xs
xsm
sm
md
lg

“บ้านดินมอญ” ติดปีกดินเผาเกาะเกร็ดให้ล้ำค่า ต้นทุนหลักสิบขายได้หลักแสน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เพราะไม่ต้องการให้ “เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด” เหลือเพียงตำนานกับแค่ชื่อเสียงเก่าๆ ให้คนรุ่นหลังกล่าวถึง เป็นที่มาของการมุ่งพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาจากเดิมๆ ให้สุดแสนอลังการ งดงามประณีตบรรจงน่าอัศจรรย์ โดยฝีมือศิลปินหนุ่ม “พงษ์พันธุ์ ไชยนิล”ลูกหม้อท้องถิ่นแท้ๆ ผลักดันให้ผลงานขึ้นแท่นขายในโรงแรม 5 ดาวในราคาหลักแสนบาท
พงษ์พันธุ์ ไชยนิล เจ้าของผลงาน
ครอบครัว “ไชยนิล” อยู่คู่กับเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี มายาวนาน โดยคุณย่าเป็นชาวมอญ อพยพมาอยู่ตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนจะแต่งงานกับคุณปู่ ซึ่งเป็นชาวจีนเข้ามาอาศัยในเมืองไทย โดยทั้งสองท่านต่างมีความรู้ด้านทำเครื่องปั้นดินเผาติดตัวมา ประกอบกับ “ดิน” ในท้องถิ่นเกาะเกร็ดคุณภาพดี จึงช่วยกันบุกเบิกยึดอาชีพทำเครื่องปั้นดินเผาขายตลอดมา

ขณะที่ “พงษ์พันธุ์ ไชยนิล” เติบโตและคลุกคลีกับการทำเครื่องปั้นดินเผามาตั้งแต่จำความได้ รวมถึงยังเรียนจบด้านศิลปะโดยตรง จากวิทยาลัยช่างศิลป์ ทำให้เรียนรู้ศาสตร์ด้านเครื่องปั้นดินเผาอย่างลึกซึ้ง

@@@ มุ่งสร้างเอกลักษณ์ แก้ปมความนิยมทรุด @@@

อย่างไรก็ตาม ในช่วงประมาณสิบกว่าปีหลังที่ผ่านมาความนิยมของเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดลดน้อยลงเรื่อยๆ พงษ์พันธุ์รับรู้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี โดยสาเหตุหลักนั้นเขาวิเคราะห์ว่า เกิดจากขาดการพัฒนารูปแบบ ตั้งแต่อดีตเคยทำอย่างไรมาก็ทำเหมือนเดิม สินค้าของช่างปั้นแต่ละรายแทบไม่แตกต่างกัน ทำให้ผู้ซื้อเกิดอิ่มตัว และเมื่อความนิยมเสื่อมถอย คนรุ่นใหม่จึงไม่สนใจจะสานต่อ ตำนานแห่งเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดนับวันยิ่งจืดจางลง

“ช่วงที่เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดได้รับความนิยมมากๆ ในท้องถิ่นมีบ้านผู้ผลิตมากกว่า 50 ราย ซึ่งแต่ละเจ้าก็จะเลียนแบบกันไปมาจนซ้ำกันไปหมด ขาดเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลูกค้าที่เคยซื้อไปแล้วก็ไม่รู้จะซื้ออีกทำไมเพราะสินค้าก็เหมือนเดิม ความนิยมเลยลดลงเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ในเกาะเกร็ดเหลือร้านที่ทำเครื่องปั้นดินเผาไม่เกิน 10 ราย ซึ่งแต่ละรายก็ทำแค่ประคองตัวอยู่ไปวันๆ เท่านั้น”พงษ์พันธุ์เผย และเล่าต่อว่า


ในฐานะทายาทรุ่น 3 เข้ามาสานต่อกิจการครอบครัวเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว พยายามนำความรู้ศิลปะมายกระดับสร้างรูปแบบเครื่องปั้นดินเผามิติใหม่ๆ เพื่อขายมูลค่าสูงขึ้น อย่างของชาวบ้านทั่วไป ขายชิ้นละ 50 บาท ส่วนของร้าน “บ้านดินมอญ” ขายชิ้นละ 2,000-3,000 บาท โดยเติมความพิเศษด้านความวิจิตรบรรจงของฝีมือปั้นและประดิษฐ์ลาย ทว่า เบื้องต้นแนวคิดดังกล่าวยังไม่ได้รับผลตอบรับมากนัก ประกอบกับกระแสการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะเกร็ดถดถอยลง จึงตัดสินใจจะย้ายออกมาจากพื้นที่ มาเปิดร้านใหม่อยู่ที่ตลาดนัด 4 ภาค เมืองพัทยา เพื่อจะนำเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดไปพบโลกกว้าง แสวงหากลุ่มลูกค้าใหม่ที่เหมาะสมกับสินค้ามากกว่า

พงษ์พันธุ์บอกว่า ลักษณะผลงาน จะผสมผสานระหว่างศิลปะของมอญ จีน และไทยเข้าไว้ด้วยกัน โดยขึ้นรูปและปั้นจากจินตนาการ ไม่มีการกำหนดแบบหรือลวดลายไว้ก่อนล่วงหน้า ที่สำคัญเป็นงานทำมือ 100% ทุกชิ้นล้วนเป็นสินค้าชิ้นเดียวในโลก นอกจากนั้น ยังนำเทคนิคการลง “ลายทอง” มาร่วมกับดินเผาด้วย ช่วยให้งดงามและเพิ่มมูลค่า โดยต่อหนึ่งชิ้นใช้เวลาทำอย่างต่ำ 3-4 สัปดาห์

“ดินเผาให้กลิ่นหอม”
@@@ จากมรสุมธุรกิจ แจ้งเกิดได้ในโรงแรม 5 ดาว @@@

แม้ว่าเครื่องปั้นดินเผาของ “บ้านดินมอญ” จะสวยงามจนน่าอัศจรรย์ ใครก็ตามที่พบเห็นต่างยกย่องในฝีมือ ทว่า ในแง่ของยอดขายของร้านที่เมืองพัทยานั้นไม่ได้หวือหวามากนัก เนื่องจากราคาค่อนข้างสูง ยิ่งกว่านั้น หลังจากเปิดร้านมาประมาณ 2 ปีเกิดภัยน้ำท่วมใหญ่ที่เมืองพัทยา ทำให้หน้าร้านและสินค้าในร้านเสียหายทั้งหมด


ศิลปินหนุ่มกล่าวว่า ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นบททดสอบจิตใจตัวเองอย่างสูง ที่ต้องเลือกระหว่างจะมุ่งมั่นสู้เดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานต่อไป หรือยอมแพ้หันไปทำอาชีพอื่นแทน ซึ่งระหว่างอยู่ในช่วงต้องตัดสินใจมีโอกาสครั้งสำคัญเข้ามา เมื่อไปออกงานแสดงสินค้างานหนึ่งในย่านเพลินจิต ผู้จัดการโรงแรมโอเรียนเต็ลมาพบเห็นผลงาน พร้อมติดต่อให้นำสินค้าไปเสนอขายที่โรงแรมสำหรับลูกค้าระดับไฮเอนด์
โชว์ฝีมือเขียนลาย
“หลังจากที่ได้รับการติดต่อจากโรงแรมโอเรียนเต็ล ผมก็เริ่มทำผลงานเพื่อไปเสนอ ซึ่งตอนนั้นผมกำลังมีปัญหาทางการเงินเพราะร้านถูกน้ำท่วมเสียหายหนัก จึงไปติดต่อธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) และให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยค้ำประกัน ทำให้ได้รับสินเชื่อมา 3 แสนบาทเพื่อเป็นทุนซื้อวัตถุดิบ และทำบรรจุภัณฑ์ โดยเบื้องต้นทำผลงานไปเสนอจำนวน 20 ชิ้น ซึ่งทางโรงแรมรับซื้อเงินสด จำนวน 3 ชิ้น และอีก 17 ชิ้นให้ฝากขาย ปรากฏว่าไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ผลงานทุกชิ้นถูกขายหมด ทำให้ผมรู้ทันทีว่าผลงานแม้จะราคาสูงแต่สามารถจะขายได้ดีเมื่อได้อยู่ในจุดที่ถูกต้องเหมาะสม หลังจากนั้นผมก็ส่งผลงานเข้าขายประจำที่โรงแรมโอเรียนเต็ลอย่างต่อเนื่อง จนได้รับจัดอันดับเป็นสินค้า best seller ของโรงแรมด้วย” พงษ์พันธุ์เผย

@@@ ต้นทุนหลักสิบ ขายได้หลักแสน @@@

เครื่องปั้นดินเผาของ “บ้านดินมอญ” ราคาเริ่มต้นที่หลักพันบาทต่อชิ้น จนไปถึงหลักแสนบาทต่อชิ้น ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นงานเพื่อการตั้งโชว์ รวมถึงบางชิ้นใช้ประโยชน์ได้ด้วย สำหรับใส่ของสำคัญตั้งบนหิ้งพระ หรือโต๊ะหมู่บูชา โดยเฉลี่ยต่อเดือนจะมียอดผลิตประมาณ 20 ชิ้น กลุ่มผู้ซื้อประมาณ 70% คือคนไทยที่มีกำลังซื้อสูงมากๆ ส่วนใหญ่จะซื้อเพราะรักในงานศิลปะที่ทำจากมือล้วนๆ เรื่องราคาสูงจึงไม่ใช่ประเด็นหลักในการตัดสินใจใช้จ่าย ส่วนอีก 30% คือชาวต่างชาติ ที่ชื่นชมในงานศิลปะเช่นกัน

เจ้าของผลงานเผยด้วยว่า วัตถุดิบดินที่นำมาปั้นราคาเฉลี่ยแค่กิโลกรัมละประมาณ 20 บาทเท่านั้น แต่เมื่อนำมาปั้นใส่ฝีมือและความคิดสร้างสรรค์เข้าไปแล้ว สามารถขายได้มูลค่าถึงหลักแสนบาท บ่งบอกให้เห็นว่าถ้าสามารถทำผลงานให้มีเอกลักษณ์ สวยและงดงามอย่างแท้จริงจะช่วยเพิ่มมูลค่า สามารถกำหนดราคาขายได้เอง และที่สำคัญยังมีกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสมพร้อมรับซื้ออยู่เสมอ

นอกจากนั้น เพื่อจะขยายตลาดหาลูกค้ากลุ่มทั่วไปในวงกว้างด้วย ปัจจุบันได้เพิ่มเติมสินค้าใหม่ๆ โดยใช้คุณสมบัติของดินเผาที่ดูดซับกลิ่นได้ดีมาทำเป็น “ดินเผาให้กลิ่นหอม” โดยจะปั้นเป็นดอกไม้ชนิดต่างๆ จากนั้นจะฉีดน้ำหอมเข้าไป เมื่อนำไปวางในสถานที่ต่างๆ เช่น ในห้องนอน รถยนต์ เป็นต้น จะส่งกลิ่นหอม สร้างบรรยากาศสดชื่น สามารถให้กลิ่นหอมได้ประมาณ 1 เดือน (ขึ้นอยู่กับสถานที่ในการนำไปวาง รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ) นอกจากนั้นยังนำดินเผาทำเป็นเครื่องประดับต่างๆ เช่น ต่างหู สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เป็นต้น ขายราคาหลักร้อยบาท ผ่านช่องทางตลาด ได้แก่ โรงแรมโอเรียนเต็ล ห้างเซ็นทรัลเอ็มบาสซี และแฟนเพจเฟซบุ๊ก “บ้านดินมอญ

“ดินเผาให้กลิ่นหอม”
@@@ เตรียมคืนสู่เหย้า ปลุกตำนานดินเผาเกาะเกร็ดให้มีชีวิต @@@

หลังจากออกมาทำตลาดนอกเกาะเกร็ดเกือบสิบปี จนวันนี้แบรนด์ “บ้านดินมอญ” ยืนอยู่ในตลาดได้อย่างมั่นคงแล้ว พงษ์พันธุ์บอกถึงเป้าหมายต่อไป กำลังจะกลับไปพัฒนาเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดให้กลับมามีชีวิต ได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยจะร่วมกับ SME Development Bank ปรับปรุงบ้านของเขา ซึ่งเป็นเรือนไทยโบราณ อายุกว่า 200 ปี ให้เป็นหน้าร้าน “บ้านดินมอญ” ควบคู่กับทำเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมประวัติความเป็นมาของเครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด รวมถึงตัวเขาเองจะทำหน้าที่เป็นวิทยากร สอนการทำเครื่องปั้นดินเผา ตลอดจนถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาสนใจศิลปะแขนงนี้ เพื่อจะสานต่อและต่อยอดให้เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดอยู่คู่ชุมชนแห่งนี้ตลอดไป

“ทุกวันนี้ดินเผาเกาะเกร็ดนับวันจะยิ่งสูญหาย เพราะคนรุ่นเก่าขาดการพัฒนาสินค้าให้ตลาดตอบรับดีขึ้น เคยทำอย่างไรมาก็ทำเหมือนเดิม ส่วนคนรุ่นใหม่ก็ไม่สนใจมาเป็นช่างปั้นดินเผาแล้วเพราะรายได้ไม่เพียงพอจะเลี้ยงชีพ ถ้าปล่อยไปเช่นนี้ดินเผาเกาะเกร็ดต้องสูญหายอย่างแน่นอน ผมจึงตั้งใจว่าจะกลับไปช่วยถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ทำให้คนรุ่นใหม่ได้แรงบันดาลใจว่า ถ้าผลงานเราดีจริงย่อมมีตลาดรองรับแน่นอน” ศิลปินหนุ่มทิ้งท้าย
งานดินเผาหอม กับดินเผาเครื่องประดับ ราคาแค่หลักร้อย สำหรับลูกค้าตลาดทั่วไป

ติดต่อ : โทร. 08-1302-2964 หรือ “บ้านดินมอญ

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *