแพงแสน 42” ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีลูกดก รสชาติหวาน เติบโตง่าย เหมาะกับพื้นที่ในเขตภาคกลาง โดยใช้กิ่งชำในการปลูก เว้นระยะห่างประมาณ 2-3 เมตรต่อต้น ปลูกทิ้งไว้โดยไม่ต้องดูแลอะไรมาก ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง ช่วงที่แตกใบอ่อนฉีดยาบำรุงที่เป็นชีวภาพแค่ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ ปลูกครบ 7-8 เดือนจะออกผลผลิตให้เก็บได้ หลังจากออกผลผลิตแล้วให้ตัดแต่งกิ่ง จากนั้นเว้นช่วง 3 เดือน ก็จะออกผลผลิตในครั้งต่อไป ซึ่งปัจจุบันสวนพ่อสุรวุฒิ มีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 1.5-2 ตัน/เดือน
“ข้อดีของมัลเบอร์รีคือปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก แต่จะมีปัญหาบ้างเช่นกันในเรื่องของการเก็บเกี่ยว เพราะให้ผลผลิตจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 1 ตันในแต่ละเดือน ซึ่งเวลาเก็บนั้นจะเว้นได้แค่ 2 วัน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้คาต้นก็จะเกิดเชื้อรา ต้องเก็บออกจากต้นทุก 2 วัน ไม่เกิน 3 วัน ส่วนในเรื่องการตลาดนั้นก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะเป็นผลไม้ที่อายุน้อยวันที่สุด หากเก็บวันนี้ต้องขายให้หมดภายในวันถัดไป ถ้าไม่มีลูกค้ามาซื้อจะเน่าเสียหาย จึงต้องนำมาแปรรูป ซึ่งทางเราก็มีการนำมาแปรรูปเช่นกัน เช่น น้ำมัลเบอร์รีสด 100% แยมมัลเบอร์รี และโยเกิร์ตมัลเบอร์รี เป็นต้น นอกจากนี้ยังส่งผลผลิตป้อนให้กับโรงงานเพื่อทำไส้ขนม และน้ำมัลเบอร์รีผสมว่านหางจระเข้เพื่อส่งออกย”
เมื่อ “สวนพ่อสุรวุฒิ” ขึ้นชื่อในเรื่องในการปลูกมัลเบอร์รีปลอดสารพิษ ทำให้ผู้สนใจเดินทางมาศึกษาดูงานเป็นประจำ เขาจึงเกิดแนวคิดเปิดให้ชมสวนฟรีทุกวัน เพราะนอกจากจะได้ชมสวนมัลเบอร์รีแล้ว ยังได้ซึมซับวิถีการทำเกษตรแบบพอเพียงตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วย เหมือนเป็นการแบ่งปันแนวคิด และให้ผู้คนได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น แถมยังสามารถเก็บรับประทานผลไม้ได้ฟรีอีกด้วย
ปัจจุบันผลผลิตมัลเบอร์รีจากสวนพ่อสุรวุฒิ ได้ถูกจำหน่ายไปหลายจังหวัดในภาคกลาง ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และกรุงเทพฯ รวมถึงยังมีลูกค้าที่มารับจากสวนเพื่อไปขายต่อตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยราคาที่ขายอยู่นั้นจะอยู่ที่ 240-300 บาท แล้วแต่สถานที่ แต่สำหรับคนที่มาเที่ยวสวน จะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาท ส่วนแม่ค้าที่มารับไปขายต่อ หากซื้อ 10 กิโลกรัมขึ้นไปจะอยู่ที่ 180 บาทเท่านั้น
แม้ผลมัลเบอร์รีจะเริ่มที่ป็นนิยมในกลุ่มคนจำนวนหนึ่งบ้างแล้ว แต่ก็ถือว่ายังไม่มากนัก ดังนั้นใครที่คิดจะเป็นเจ้าสวนมัลเบอร์รี คุณสุรวุฒิ แนะนำว่า ควรเริ่มปลูกในจำนวนที่ไม่มากก่อน จนกว่าจะหาตลาดรองรับผลผลิตเหล่านี้ได้ โดยเริ่มปลูกประมาณ 10-20 ต้น จากนั้นค่อยขยาย เพราะต้องคำนึงถึงข้อเสียของมัลเบอร์รีด้วย จากการเป็นพืชอายุสั้น คนยังรู้จักน้อย หากจะเจาะตลาดตลาดควรเริ่มจากกลุ่มคนรักสุขภาพ เช่น โรงพยาบาล สถานออกกำลังกาย พนักงานออฟฟิศ หรือร้านค้าที่เน้นจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นตลาดนำร่อง
***สนใจติดต่อ 08-5179-9239 หรือที่ Facebook : สวนพ่อสุรวุฒิ***
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *


