xs
xsm
sm
md
lg

“Kosit Tattoo” ศิลปะรอยสักบนเรือนร่าง ฝีมือช่างไทยพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ใครมีโอกาสได้มาเที่ยวย่านถนนข้าวสารยามค่ำคืน สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นคือ ร้านสัก และทำไมร้านสักถึงเปิดกันมาในย่านนี้ คำตอบคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบในฝีมือการสักของช่างสักเมืองไทย และที่สำคัญราคาไม่แพง คุณภาพการสักเทียบได้ระดับสากล

ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีร้านสักเปิดกันเป็นจำนวนมากในย่านถนนข้าวสารแห่งนี้ และหนึ่งในนั้นเป็นร้านสักของ “นายธนาพัฒน์ โฆสิตวิรุฬห์” ซึ่งเลือกทำเลบนถนนข้าวสาร และถนนตะนาว เปิดบริการร้านสัก 3 ร้าน ประกอบด้วย ร้าน KOSIT ร้าน QC และร้าน VIROON ซึ่งทั้ง 3 ร้านมีช่างที่มีความชำนาญด้านการสัก ในแต่ละรูปแบบ 6 สไตล์ ประกอบด้วย 1. สไตล์ญี่ปุ่น 2. Old School 3. New School 4. กราฟิก trible tattoo 5. เรียลิสติก และ 6. แอบสแตรกท์
ยันห้าแถว รูปแบบไทย ที่โดนใจนักท่องเที่ยว
นายธนาพัฒน์เล่าว่า การสักลายบนร่างกายเป็นงานศิลปะที่ได้รับความนิยมมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบและลวดลายไปจากในอดีต รวมถึงผลิตภัณฑ์ น้ำยา และเครื่องมือที่ใช้ ช่วยให้ได้ลายสักที่สวยขึ้น และยังมีตัวช่วยอย่างยาชาที่ช่วยให้การสักไม่เจ็บปวดทรมานเหมือนในอดีต  ประกอบกับช่างจะมีฝีมือในการสักลาย ทำให้ได้งานสักลายที่ออกมาสวยงาม เป็นเหตุผลที่คนหันมาสนใจและนิยมสักลาย Tattoo มากขึ้น  
นายธนาพัฒน์ โฆสิตวิรุฬห์ เจ้าของร้าน
สำหรับคนไทย การสักลายบนร่างกาย หรือ Tattoo ในประเทศไทยนั้นมีมานานตั้งแต่อดีตกาล การสักลายในอดีตจะเป็นการสักตามความเชื่อ ไม่ใช่การสักเพื่อความสวยงามอย่างในปัจจุบัน   ซึ่งลายสักในอดีต เช่น ลายสักยันต์ ยังคงเป็นรูปแบบที่สื่อถึงวัฒนธรรม ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความนิยม และชื่นชอบ  ซึ่งรูปแบบการสักยันต์ในปัจจุบัน มีการปรับให้ดูสวยงาม แต่ก็ยังคงลวดลายของการสักยันต์ไว้ครบถ้วน เพราะไม่ใช่แค่ต่างชาติที่ต้องการรูปแบบที่เป็นไทยและเลือกสักยันต์ แต่คนไทยบางกลุ่มมาใช้บริการสักของทางร้าน  ก่อนที่จะนำไปให้พระช่วยปลุกเสกตามความเชื่ออีกทีหนึ่ง

ถ้าถามถึงกลุ่มลูกค้า “ธนาพัฒน์” บอกว่า ปัจจุบันได้ลูกค้าคนไทยมากพอกับลูกค้าต่างชาติ เพราะสังคมไทยเริ่มเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องการสักลาย จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เรื่องการทำงาน เพราะสังคมการทำงานบริษัท หรือรับราชการมองว่ารอยสักเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หรือสังคมครอบครัวไทย บางครอบครัวก็ยังรับไม่ได้ถ้ามีคนในครอบครัวมีรอยสักอยู่บนร่างกาย  อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง เพราะมีข้าราชการในระดับนายอำเภอ  และข้าราชการในต่างจังหวัด  หันมาใช้บริการสักลายมากขึ้น  รวมไปถึงกลุ่มพนักงานบริษัทมาใช้บริการที่ร้านมากขึ้น แต่เป็นการสักลายที่เหมาะสม และสามารถปกปิดภายในเสื้อผ้าได้ 
 
 
“ช่างตี๋” “นายณพัฒน์ จิตพิทักษ์สุข” เจ้ามือหนึ่งของร้านการันตีด้วยรางวัลเวทีโลก
สำหรับราคาค่าบริการ เริ่มต้นที่ 1,800 บาท ไปจนถึงหลักหมื่นบาท หรือสูงถึงหลักแสนบาท ระยะเวลาในการสักบางครั้งก็ต้องสักกันเป็นวัน หรือหลายวัน  ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ความยากง่ายของลาย ฝีมือช่าง และคุณภาพของผลิตภัณฑ์  รวมไปถึงการให้บริการของทางร้าน ทำเล ย่านที่ให้บริการ  ซึ่งช่างที่มีฝีมือ ราคาสูงขึ้น อย่างที่ร้าน kosit จะมีช่างที่เคยผ่านเวทีการประกวด มีรางวัลระดับแชมป์ที่เคยผ่านการประกวดในเวทีระดับนานาชาติมาร่วมงาน อย่าง “ช่างตี๋” “นายณพัฒน์ จิตพิทักษ์สุข” ราคาก็จะแตกต่างจากร้านทั่วไป  
ช่างตี๋ โชว์รูปแบบที่ไปคว้ารางวัล
แท้จริงแล้วการทำร้านสักลายส่วนใหญ่ช่างก็จะเป็นเจ้าของร้าน แต่ของเราจะอาศัยช่างที่ถนัดแต่ละด้าน เพราะโดยส่วนตัวไม่ได้เป็นช่าง แต่เป็นนักธุรกิจ และที่มาทำตรงนี้เพราะชื่นชอบและหลงใหลการสัก โดยเริ่มสักมาตั้งแต่อายุ 16 ปี จึงได้ตัดสินใจมาเปิดร้านสัก เป็นสิ่งที่ตัวเองรัก ถ้าถามถึงรายได้ ก็บอกได้เลยว่าไม่ได้มากนัก แค่พอเลี้ยงช่าง และจ่ายค่าเช่าร้าน เพราะค่าเช่าในย่านนี้แพงมาก และการแข่งขันในย่านถนนข้าวสาร และถนนตะนาวนั้นมีสูงมากเช่นกัน”

ด้านช่างตี๋ “ณพัฒน์” เล่าถึงการมาเป็นช่างสักลาย เกิดขึ้นมาจากความชอบส่วนตัว และไปเรียนกับช่างสักลายที่เปิดสอน และมาฝึกฝนเพิ่มเติม ซึ่งช่างแต่ละคนจะมีความถนัดในลวดลายที่แตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าเป็นร้านทั่วไปก็จะรับสักแต่บางลายเท่านั้น แต่ร้านเรารับสักตามแบบที่ลูกค้าต้องการ เพราะมีช่างฝีมือทุกสไตล์ และสาเหตุที่ต่างชาตินิยมมาสักที่บ้านเรา เพราะเมื่อเทียบฝีมือ มาตรฐานการให้บริการ และค่าบริการไม่แพงเมื่อเทียบกับการให้บริการ Tattoo ต่างประเทศ ถ้าเป็นช่างที่ผ่านเวทีประกวด และเป็นระดับแชมป์นั้นค่าสักแพงมาก ส่วนลูกค้าส่วนใหญ่มาจากการบอกกันแบบปากต่อปาก และการวอล์กอินเข้ามา
แบบนี้ โชว์กันเต็มๆ สำหรับสาวที่ชอบลายสัก
ทั้งนี้ ตลาดการให้บริการสัก Tattoo ยังคงเติบโตได้ดีในตลาดเมืองไทย ส่วนหนึ่งมาจากผลิตภัณฑ์ที่มาให้บริการมีการพัฒนาให้เลือกมากขึ้น ทำให้การสักมีลูกเล่น และการสักไม่ได้จำกัดอยู่แค่ ผู้ชาย แต่ตลาดเปิดกว้าง โดยเฉพาะผู้หญิงเริ่มหันมาสักมากขึ้น และที่ในอดีตการสักไม่สามารถลบได้ แต่ปัจจุบันมีเทคนิคการลบลายสักได้ ทำให้หลายคนกล้าที่จะสักมากขึ้น ความนิยมลายสักไม่ได้มีเฉพาะเป็นคนไทย แต่เป็นความนิยมที่เกิดขึ้นกับคนทั่วโลก

โทร. 08-5344-5335
บรรยากาศภายในร้าน อีกหนึ่งสาขา
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...